
'ชินคอร์ป'รับเทมาเส็กจ้องขายหุ้นอีก
ผู้บริหารชินคอร์ปยอมรับกลุ่มเทมาเส็ก ผู้ถือหุ้นใหญ่สัดส่วน 50% มีแผนจะขายหุ้นออกอีกแต่ไม่ยืนยันเวลา ตั้งงบลงทุน 2 พันล้านบาทประมูลใบอนุญาตทีวีดิจิตอล 2 ช่อง
26มี.ค.2556 นายสมประสงค์ บุญยะชัย ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ชิน คอร์ปอเรชั่น (INTUCH) กล่าวว่ากลุ่มผู้ถือหุ้นใหญ่มีโอกาสที่จะทยอยลดสัดส่วนการขายหุ้นออกมาได้อีก แต่ในฐานะผู้บริหารไม่สามารถกำหนดได้ว่าจะทำรายการช่วงเวลาใด ซึ่งเป็นเรื่องของกลุ่มผู้ถือหุ้นจะมีการตกลงกันเอง และปัจจุบันจำนวนหุ้นหมุนเวียนในตลาดหุ้น อยู่ที่ 45% ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่ตลาดหลักทรัพย์กำหนดไว้มาก รวมทั้งหุ้นอินทัช ก็มีการซื้อขายที่คึกคักมากขึ้น
"นโยบายการขายหุ้นเป็นเรื่องของกลุ่มผู้ถือหุ้นใหญ่จะมีการเจรจาตกลงกัน ซึ่งก็มีโอกาสที่จะทยอยขายออกมาได้อีก แต่ไม่รู้ว่าจะทำรายการเมื่อใดและจำนวนมากน้อยแค่ไหนเพราะอยู่เกินการดูแลฝ่ายบริหาร แต่ปัจจุบันฟรีโฟลทก็ถือว่ามีจำนวนมากและราคาหุ้นก็คึกคักต่อเนื่อง ซึ่งได้รับความสนใจจากนักลงทุนจำนวนมาก"
ตลาดหลักทรัพย์ระบุว่า กลุ่มเทมาเส็กถือหุ้นใหญ่ในชินคอร์ปอเรชั่น ราว 44.97% ของทุนจดทะเบียน ผ่านบริษัทแอสแพน โฮลดิ้งส์ และ บริษัทซีด้า โฮลดิ้งส์
นายสมประสงค์กล่าวว่า แผนการดำเนินธุรกิจของบริษัทมีแผนจะเข้าซื้อหุ้นบริษัทขนาดกลางและเล็ก โดยมีบริษัทที่อยู่ระหว่างการเจรจา และเตรียมความพร้อมประมาณ 30 บริษัท ซึ่งบริษัทดังกล่าวจะดำเนินธุรกิจ 4 ประเภท ได้แก่ ไอที มีเดีย เทเลคอม ดิจิตอลคอนเท้น โดยปีนี้คาดว่าจะสามารถเจรจาร่วมทุนได้ประมาณ 5 บริษัท และธุรกิจหลักจะเป็นประเภทซอฟแวร์ และดิจิตอล ลักษณะของการลงทุนบริษัทอินทัช จะเข้าไปถือหุ้นในสัดส่วน 25-30% และขนาดบริษัทจะต้องมีทุนจดทะเบียนไม่ต่ำกว่า 5 ล้านบาท ทั้งนี้ในปีก่อนบริษัทได้เข้าไปลงทุนกับบริษัทอุ๊คบี ซึ่งจะเริ่มมีกำไรในปีนี้ โดยการเข้าไปลงทุนร่วมทุนกับกลุมเวนเจอร์แคปปิตอลในครั้งนี้ บริษัทกำหนดเป้าหมายไดัรับอัตราผลตอบแทนจากการลงทุนประมาณ 10%
ส่วนการลงทุนในธุรกิจทีวีดิจิตอลนั้น บริษัทเตรียมงบลงทุนประมาณ 2 พันล้านบาท โดยจะนำไปใช้ประมูล มูลค่า 1 พันล้านบาท ที่เหลือจะนำไปใช้ในการสร้างสตูดิโอ และเครื่องมือต่างๆ ทั้งนี้บริษัทจะตั้งบริษัทย่อยขึ้นมา และมั่นใจว่าทางการน่าจะสามารถเปิดประมูลใบอนุญาตช่วงปลายปีนี้ ซึ่งคาดว่าจะยื่นประมูล 2 ช่อง ประเภท รายการทั่วไป และเด็กสิ่งที่บริษัทอยู่ระหว่างการดำเนินการ คือการศึกษาเงื่อนไขการทำธุรกิจ การติดตามเทคโนโลยี และแนวทางการพัฒนาดำเนินการต่างๆต่อไป
สำหรับความคืบหน้าของการเตรียมความพร้อมในดำเนินธุรกิจ 3 จี ภายใต้ 2.1 จิกกะเฮริตซ์นั้น บริษัทเตรียมงบลงทุน 7 หมื่นล้านบาทที่จะนำมาใช้ในระยะเวลา 36 เดือน และคาดว่าจะสามารถเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการต้นเดือนพฤษภาคมนี้
เขากล่าวว่า การที่ค่าเงินบาทแข็งค่า บริษัทได้รับประโยชน์ โดยสินค้าส่วนใหญ่กว่า 50%เป็นสินค้านำเข้า แต่การมีกำไรอัตราแลกเปลี่ยนไม่ได้มีผลกระทบต่อผลประกอบการของบริษัทอย่างมีนัยสำคัญ
ด้านการเคลื่อนไหวราคาหุ้นตั้งแต่ต้นปีเพิ่มขึ้น 12.32 บาท จากราคา 69 บาท เป็น 77.50 บาท และราคาหุ้นเคยปรับตัวขึ้นไปสูงสุดที่ 80.50 บาท
ทั้งนี้เมื่อวันที่ 10 มกราคม 2556 บริษัท ซีดาร์ โฮลดิ้งส์ ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ในกลุ่มเทมาเส็กได้ดำเนินการขายหุ้นบางส่วนที่ถืออยู่ 330 ล้านหุ้น คิดเป็น10.3% โดยขายให้แก่นักลงทุนไทยประมาณในสัดส่วน 20% และบริษัทไทยเอ็นวีดีอาร์ ภายหลังการขายหุ้น ส่งผลให้ซีดาร์ฯ เป็นผู้ถือหุ้นในบริษัท สัดส่วน13.3%ของหุ้นทั้งหมด



