
จี้ผู้ว่าฯ 4 จว.ใต้ช่วยชาว"มอแกน" หนุนเขตวัฒนธรรมฯ-สกัดนายทุนรุก
ระนอง - กระทรวงวัฒนธรรมเต้น หลังพบกลุ่มนายทุนบุกรุกถิ่นที่อาศัยชาวมอแกนใน 4 จังหวัดใต้ตอนบน จี้ ผวจ.4 จังหวัดแก้ไขเร่งด่วน ด้านเอกชนเสนอเป็นเขตวัฒนธรรมพิเศษ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีหนังสือด่วนจากกระทรวงวัฒนธรรม โดยนายธีระ สลักเพชร รมว.วัฒนธรรม ระบุคำสั่งกระทรวง ที่ 33/2552 เรื่องแต่งตั้งคณะกรรมการอำนวยการบูรณาการเพื่อฟื้นฟูวิถีชีวิตชาวเล โดยระบุว่า จากเหตุการณ์สึนามิ ชาวมอแกน มอแกลน และอุรักลาโว้ย ที่ทำกินอยู่ชายฝั่งทะเลอันดามัน ได้รับความเดือดร้อนจากการบุกรุกของนายทุนที่เข้าไปจับจองสิทธิ์ในที่ดิน พร้อมผลักดันกลุ่มชาวเลออกจากพื้นที่ทำให้ไร้ที่อยู่ ที่สำคัญคือขาดสัญชาติที่ทำให้ชาวเลไม่สามารถรักษาวิถีชีวิตและคุณค่าดั้งเดิมไว้ได้
ดังนั้น เพื่อแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม กระทรวงจึงแต่งตั้งคณะกรรมการอำนวยการบูรณาการเพื่อฟื้นฟูวิถีชีวิตชาวเล โดยมี รมว.วัฒนธรรม เป็นประธานกรรมการ ร่วมด้วยปลัดกระทรวงวัฒนธรรม ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช พร้อมแต่งตั้ง 4 ผู้ว่าราชการจังหวัดที่มีปัญหา เป็นกรรมการ คือ ภูเก็ต กระบี่ พังงา และระนอง ให้มีอำนาจหน้าที่วางแผน กำหนดนโยบาย ฯลฯ และมีอำนาจแต่งตั้งคณะกรรมการฝ่ายต่างๆ เพื่อช่วยในการปฏิบัติงานได้ตามที่เห็นสมควร
นายวันชาติ วงษ์ชัยชนะ ผู้ว่าฯ ระนอง กล่าวว่า จังหวัดมีคำสั่งที่ 524/2552 แต่งตั้งคณะกรรมการปฏิบัติงานระดับจังหวัดเพื่อฟื้นฟูวิถีชีวิตชาวเล ทั้งนี้ เป็นผลมาจากกรณีปัญหาชาวมอแกน มอแกลน และอุรักลาโว้ย ซึ่งได้รับความเดือดร้อนจากการบุกรุกของนายทุน โดยจากที่ได้รับรายงานเบื้องต้นพบว่ามีพื้นที่ที่เป็นปัญหาอยู่ 7 ไร่ ที่เกาะเหลา จากการตรวจสอบทราบว่าเป็นพื้นที่ที่มีเอกสารสิทธิ ซึ่งขณะนี้ได้ประสานกับสำนักงานที่ดินจังหวัดให้เข้าไปตรวจสอบแล้ว
นายจีระศักดิ์ บุญส่ง เจ้าหน้าที่องค์การมหาชน ที่เข้าไปช่วยเหลือชาวมอแกน กล่าวว่า ชาวมอแกน จ.ระนอง เป็นห่วงกรณีการบุกรุกของนายทุน เนื่องจากเป็นกลุ่มที่ไม่มีสัญชาติ จึงไม่สามารถต่อสู้หรือเรียกร้องสิทธิใดๆ ได้ จึงต้องการให้รัฐกำหนดพื้นที่ที่ชาวมอแกนอาศัยเป็นเขตวัฒนธรรมพิเศษ ทั้งนี้ จากข้อมูลพบว่าปัจจุบันมีชาวมอแกนอาศัยอยู่ใน 3 เกาะ คือเกาะเหลา 39 ครัวเรือน 201 คน, เกาะพยาม 21 ครัวเรือน 88 คน และเกาะช้าง 95 ครัวเรือน รวม 429 คน



