
'ผี'ส่อพักบุก'แมว'ข่มไม่แพ้15ปี
'แมนฯ ยูไนเต็ด' ส่อพักแข้งหลักบุก 'ซันเดอร์แลนด์' ศึกพรีเมียร์ลีก คืนวันเสาร์ที่ 30 มี.ค. ขณะที่ 'เรือใบสีฟ้า' รับ 'นิวคาสเซิล' ส่วน 'เชลซี' เยือน 'เซาแธมป์ตัน'
ศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ คืนวันเสาร์ที่ 30 มีนาคมนี้ มีโปรแกรมฟาดแข้งทั้งหมด 8 คู่ เริ่มจาก "ปีศาจแดง" แมนฯ ยูไนเต็ด ทีมจ่าฝูง แข่ง 29 นัด มี 74 แต้ม ต้องยกพลบุกไปเยือน "แมวดำ" ซันเดอร์แลนด์ ทีมอันดับ 15 แข่ง 30 นัด มี 31 แต้ม ที่สเตเดี้ยม ออฟ ไลท์ เวลา 19.45 น. เกมนี้ "เฟอร์กี้" เซอร์อเลกซ์ เฟอร์กูสัน กุนซือทีมเยือนยังคงตั้งเป้าหวังบุกไปเก็บชัยเพื่อรักษาช่องว่างของคะแนนที่ตอนนี้ยังคงนำห่าง "เรือใบสีฟ้า" แมนฯ ซิตี ทีมอันดับ 2 อยู่ถึง 15 แต้ม แม้จะหมดสิทธิ์ใช้งาน ฟิล โจนส์ กับ หลุยส์ นานี ที่ยังต้องพักรักษาอาการบาดเจ็บ แต่มีลุ้นได้ พอล สโคลส์ ที่เพิ่งหายเดี้ยงพร้อมกลับมาช่วยทีมได้อีกครั้งหนึ่ง
ทว่า "ปีศาจแดง" อาจมีการดร็อปแข้งหลักหลายตำแหน่ง เพื่อเก็บตัวเอาไว้บุกไปเยือนเชลซี ในศึกเอฟเอ คัพ รอบ 8 ทีมสุดท้าย นัดรีเพลย์ วันจันทร์ที่ 1 เมษายนนี้ คาดว่า เดวิด เดอ เกีย จะยังคงได้ยืนเฝ้าเสาเป็นนายทวารมือหนึ่งเหมือนเดิม ขณะที่แนวรับ จอนนี อีแวนส์ น่าจะได้ยืนคู่กับ ริโอ เฟอร์ดินานด์ ด้านแผงแดนกลาง ชินจิ คางาวะ เตรียมได้ลงไปปั้นเกมร่วมกับ ทอม เคลฟเวอร์ลีย์, ไรอัน กิ๊กส์ และ แอชลีย์ ยัง ส่วนแดนหน้า "อาร์วีพี" โรบิน ฟาน เพอร์ซี น่าจะถูกดร็อปเป็นตัวสำรอง โดย เวย์น รูนีย์ น่าจะได้ยืนล่าตาข่ายคู่กับ แดนนี เวลเบ็ค หรือ "ชิชาริโต" ฮาเวียร์ เฮอร์นันเดซ เพื่อลุ้นรักษาสถิติที่ไม่เคยบุกไปแพ้เจ้าถิ่นมานานถึง 15 ปีแล้ว นับตั้งแต่หนล่าสุดที่บุกไปแพ้ ซันเดอร์แลนด์ 1-2 เมื่อปี 1997
