ข่าว

รักษ์ภูมิปัญญาถักทอแพรวาด้วยใจภักดิ์

รักษ์ภูมิปัญญาถักทอแพรวาด้วยใจภักดิ์

28 มี.ค. 2556

รักษ์ภูมิปัญญา ถักทอแพรวาด้วยใจภักดิ์

 

                         ชาวภูไทย เป็นกลุ่มชนที่อพยพมาจากประเทศจีนตอนใต้ มาตั้งหลักแหล่งอยู่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทย ยังคงรักษาวัฒนธรรมประเพณี ความเชื่อ การแต่งกาย และการทอผ้าแพรวาเอาไว้อย่างดี โดยเมื่อปี 2520 สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เสด็จฯ เยือนพสกนิกรใน อ. คำม่วง จ.กาฬสินธุ์ โปรดรับงานทอผ้าแพรวาของชาวบ้านในโครงการศิลปาชีพ ในพระบรมราชินูปถัมป์ และทรงสนับสนุนให้ผ้าแพรวาเป็นที่รู้จักแพร่หลาย ด้วยเอกลักษณ์เฉพาะตัวและเฉพาะพื้นที่จึงทำให้ผ้าแพรวาได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ ในปี 2550 ปัจจุบันจึงได้เห็นทั้งพระองค์เองและพระบรมวงศานุวงศ์สวมใส่ผ้าแพรวาในพระราชกรณียกิจต่างๆ อย่างสวยงามเป็นที่น่าจดจำไปทั่วโลก 

                         และเนื่องในโอกาสที่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเจริงพระชนมพรรษา 60 พรรษา ในปี 2558 กรมทรัพย์สินทางปัญญา และกลุ่มทอผ้าแพรวาบ้านโพน อ.คำม่วง จ.กาฬสินธุ์ จึงรังสรรค์ผ้าแพรวาชิ้นพิเศษผืนเดียวในโลกขึ้นทูลเกล้าถวาย ภายในงานประชุมสัมมนาสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์โลก ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพครั้งแรกในโลก โดยได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ เสด็จฯ ไปทรงเป็นประธานในพิธีเปิดงาน บริเวณศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ เมื่อวันก่อน  

                         พงษ์ชยุตน์ โพทะนา หัวหน้ากลุ่มทอผ้าบ้านโพน เปิดเผยว่า ผ้าแพรวาแตกต่างจากผ้าทั่วไป การกำหนดลายใช้วิธีจก หรือเกาะโดยใช้นิ้วก้อยเกี่ยว สามารถสัมผัสลายนูนที่มือเราได้ลายที่ทอแพรวาจะเป็นลายโบราณ นับได้ว่าแพรวาเป็นผ้าชั้นสูงใช้เนื่องในโอกาสงานพิเศษ บ่งบอกฐานะภูมิฐาน ก่อนหน้านี้มีพระบรมวงศานุวงศ์นำผ้าแพรวาของหมู่บ้านซึ่งมีการสืบทอดภูมิปัญญากันมาที่เดียวในประเทศ ไปตัดเป็นฉลองพระองค์หรือผ้าคลุมไหล่ในหลายโอกาสสำคัญ รวมถึงได้รับการสนับสนุนจากมูลนิธิศิลปาชีพจึงทำให้คนในหมู่บ้านไม่ละทิ้งการทอผ้าและมีความภาคภูมิใจในผลงานมากขึ้น 

                         "เนื่องในโอกาสที่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ทรงเจริงพระชนมพรรษา 60 พรรษา และในโอกาสที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพงานประชุมสัมมนาสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์โลกครั้งแรก ทางกลุ่มทอผ้าจึงได้รับการสนับสนุนจากกรมทรัพย์สินทางปัญญา ให้ถักทอผ้าผืนนี้ซึ่งมีสีพื้นประจำพระองค์ คือสีม่วง ส่วนลายจกจะมีทั้งหมด 59 สี รวมเป็น 60 สีในหนึ่งผืน ในช่วงที่เป็นดอก ที่เป็นขั้นจะมีความละเอียดใช้เทคนิคทอผ้า 10 ลายในหนึ่งผืนสลับสีมากกว่า 5 สี ในทุกๆ ดอก บางดอกลายอาจจะ 9 สี บางดอกอาจจะ 7-8 สี ภายในผ้าเป็นการรวมลายดอกโบราณต่างๆ ของลายผ้าแพรวามารวมไว้ในผ้าผืนนี้ อาทิ ลายพันมหา ลายดอกแบดขอ ลายดอกเบ่อบุญ เป็นต้น ชื่อนำมารวมกันได้ลายดอกเบ่อบุญอุ้มลายดอกพันมหา แต่ทั้งหมดจะแยกเป็นกลุ่มดอกลายหนึ่งอาจจะโทนสีฟ้า เทาม่วง ชมพูม่วง และชมพูฟ้า ไล่สีกันชัดเจน วัตถุประสงค์คือทูลเกล้าฯ ถวายเพื่อการตัดเป็นฉลองพระองค์และนำไปใช้เรื่องอื่นๆ ตามพระราชประสงค์ ตามขนาดของผืนผ้าที่มีความยาว 5 เมตร ความกว้างของผ้าคือ 72 เมตร หรือ 29 นิ้ว ถือเป็นผ้าแพรวาที่ขยายหน้ากว้างที่สุด" หัวหน้ากลุ่มทอผ้าแพรว่าให้ลายละเอีดของผ้าผืนพิเศษ

                         ทางด้าน เพ็ง ภูจันหา หนึ่งในช่างทอผ้าแพรวาผืนพิเศษนี้ กล่าวว่า มีสมาชิกที่มาร่วมทำผ้าผืนนี้ 13 คน ใช้เวลาทำเพียง 2 เดือน พอคนไหนว่างจากการทำงาน ความยากอยู่ที่เราใช้สีมากกว่าปกติ แต่ละบล็อกจะใช้สีไม่เหมือนกัน ผ้าผืนนี้เลยไม่มีการวาดแบบออกมาก่อน ใช้ความชำนาญของช่างที่มาร่วมทอถวายสื่อสารกันจากลายผ้า เวลาได้เห็นสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ และพระบรมวงศานุวงศ์หลายๆ พระองค์สวมใส่ผ้าแพรวาที่ทั้งตัวเองและคนอื่นๆ เป็นคนถักทอ รู้สึกภาคภูมิใจมาก เป็นผลงานที่ไม่ใช่ใครอยากจะทำก็ทำได้ เราทำไปก็ไม่รู้ว่าลายจะออกมาเป็นอย่างไร ไม่รู้ว่าสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จะโปรดหรือไม่ แต่หลายครั้งทุกคนจะยืนมองในโทรทัศน์และเห็นผ้าแพรวาที่ตัวเองทำถูกใช้เป็นฉลองพระองค์ก็รู้สึกตื้นตันใจทุกที