
รวบผู้ต้องหาค้ายาเสพติดมูลค่ากว่า20ล.
ตำรวจภูธรภาค 8 รวบ 4 ผู้ต้องหาค้ายาเสพติดได้ของกลางแสนกว่าเม็ด ยาไอซ์กว่า 3 กก.มูลค่ากว่า 20 ล้านบาท เครือข่ายเรือนจำระยอง
วันที่ 28 มี.ค.56 เมื่อเวลา 14.00 น. ที่ห้องประชุมศูนย์สืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 8 พล.ต.ท.ยงยุทธ เจริญวานิช ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 พล.ต.ต.วีระศักดิ์ มีนะวาณิชย์ ผู้บังคับการสืบสวนสอบสวนภาค 8 ร่วมกันแถลงข่าวคดียาเสพติดรายใหญ่โดยจับกุมผู้ต้องหาได้ 4 ราย ทราบชื่อ คือ นายวิโรจน์ หรือโรจน์ พุทถนอม อายุ 45 ปี อยู่บ้านเลขที่ 46 ม.8 ต.สวนขัน อ.ช้างกลาง จ.นครศรีธรรมราช นายโกสินทร์ หรือบอย รัตนมณี อายุ 31 ปี อยู่บ้านเลขที่ 162/1 ม.5 ต.หลักช้าง อ.ช้างกลาง จ.นครศรีธรรมราช นายสมพร หรือจิว สระวัง อายุ 33 ปี อยู่บ้านเลขที่ 178/1 ม.7 ต.ทุ่งสง อ.นาบอน จ.นครศรีธรรมราช พร้อมของกลางยาไอซ์ น้ำหนักรวมทั้งสิ้น 3,260.68 กรัม ยาบ้า 140,076 เม็ด อาวุธปืนพกสั้น 3 กระบอก ปืนลูกซองเดี่ยว 1 กระบอก รถยนต์ 4 คัน มูลค่ากว่า 20 ล้านบาท
ทั้งนี้สืบเนื่องจากนายวิโรจน์ พุทถนอม ได้ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปราบปรามยาเสพติดสืบสวนสอบสวนภาค 8 ทำการล่อซื้อยาเสพติดเป็นยาไอซ์จำนวน ครึ่งขีด ยาบ้าจำนวน 4,000 เม็ด โดยนัดส่งมอบของกลางกันที่บริเวณริมถนนสาย เลี่ยงเมือง เยื้องปั้มน้ำมัน พีซี หมู่ที่ 7 ตำบลหลักช้าง อำเภอช้างกลาง จังหวัดนครศรีธรรมราช นำตัวมาสอบสวนขยายผล เข้าทำการตรวจค้น บ้านพักของผู้ต้องหาทั้งหมดในพื้นที่ อำเภอช้างกลาง และ อำเภอนาบอน จ.นครศรีธรรมราช เจ้าหน้าที่สามารถยึดยาเสพติดจำนวนดังกล่าวพร้อม อาวุธปืนสั้นจำนวน 4 กระบอก และเครื่องกระสุนปืนจำนวนหนึ่ง ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่ามีนายปิยะ หรือโอ๋ แซ่เฮง ผู้ต้องยาเสพติดในเรือนจำกลางจังหวัดระยอง เป็นผู้สั่งยาให้ โดยเจ้าหน้าจะสอบสวนขยายผลจับกุมตัวมาดำเนินคดีต่อไป
นายโกสินทร์ หรือบอย รัตนมณี อายุ 31 ปี หนึ่งในสี่ผู้ต้องหาให้การว่าตนเองมีหน้าที่รับส่งยาบ้าและยาไอซ์ตามจุดนัดหมายตามคำสั่งของเครือข่ายในเรือนจำจังหวัดระยอง โดยทำมาแล้วรวมครั้งนี้เป็นที่ 2 ได้ค่าจ้างครั้งละ 1 แสนบาท
ขณะที่ พล.ต.ท.ยงยุทธ เจริญวานิช ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 กล่าวว่า การจับกุมผู้ต้องหาครั้งนี้เป็นรายใหญ่ของภาค 8 ทั้งนี้ยอมรับว่าการแพร่ระบาดยาเสพติดรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ โดยตำรวจจะเข้มงวดเรื่องการจับกุมให้หนักขึ้นกว่าเดิม
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่าสำหรับเครือข่ายยาเสพติดรายนี้ตำรวจได้ขยายผลจากกลุ่มผู้เสพและผู้ค้ารายย่อยในเขตพื้นที่ อ.บ้านนาสาร จ.สุราษฎร์ธานี จากนั้นได้ขยายผลไปเรื่อย ๆ จนจับกุมได้พร้อมของกลางดังกล่าวและนับว่าเป็นการจับกุมรายใหญ่ที่สุดในปีนี้



