
'กห.'เตือนอย่ากังวลBRNขอตั้ง'ปัตตานี'
'สุกำพล'เตือนอย่ากังวล'บีอาร์เอ็น'ยื่นเงื่อนไขขอตั้ง'นครรัฐปัตตานี'ชี้ทุกอย่างต้องไม่ขัดรัฐธรรมนูญ รับ 2 ล้านล้านบาทไม่พอ แจงไฟไหม้ศูนย์อพยพ เป็นอุบัติเหตุ
28 มี.ค.56 พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รมว.กลาโหม กล่าวถึงกรณี พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) เดินทางไปพูดคุยกับแกนนำกลุ่มบีอาร์เอ็นที่ประเทศมาเลเซียว่า คงต้องรอผลการพูดคุยก่อน ส่วนที่กลุ่มบีอาร์เอ็นเสนอเงื่อนไขให้ จ.ปัตตานี เป็นเขตปกครองพิเศษนั้นก็เป็นกระแสข่าวที่ออกมาก่อนหน้านี้เป็นเพียงการคาดเดา อย่าเพิ่งไปทำให้เป็นข่าว ต้องรอให้เขายื่นข้อเสนอมาก่อน ซึ่งทุกอย่างต้องอยู่ในกรอบไม่ขัดรัฐธรรมนูญ ทั้งนี้ การตั้งเขตปกครองพิเศษไม่ใช่เรื่องง่ายเป็นเรื่องสำคัญ จากที่ตนลงพื้นที่ภาคใต้ทราบว่า คนภาคใต้ส่วนมากไม่ได้ต้องการนครรัฐปัตตานี เพียงแต่ต้องการความสงบสุขให้รัฐบาลดูแลสิทธิขั้นพื้นฐานของเขา เราต้องฟังเสียงคนส่วนมากอย่าเพิ่งไปตื่นเต้นว่าเขาจะขอนั้นขอนี่ เพราะทุกอย่างต้องพิจารณาให้รอบคอบ
เมื่อถามว่า มั่นใจอย่างไรว่า นายฮาซัน ตอยิบ แกนนำบีอาร์เอ็นจะควบคุมการปฏิบัติการได้เพราะยังมีนำแผ่นป้ายมาติดเพื่อเรียกร้องอยู่ พล.อ.อ.สุกำพล กล่าวว่า อย่าเพิ่งไปคาดเดาว่าเขาจะคุมไม่ได้ เพราะขณะนี้ยังไม่ได้พูดคุยกัน และทหารเองก็ยังไม่ได้บอกว่าจะหยุดเข้มงวดทางด้านกฎหมาย ต่างฝ่ายต่างทำหน้าที่ คนที่ไม่เห็นด้วยก็ทำไป เจ้าหน้าที่ก็ต้องรักษาความสงบ
ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า การพุดคุยกับนายฮาซัน ตอยิบ ในวันนี้จะสามารถลดความรุนแรงได้หรือไม่ พล.อ.อ.สุกำพล กล่าวว่า การพูดคุยแค่วันเดียวคงไม่จบต้องใช้เวลาอีกนาน เราต้องประเมินสถานการณ์ไป
รับสองล้านล้านบาทไม่พอ ต้องทำต่อไปเรื่อยๆ จวกฝ่ายค้านถ่วงความเจริญ
พล.อ.อ.สุกำพลให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ประชุมสภาฯได้มีการพิจารณาร่าง พรบ.กู้เงิน 2 ล้านล้านบาท ที่หลายฝ่ายมีความเป็นห่วง เนื่องจากไม่มีการแสดงรายละเอียดของโครงการต่างๆ ว่า ต้องรอดูการพิจารณาของสภาฯ แม้โครงการกู้เงินจะไม่เกี่ยวกับด้านความมั่นคง แต่ตนเคยเป็น รมว.คมนาคม มาก่อนจึงทราบว่าเป็นการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานใหม่ เพื่อเชื่อมต่อการคมนาคม และหากไม่ดำเนินการจะเสียใจมาก เนื่องจากอาเซียนมีความคาดหวังว่าจะต้องมีการเชื่อมโยงเครือข่ายคมนาคมเข้าหากัน ทั้งนี้โครงการกู้เงินดังกล่าวเป็นโครงการในเฟสแรกเท่านั้น ซึ่งยังไม่จบ เพราะจะต้องดำเนินการต่อไป โดยเฉพาะรถไฟความเร็วสูงที่ต่อไปจะต้องมีการขยายจาก จ.เชียงใหม่ ถึง อ.สุไหง-โกลก จ.นราธิวาส เลยไปถึงปีนังของมาเลเซีย ในขณะที่เส้นทางตะวันออกเฉียงเหนือก็ไปถึง จ.อุบลราชธานี และ จ.หนองคาย
