ข่าว

เด้ง!ผกก.ขุนยวมเซ่นไฟไหม้ศูนย์อพยพ

เด้ง!ผกก.ขุนยวมเซ่นไฟไหม้ศูนย์อพยพ

26 มี.ค. 2556

พิษไฟไหม้ศูนย์อพยพบ้านแม่สุริน ผู้การฯ แม่ฮ่องสอน สั่งเด้ง ผกก.ขุนยวม เหตุไม่เข้าพื้นที่โดยฉับพลัน ไม่ตอบสนองคำสั่งผู้บังคับบัญชา แถมไม่พร้อมปฏิบัติหน้าที่


              หลังโศกนาฏกรรมไหม้ศูนย์อพยพบ้านแม่สุริน อ.ขุนยวม จ.แม่ฮ่องสอน ส่งผลให้ชาวกะเหรี่ยงเสียชีวิตถึง 37 คน และบาดเจ็บจำนวนมากนั้น ความคืบหน้าเมื่อวันที่ 26 มีนาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.ต.สมพงษ์ ชิงดวง ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดแม่ฮ่องสอน (ผบก.ภ.จว.แม่ฮ่องสอน) มีคำสั่งให้ พ.ต.อ.นิตินาถ วิทยาวุฑฒิกุล ผู้กำกับการ (ผกก.) สภ.ขุนยวม ไปช่วยราชการที่ บก.ภ.จว.แม่ฮ่องสอน มีผลตั้งแต่วันที่ 24 มีนาคม เป็นต้นไป เป็นระยะเวลา 30 วัน เนื่องจากเมื่อเกิดเหตุเพลิงไหม้ศูนย์อพยพบ้านแม่สุริน ไม่ได้เข้าพื้นที่เกิดเหตุโดยฉับพลัน และไม่ตอบสนองคำสั่งผู้บังคับบัญชา ไม่มีความพร้อมในการปฏิบัติหน้าที่

              ด้าน พ.ต.อ.นิตินาถให้สัมภาษณ์ว่า เหตุการณ์เพลิงไหม้ศูนย์พักพิงผู้อพยพจากภัยสู้รบบ้านแม่สุรินนั้นอยู่ระหว่างการสืบสวนอยู่ ในฐานะหัวหน้าพนักงานสอบสวน และผกก.ขุนยวม ต้องหาสาเหตุให้ได้ว่าเกิดจากอุบัติเหตุ หรือการวางเพลิง หรือจากอะไร ซึ่งมีหลายสาเหตุ แต่ตอบไม่ได้ตอนนี้ เพราะไม่สามารถสืบสวนสอบสวนได้อีกแล้ว เนื่องจากถูกคำสั่งให้ช่วยราชการที่ บก.ภ.จว.แม่ฮ่องสอน

              "เรื่องนี้คงไม่อุทธรณ์คำสั่ง เพราะผมเป็นข้าราชการตำรวจ โดยหลังจาก 30 วัน จะกลับมาทำงานเหมือนเดิมหรือไม่นั้น เป็นเรื่องของผู้บังคับบัญชาจะให้กลับหรือไม่ ผมเป็นข้าราชการตำรวจรับใช้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รับใช้แผ่นดิน ไม่ได้รับใช้ผู้ใด ส่วนเป็นการกลั่นแกล้งกันหรือไม่นั้น ไม่ทราบ ตอบไม่ได้ ต้องไปถามประชาชนและผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ ถามผู้คนว่าชาวบ้านคิดอย่างไรกับผม ซึ่งผมตอบไม่ได้ว่า เลวหรือดี ผมยืนยันว่าวันเกิดเหตุไม่ได้ดื่มสุรา แต่ยอมรับว่านายลงพื้นที่แล้วไม่ได้ไปต้อนรับจริง เพราะเพิ่งออกจากป่ากับทหารกองทัพบก เมื่อผู้บังคับบัญชามาถึงไม่ได้ไปต้อนรับคงไม่พอใจ จะให้เอาเฮลิคอปเตอร์เข้าพื้นที่ก็ขอของทหารเข้าไปให้ เพราะของตำรวจไม่กล้าบิน" พ.ต.อ.นิตินาถกล่าว

              ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่จากคลินิกแม่ตาว ของ พญ.ซินเธีย หม่อง แพทย์อาสาสมัครชาวพม่า ที่รักษาชาวพม่าตามแนวชายแดนด้าน จ.ตาก และองค์กรต่างๆ ที่ช่วยเหลือผู้ลี้ภัย ได้รับแจ้งจากคณะกรรมการพื้นที่พักพิงผู้ลี้ภัยจากการสู้รบบ้านแม่สุริน ว่า ให้ชะลอการส่งของไปช่วยเหลือผู้ลี้ภัยที่ประสบอัคคีภัย เนื่องจากทางพื้นที่พักพิงได้รับสิ่งของจากความช่วยของหน่วยงานต่างๆ ทั้งฝ่ายราชการไทย และองค์กรพัฒนาเอกชน รวมทั้งจากสำนักงานข้าหลวงใหญ่สหประชาชาติ (ยูเอ็นเอชซีอาร์) จำนวนมาก ทำให้คณะกรรมการพื้นที่พักพิงไม่สามารถแยกแยะสิ่งของได้ทัน

              นอกจากนี้ ผู้ลี้ภัยที่ประสบอัคคีภัยไม่มีที่เก็บสิ่งของบริจาค เพราะจะต้องมีที่อยู่อาศัยก่อน จึงขอให้ผู้บริจาค และองค์กรต่างๆ ชะลอในการส่งของบริจาคไปช่วยเหลือผู้ลี้ภัยครั้งนี้ก่อน

              นพ.ไพศาล ธัญญาวินิชกุล นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดแม่ฮ่องสอน กล่าวว่า จากการลงพื้นที่คัดกรองผู้ป่วยพื้นที่ศูนย์พักพิงผู้อพยพจากภัยสู้รบบ้านแม่สุรินทร์ หลังเหตุเพลิงไหม้เมื่อวันที่ 22 มีนาคมที่ผ่านมา พบว่าในส่วนของการป่วยทางกายนั้น ทุกอย่างเข้าสู่ระบบแล้ว มีหน่วยแพทย์ของไออาร์ซีดูแลอยู่ คาดว่าสถานการณ์จะคลี่คลายภายใน 7 วัน ขณะที่สภาพจิตใจผู้ประสบภัยพบว่ามีจำนวน 30 คน มีอาการซึมเศร้า เนื่องจากสูญเสียญาติ ครอบครัว หรือพี่น้องจากเหตุการณ์ดังกล่าว จำนวนนี้มี 2 คนที่อาการรุนแรง มีความคิดที่จะทำร้ายตัวเอง ทีมแพทย์ให้ความดูแลอยู่และมั่นใจว่าดูแลได้ไม่ต้องส่งตัวมารักษาภายนอก

              "ทุกอย่างเริ่มเข้าสู่ระบบแล้ว สุขภาพผู้อพยพเริ่มดีขึ้น เรียกว่าผ่านจุดวิกฤติมาแล้ว หลังจากนี้ไปจะเป็นเรื่องของการฟื้นฟูทั้งศูนย์พักพิงและสภาพจิตใจของผู้อพยพ อย่างไรก็ตาม สสจ.แม่ฮ่องสอน ยังคงส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปดูแลในส่วนของสุขาภิบาลและสิ่งแวดล้อม สนับสนุนคลอรีนและปูนขาว เพื่อฆ่าเชื้อในพื้นที่ พร้อมกับส่งหน่วยมาลาเรีย และหน่วยโรคระบาดอื่นๆ ลงพื้นที่ต่อเนื่องเฝ้าระวังโรคระบาด หลังจาการสำรวจแล้วจะจัดทำเป็นเอกสารส่งให้เจ้าหน้าที่และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในศูนย์พักพิงเพื่อวางแผนการก่อสร้างที่พักต่อ" นพ.ไพศาลกล่าว

              ด้าน นพ.ประดิษฐ สินธวณรงค์ รมว.สาธารณสุข กล่าวภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี ถึงการให้การช่วยเหลือ ผู้ประสบอัคคีภัย ที่ศูนย์อพยพบ้านแม่สุริน ว่า กระทรวงได้มอบหมายให้ บุคลากรทางการแพทย์เข้าไปแล้ว และผลสรุปผลตัวเลขผู้เสียชีวิตมีทั้งสิ้น 37 คน สูญหาย 1 คน บาดเจ็บสาหัสถูกไฟไหม้ร้อยละ 80 นั้น มีอยู่ 1 คน ขณะนี้ก็รักษาอาการอยู่ที่ จ.เชียงใหม่ เราได้ให้การดูแลบาดแผล และได้ให้นักจิตวิทยาเขาไปดูแลเรื่องสภาพจิตด้วย รวมถึงได้มีการตั้งศูนย์รักษาพยาบาล และมอบมุ้งกันยุงแล้ว สำหรับสถานการณ์ขณะนี้เริ่มดีขึ้นแล้ว เพราะหน่วยรักษาพยาบาลในพื้นที่ช่วยตัวเองได้ โดยไม่ต้องส่งกำลังเสริมแล้ว