ขณะที่เจ้าบ้านของ มาร์ติน โอนีล มีปัญหาเรื่องการจัดทีมค่อนข้างแน่ เพราะหมดสิทธิ์ใช้งาน 2 แข้งหลักอย่าง ลี คัตเทอร์โมล และสตีเวน เฟลตเชอร์ ที่เจอโรคเดี้ยงเล่นงานจนต้องพักยาวไปจนถึงช่วงฤดูกาลนี้ แถมยังต้องรอเช็กความฟิตของ คาร์ลอส คูเอลลาร์, เดวิด วอห์น และ สเตฟาน เชสเซญอง ที่เพิ่งฟื้นตัวจากการบาดเจ็บ แต่ยังสามารถใช้งานผู้เล่นหลายรายๆ ได้ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น ซิมง มิกโนเลต์, จอห์น โอเชีย, เครก การ์ดเนอร์, เซบาสเตียน ลาร์สสัน และ แดนนี เกรแฮม เพื่อหวังกลับมาเก็บชัยให้ได้อีกครั้ง หลังสะกดคำว่าชนะไม่เป็นมาแล้วถึง 7 เกม
ด้าน "เรือใบสีฟ้า" แมนฯ ซิตี ทีมรองจ่าฝูง แข่ง 29 นัด มี 59 แต้ม เตรียมเปิดรังอิติฮัด สเตเดี้ยม ต้อนรับ "สาลิกาดง" นิวคาสเซิล ทีมอันดับ 13 แข่ง 30 นัด มี 33 แต้ม เวลา 22.00 น. นัดนี้ "มันโช" โรแบร์โต มันชินี กุนซือเจ้าถิ่นยังคงตั้งเป้าหวังเก็บชัยชนะให้ได้เพื่อทำคะแนนไล่จี้ แมนฯ ยูไนเต็ด ทีมจ่าฝูงต่อไป แม้จะมีลุ้นได้ตัว 2 แข้งหลักอย่าง แวงซองต์ กอมปานี กับ เซอร์จิโอ อเกโร ที่เพิ่งหายเจ็บพร้อมกลับมาช่วยทีมได้อีกครั้ง แต่ยังต้องรอเช็กความฟิตก่อน ส่วนพวกแข้งดังยังคงพร้อมลงเล่นเป็นตัวจริงได้ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น โจ ฮาร์ท, ยายา ตูเร, ดาวิด ซิลวา, คาร์ลอส เตเบซ และเอดิน เซโก
ฝั่ง "สิงโตน้ำเงินคราม" เชลซี ทีมอันดับ 3 แข่ง 29 นัด มี 55 แต้ม ส่อใช้แผน "โรเตชั่น" เพื่อพักแข้งหลักบางตำแหน่งในเกมที่ต้องออกไปเยือน "นักบุญ" เซาแธมป์ตัน ทีมอันดับ 16 แข่ง 30 นัด มี 31 แต้ม ที่สนามเซนต์ แมรีส์ เวลา 22.00 น. เพราะมีคิวต้องเปิดรังต้อนรับ แมนฯ ยูไนเต็ด ในศึกเอฟเอ คัพ รอบ 8 ทีมสุดท้าย นัดรีเพลย์ วันจันทร์ที่ 1 เมษายนนี้ แต่คาดว่าพวกดาวดังอย่าง ปีเตอร์ เช็ก, ดาวิด ลุยซ์, แฟรงค์ แลมพาร์ด, ฆวน มาตา และเดมบบา บา น่าจะได้ลงเล่นเป็นตัวจริง เพื่อลุ้นเก็บชัยสำหรับการรักษาอันดับ 3 ที่ตอนนี้มีคะแนนนำหน้า สเปอร์ส ทีมอันดับ 4 เพียงแค่แต้มเดียวเท่านั้น
ส่วนโปรแกรมคู่อื่น เวลา 22.00 น. อาร์เซนอล (5) พบ เรดดิง (19), สวอนซี (9) พบ สเปอร์ส (4), เวสต์แฮม (14) พบ เวสต์บรอมวิช (8), วีแกน (18) พบ นอริช (12) ขณะที่คู่ระหว่าง เอฟเวอร์ตัน (6) พบ สโตค (11) ลงเตะเวลา 00.30 น.
----------------------
(หมายเหตุ : ที่มาภาพ : EPA)