“2 ล้านล้านบาทไม่พอ เพราะต้องทำเป็นส่วนๆ ไปเรื่อยๆ ถ้าทำเสร็จแล้วการขนส่งสินค้าจะมหาศาล เมื่อผนวกกับท่าเรือปากบารา เราจะเห็นอะไรหลายๆอย่าง ปัจจุบันเรือที่ขนสินค้าไปจีนต้องผ่านช่องแคบมะละกา และใช้เวลา 7 วันไปเซี่ยงไฮ้ ขณะที่ ทะเลทางเหนือ,ใต้และตะวันตกจะไกลจากทะเลมาก ซึ่งระยะทางจากเซี่ยงไฮ้มาคุนหมิงเท่ากับระยะทางจากปากบาราถึงคุนหมิง ซึ่งไทยจะได้ประโยชน์มากจากโครงการนี้ เพราะเป็นการร่นระยะทางในการขนส่งโดยการรถไฟความเร็วสูง ในแง่ความมั่นคงถือว่าเราได้ประโยชน์มากมาย ส่วนเรื่องความโปร่งใสเราก็ต้องดู เพราะเป็นนโยบาย โดยทุกฝ่ายต้องช่วยกัน ไม่ใช่ค้านทุกเรื่อง ตรงไหนไม่เห็นด้วยก็บอกมา ไม่ใช่ค้านอยู่ตลอดเวลา ซึ่งไม่ไหว เพราะมันถ่วงความเจริญ” พล.อ.อ.สุกำพล กล่าว
พล.อ.อ.สุกำพล กล่าวต่อว่า การที่จะบอกว่า พรบ.กู้เงิน 2 ล้านล้านบาทไม่ได้เขียนว่าจะทำอะไรบ้างนั้น มันเป็นไปไม่ได้ เพราะเราต้องบอก รับรองว่าทำไปแล้วดี ไม่ใช่ทำมาแล้วไม่ไหวเหมือนกับกรณีสร้างโรงพักทดแทน
เตรียมถกร่วม"ผบ.เหล่าทัพ"ถึงเสรีภาพสื่อกระทบความมั่นคง
พล.อ.อ.สุกำพล กล่าวว่า ในที่ประชุมสภากลาโหม ตนจะหารือกับ ผบ.เหล่าทัพ ถึงการเสนอข่าวด้านความมั่นคงของสื่อมวลชน เพราะขณะนี้เสรีภาพการเสนอข่าวของสื่อมีมากจึงต้องพิจารณาดู ซึ่งสื่อของต่างประเทศอย่าง ซีเอ็นเอ็นเขาก็ไม่เคยด่ารัฐบาลสหรัฐอเมริกาถึงมีก็น้อยมาก ตนรู้สึกเป็นห่วงเรื่องความมั่นคงด้านสื่อมวลชน
เมื่อถามว่า แล้วเป็นห่วงความมั่นคงด้านการเมืองหรือไม่ เพราะคาดการณ์ว่าจะเกิดความวุ่นวายช่วงเดือน เม.ย.นี้ พล.อ.อ.สุกำพล กล่าวว่า ถ้าสื่อไม่เขียนก็ไม่มีใครรู้ที่บอกว่าเดือน เม.ย.จะเป็น เม.ย.เลือด จึงอยากถามว่ามีอะไรดีขึ้นหรือไม่ต่อประเทศไทย
ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า การทำหน้าที่ของสื่อมวลชนอาจจะเป็นการปราม เพื่อให้ทุกคนปฏิบัติตามกฎหมาย พล.อ.อ.สุกำพล กล่าวว่า เรื่องนี้เกิดขึ้นมาหลายครั้งแล้วก็ไม่มีอะไรดีขึ้น
เมื่อถามว่า กระแสข่าวนี้ สส.พรรคเพื่อไทย ปูดประเด็นขึ้นมาต้องไปห้ามปรามหรือไม่ พล.อ.อ.สุกำพล กล่าวว่า เรื่องนี้อยู่ที่สื่อเพราะบางคนรู้ว่าเมื่อพูดไปสื่อก็เสนอข่าว ซึ่งเป็นการบั่นทอนประเทศตัวเอง
แจงไฟไหม้ศูนย์อพยพ เป็นอุบัติเหตุ
พล.อ.อ.สุกำพล กล่าวถึงเหตุการณ์ไฟไหม้ ศูนย์พักพิงผู้อพยพที่บ้านแม่สุรินทร์ จ.แม่ฮ่องสอน ว่าเป็นอุบัติเหตุจากการประกอบอาหาร ตนมั่นใจว่าไม่มีใครเผา และอย่าไปมองว่าเป็นการเผา เพื่อไล่ที่พักพิง ซึ่งอย่าไปมองเช่นนั้น เพราะทางเจ้าหน้าที่ขององค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ก็อยู่ในค่ายดังกล่าวด้วย ถ้าหากมองย้อนกลับไปว่าเป็นการเผา เพื่อต้องการส่งผู้อพยพกลับไปนั้นก็ไม่ใช่สิ่งที่เป็นเหตุเป็นผล



