
ขอให้เอาจริง
ขอให้เอาจริง : เลียบค่าย โดยคมพิทักษ์ราษฎร์
มาอีกแล้ว ท่าทีขึงขังของผู้นำตำรวจ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. สั่งให้ ผบก.น.5 และผู้กำกับคลองตัน, บางนา กับ สภ.โพธิ์แก้ว มาช่วยราชการ ศปก.ตำรวจ กรณีกองปราบจับบ่อนการพนันในท้องที่รับผิดชอบ ได้ผู้เล่นการพนันหลายร้อยคน พร้อมสั่งให้จเรตำรวจสอบสวนเอาผิดทางวินัย
ท่านผู้อ่าน เห็นบทละครเรื่องเดิมๆ ที่ตอนจบของทุกเรื่อง ผู้ที่ถูกคำสั่งช่วยราชการ และถูกตั้งกรรมการสอบสวน พอเรื่องซาลง หรือนักข่าวไม่ตามเรื่อง ก็เห็น กลับมาดำรงตำแหน่งเดิมทุกที แล้วบ่อนการพนันเจ้าปัญหา ก็เดินเครื่องต้อนรับนักพนันกลุ่มเดิมๆ ต่อไป
ที่เป็นเช่นนี้ ท่าน ผบ.ตร.ก็ทราบดี นักข่าวทราบดี ประชาชนชาวกรุงเทพฯ ก็ทราบดีว่า บ่อนการพนันที่มีผีพนันหลักร้อย แค่ สน.ท้องที่ไม่กล้าอนุญาตให้เปิดหรอก แม้แต่ผู้บังคับการ ก็น่าจะใจไม่ถึง แต่เปิดได้อย่างไร ใหญ่ขนาดคนเล่นหลายร้อยคนและอยู่ริมถนนซอยใหญ่ ทุกคืนมีรถยนต์แท็กซี่จอดเรียงเป็นแถวเพื่อรับส่งนักเล่นร่วมๆ 30 คัน อย่างเปิดเผยและยาวนาน แต่ตำรวจไม่รู้?
เพื่อนตำรวจของผู้เขียน ซึ่งมีความโชกโชนงานสืบสวนปราบปราม ให้ความรู้เรื่องบ่อนการพนันว่า หากจะเปิดบ่อนการพนัน ระดับผู้เล่นไม่เกิน 30 แต่ไม่เกิน 50 คน ควรติดต่อกองสืบของ บก.และบช.ด้วย หากระดับ 50 คนขึ้นไปไม่เกิน 100 คน ควรมีสัมพันธไมตรีกับผู้การ และรอง ผบช.ที่รับผิดชอบ แต่ถ้าเกิน 100 คนขึ้นไปเมื่อไหร่ โน่น! พึงมีสัมมาคารวะกับ ผบช. และรอง ผบ.ตร.ที่คุม บช.นั้นๆ
นี่เป็นธรรมเนียมปฏิบัติในอดีตที่ผ่านมา เป็นที่รู้กันทั่วไป
แต่เหตุเกิดเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ไม่รู้ธรรมเนียมเดิมๆ ยังคงใช้อยู่หรือเปล่า เพราะเคยมีคำสั่งหรือบันทึกสั่งของ ผบ.ตร. กรณีมีหน่วยอื่นมาจับการพนันในท้องที่ใด นอกจากจะพิจารณาข้อบกพร่องโรงพัก และบก.ที่รับผิดชอบแล้ว กองสืบของ บก.และ บช.รวมทั้งกองปราบที่รับผิดชอบพื้นที่ ต้องถูกพิจารณาข้อบกพร่องด้วย และให้ไล่ระดับไปจนถึงสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
ไม่มีอะไรที่ตำรวจไทยทำไม่ได้ ยกเว้น ไม่เอาจริง
ก็จะดูน้ำยาของ ผู้นำตำรวจคนจริง พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว จะเอาจริงหรือไม่?



