
จดจำไว้
จดจำไว้ : เลียบค่าย โดยช้างพลาย
คดีชิงทรัพย์ทำร้ายร่างกาย "สุวัฒน์ ปัญจวงศ์" ผู้สื่อข่าวหนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ ประจำศาลอาญา ได้รับบาดเจ็บสาหัส หลังเกิดเหตุเพียงแค่ 3 วัน "นักสืบสวน" สามารถปิดคดีสะเทือนขวัญได้รวดเร็ว
"ปรีชา หรือบอมบ์ วารารัมย์" และ "ศรัณ หรืออ๊อป ชูนิ่ม" ถูกจับดำเนินคดี
เหตุที่เกิดขึ้นกับ "ต้น ไทยโพสต์" อยากให้เป็นบรรทัดฐานในการทำงานติดตามคนร้ายของตำรวจทุกนายให้เอาใจใส่คดี เพราะ "ผู้เสียหาย" ในคดีอาญาคนอื่นๆ ก็ยังคงรอความหวังให้ตำรวจติดตามจับคนร้าย
เบื้องหลังการคลี่คลายคดีน่าสนใจ !!
นักสืบสวนนำข้อมูลประวัติของบุคคลที่มีหมายจับในความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ และหรือบุคคลต้องสงสัยที่มีพฤติกรรมพฤติการณ์กระทำความผิดให้ "ประจักษ์พยาน" ดูให้การยืนยันใครคืออาชญากร
คนร้ายถูกจับกุมส่วนหนึ่งเป็นเพราะทรัพย์สินของเหยื่อชี้เป้าพบแหล่งกบดาน
ตั้งข้อสังเกต หากนักสืบสวนตั้งใจทำงาน เพื่อคลี่คลายคดี เชื่อว่าคนร้ายคงไม่มีวันที่จะลอยนวลอยู่ในสังคม แต่แปลกใจตรงที่คนร้ายมีหมายจับก่อนหน้านี้ แต่กลับไม่ได้รับการใส่ใจ ทำให้ย่ามใจก่อเหตุสร้างความเดือดร้อน
เว้นแต่ผู้บังคับบัญชาระดับสูงให้ความสนใจเชือดไก่ให้ลิงดู เหมือนกับกรณีของ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผบช.น. มีคำสั่งให้ ร.ต.ท.ชานนท์ ทองเกษม พงส.สน.พหลโยธิน ช่วยราชการที่ บก.อก.บช.น. 30 วัน
ข้อกล่าวหาไม่ยอมรายงานเหตุ ไม่ดูที่เกิดเหตุ ไม่สอบปากคำผู้เสียหายผู้บาดเจ็บ พฤติกรรมลักษณะนี้ไม่เหมาะสมกับการเป็นพนักงานสอบสวน ถือเป็นบทเรียนให้จดจำ
"ซอยเสือใหญ่อุทิศ" เกิดคดีบ่อยครั้ง เชื่อว่าตำรวจพื้นที่ย่อมรู้ดี หากเกิดเหตุ "ผู้เสียหาย" ไม่บาดเจ็บพนักงานสอบสวนคงรู้หน้าที่ตนเองว่าต้องทำอย่างไร
หากผู้เสียหายได้รับบาดเจ็บสาหัสแพทย์ประจำฉุกเฉินอยู่ระหว่างช่วยเหลือ เชื่อว่าพนักงานสอบสวนคงมีสามัญสำนึกพอที่จะคำนึงถึงชีวิตของผู้เสียหายเป็นอันดับแรก
ตั้งข้อสังเกตว่า การลงโทษอย่าพิจารณาเพียงตำรวจยศแค่หางอึ่ง สายงานบังคับบัญชาควรถูกลงโทษเช่นเดียวกันถึงมีความยุติธรรม
หากต้องการแค่ลดกระแสเพียงเท่านั้น คงเป็นบทเรียนให้ "บิ๊กแจ๊ส" จดจำไว้เช่นกันว่า พฤติกรรมแบบนี้ ไม่เหมาะสมกับการเป็น "ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล" เหมือนกัน



