
"สุเทพ"ยันเช่ารถเมล์ฉาวอยู่ที่ดุลยพินิจครม.
"สุเทพ" ชี้เช่ารถเมล์ฉาวจะผ่านครม.หรือไม่ขึ้นอยู่ดุลยพินิจของครม. มั่นใจโครงการจะผ่านหรือไม่ผ่าน ไม่กระทบความสัมพันธ์ของพรรคร่วมรัฐบาล อ้างเหตุบริหารบ้านเมืองจะใช่อารมณ์ไม่ได้
(3มิ.ย.) นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง ให้สัมภาษณ์ก่อนประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) ว่าตนได้เซ็นต์คำสั่งเรื่องโครงการรถเมล์เช่าเอ็นจีวี 4,000 คัน เพื่อนำเข้าที่ประชุมครม.แล้ว ส่วนเรื่องข้าวทราบว่าผู้ที่เกี่ยวข้องได้เสนอเข้าที่ประชุมเช่นเดียวกัน ซึ่งผลจะออกมาเป็นอย่างไรนั้นอยู่ที่ดุลพินิจของครม.ทั้งคณะ และเมื่อผลออกมาแล้วก็ถือเป็นความรับผิดชอบร่วมกันที่จะต้องชี้แจงให้ประชาชนได้รับทราบในทุกเรื่อง
ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่กลุ่มส.ว.40 บางคนออกมาขู่คว่ำ พ.ร.บ. งบประมาณรายจ่ายประจำปี 53 ถ้าครม . อนุมัติโครงการรถเมล์ นายสุเทพ กล่าวว่า ถือว่าเป็นความเห็นของแต่ละคน เพราะเรื่องนี้มีหลายฝ่ายมีความเห็นที่แตกต่างกันไป ซึ่งรัฐบาลก็รับฟังมาตลอดและทำหน้าที่ของตัวเอง ส่วนครม.ช่วยกันพิจารณาให้ดีที่สุด โดยเฉพาะรัฐมนตรีเจ้ากระทรวงมีหน้าที่ที่ต้องแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นในกระทรวง ถ้าตัดสินและแก้ไขได้ด้วยตัวเองเขาก็ทำไปเอง แต่ถ้าเป็นอำนาจของครม.ก็ต้องเสนอเข้าที่ประชุม ถ้าครม.เห็นด้วยก็จบแต่ถ้าไม่เห็นด้วยก็ขอให้เขาไปทบทวนตรวจสอบหรือยกเลิกสามารถทำได้ทั้งนั้น
ผู้สื่อข่าวถามว่าขณะนี้สังคมอยากให้รัฐบาลใช้เหตุผลในการแก้ปัญหามากกว่าอารมณ์ นายสุเทพ กล่าวอีกว่า ใช่ เพราะสถานการณ์บ้านเมืองวันนี้เราบริหารด้วยอารมณ์ไม่ได้ ต้องใช้เหตุผลเป็นตัวตัดสิน เมื่อถามว่ามีความเป็นไปได้หรือไม่ที่จะระงับโครงการรถเมล์เช่าไว้หากยังไม่สามารถตกลงกันได้ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตนคิดว่าไม่เหมาะสมที่จะตอบไปก่อนที่จะมีการประชุมครม. เพราะต้องไปแสดงในที่ประชุมครม.ร่วมกับรัฐมนตรีคนอื่น ส่วนที่รัฐมนตรีคมนาคมระบุว่ารับไม่ได้ถ้าครม.พิจารณาเรื่องนี้ตามกระแสสังคม เป็นเรื่องที่น่าเห็นใจ ตนมองว่าอย่าเพิ่งตีตนไปก่อนไข้ ขอให้ไปหารือในที่ประชุมก่อน
เมื่อถามว่า จากการชี้แจงของนายโสภณ ซารัมย์ รมว . คมนาคม ถือว่าชัดเจนและเข้าใจตรงกันแล้วหรือยัง รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตนเข้าใจ ส่วนจะเห็นด้วยหรือไม่นั้นเป็นอีกเรื่องหนึ่ง ต่อข้อถามว่าแล้วทำไมตัวเลขค่าใช้จ่ายที่ภาคเอกชนระบุกับตัวเลขของทางกระทรวงคมนาคมจึงแตกต่างกัน นายสุเทพ กล่าวว่า ตนคิดว่าเป็นเฉพาะบางตัว ซึ่งเรื่องนี้ตนยังถามนายโสภณว่าถ้าเป็นตนรับผิดชอบ คิดว่าจะเปิดให้คนเสนอราคาเข้ามาว่าจะเช่ารถเมลล์วันละเท่าไหร่ต่อคัน และกำหนดสเปคของรถว่าต้องการแบบไหน ส่วนรายละเอียดเป็นเรื่องของผู้ใช้เช่า เพียงขอให้เขามีรถมาให้เราเช่า แต่นายโสภณตอบว่าทำแบบที่ตนพูดไม่ได้ เพราะถ้าทำในลักษณะนั้นต้องเป็นเรื่องของพ.ร.บ.ร่วมทุน และใช้เวลานาน 1 - 2 ปีกว่าจะแล้วเสร็จ และวิธีที่ทำอยู่ในขณะนี้ก็เป็นไปตามกฎหมายกำหนด แต่เมื่อตนคิดในตัวเลขรวมในวิธีของกระทรวงคมนาคมก็ถือว่าแพงไปตั้งเท่าตัวหนึ่ง จึงต้องไปดูและถกเถียงกันในเรื่องของค่าซ่อม ค่าดอกเบี้ย ค่าบริหารจัดการ ทั้งนี้ตนให้คะแนนความพยายามของรมว.คมนาคมที่ได้ไปต่อรองตัวเลข และบีบให้ราคาถูกลงที่สุดจากราคา 6.7 - 6.8 หมื่นล้านบาท เหลือ 6.4 หมื่นล้านบาท ซึ่งนายโสภณก็ทำเต็มที่ แต่ ครม.จะเห็นด้วยหรือไม่นั้นก็ต้องไปดูกัน
ผู้สื่อข่าวถามว่ารัฐบาลไม่รู้สึกหวั่นไหวใช่หรือไม่ถ้าโครงการนี้ถูกตีกลับและส่งผลให้พรรคภูมิใจไทยถอนตัวจากการเป็นพรรคร่วมรัฐบาล นายสุเทพ กล่าวว่า อย่าไปมองโลกร้ายขนาดนั้น พรรคภูมิใจไทยหรือพรรคร่วมรัฐบาลอื่นก็ต้องมีเหตุผล การร่วมกันบริหารบ้านเมืองด้วยอารมณ์ก็ทำได้ยาก แต่ถ้าใช้เหตุผลก็เข้าใจกันได้ สมมุติว่าครม.ไม่เห็นด้วย โครงการนี้ต้องมีเหตุผลที่ดีที่จะบอกกับเขาว่าเป็นเพราะอะไร และเขาต้องเข้าใจ เมื่อถามว่าจะไม่มีการถ่วงพิจารณาในเรื่องนี้แล้วใช่หรือไม่ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า อย่าเรียกว่าเป็นการถ่วง เพราะถ้าครม.ยังติดใจจึงต้องบอกให้รัฐมนตรีเจ้ากระทรวงกลับไปดูในประเด็นต่างๆ เพราะอยากให้มีข้อสรุปที่ดีที่สุด ไม่ได้ต้องการถ่วงเวลาอย่างที่หลายฝ่ายตั้งข้อสังเกต
เมื่อถามว่าได้ทำความเข้าใจกับแกนนำพรรคภูมิใจไทยในเรื่องนี้บ้างหรือไม่ เพราะดูเหมือนจะชักเข้าชักออกไม่สรุปให้ชัดเจน นายสุเทพ กล่าวว่า ไม่ใช่เรื่องชักเข้าชักออก เพราะเมื่อครม.ยังติดใจก็ต้องให้กลับไปดูใหม่ และถ้าวันนี้ ครม.มีมติออกมาอย่างไรทุกคนใน ครม.ก็ต้องเคารพเสียงส่วนใหญ่ เพราะประชาธิปไตยอยู่ที่การเคารพเสียงส่วนใหญ่ ซึ่งพรรคร่วมรัฐบาลก็คงจะเข้าใจ ต่อข้อถามว่าเกรงหรือไม่ว่าจะทำให้เสียงของพรรคร่วมรัฐบาลที่ร่วมกันจัดตั้งรัฐบาลเกิดความลำบากใจ นายสุเทพ กล่าวว่า ตนไม่รู้สึกลำบากใจ เพราะมั่นใจว่า ครม.มีเหตุผล และเชื่อว่าจะสามารถอธิบายทุกอย่างให้กับทุกฝ่ายได้อย่างชัดเจน เมื่อถามว่าถ้า ครม.ตีกลับโครงการนี้อีกมั่นใจว่าจะชี้แจงกับพรรคภูมิใจไทยได้หรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า ไว้ช่วงบ่ายค่อยมาถามตนใหม่
ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่กลุ่ม 40 ส.ว.ตั้งข้อสังเกตว่ารัฐบาลเตรียมหาเงินเพื่อเลือกตั้งครั้งใหม่จากเรื่องนี้ นายสุเทพ กล่าวว่า เป็นข้อสงสัยของเขา



