
'บิ๊กแจ๊ส'ไม่หวั่นหลุดเก้าอี้'ผบช.น.'
'คำรณวิทย์'ไม่หวั่นหลุดเก้าอี้'ผบช.น.' ลั่นยอมรับคำสั่งผู้บังคับบัญชา ปัดข่าวลือบินพบ'แม้ว'ที่ฮ่องกง
26 มี.ค.56 พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผบช.น. กล่าวถึงกรณีนอกหน่วยจับกุมบ่อนการพนันในพื้นที่ บก.น.5 จนเป็นเหตุให้ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. มีคำสั่งย้าย พล.ต.ต.กฤษฏิ์ เปียแก้ว ผบก.น.5 พ.ต.อ.โชติวัฒน์ เหลืองวิลัย ผกก.สน.คลองตัน และพ.ต.อ.กัญชล อินทราราม ผกก.สน.บางนา ช่วยราชการที่ ศปก.ตร. ว่า การพนันเป็นเหมือนของคู่บ้านคู่เมืองอยู่แล้ว สมัยก่อนพนันตีไก่เอาบ้านเอาเมืองยังมีเลย เพราะฉะนั้นนิสัยคนไทยในสายเลือดเรื่องการพนันมันต้องมีอยู่แล้ว ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจก็มีการจับกุมมาโดยตลอด ขอให้สบายใจได้และหลังจากที่มีการจับกุมได้วางมาตรการปราบปราม และเร่งสืบสวนขยายผลบ่อนแม่โห้หากหลักฐานไปถึงใครให้ดำเนินคดีทั้งหมด
"คงไม่น่าจะมีปัญหาอะไร เพราะได้สั่งกำชับไปตามนโยบายของ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี และผบ.ตร. ที่สั่งการให้เข้มงวดอย่างชัดเจน ต้องขอขอบคุณนโยบายของ ผบ.ตร.และขอบคุณกองปราบที่ช่วยสอดส่องดูแล เพราะขณะนี้ในพื้นที่นครบาลมีคดีอาชญากรรมเกิดขึ้นเยอะ กำลังตำรวจมีน้อย ตนไม่ได้ปฏิเสธความรับผิดชอบ ขอให้ทุกคนสบายใจได้ และขอให้ทุกพื้นที่ช่วยกันปฏิบัติตามนโยบายอย่างเคร่งครัดด้วย ต่อไปถ้าอาชญากรรมคุมได้แล้ว ก็ต้องเคร่งครัดเรื่องการปราบปรามอบายมุขให้หมดไป" พล.ต.ท.คำรณวิทย์ กล่าว
พล.ต.ท.คำรณวิทย์ กล่าวถึงกระแสข่าวโยกย้ายกลับตำรวจภูธรภาค 1 สลับกับ พล.ต.ท.นเรศ นันทโชติ ผบช.ภ.1 ว่า ไม่มีปัญหา แล้วแต่ผู้บังคับบัญชา ไม่ยึดติดกับตำแหน่งเพราะ เป็นที่รู้กันดีอยู่แล้วที่ผ่านมา บช.น.ใช้ผู้บัญชาการเปลือง มาก 4 ปี 5 คน เพราะฉะนั้นตนจะเป็นคนที่ 6 ก็ไม่เป็นไร เป็นตำรวจอยู่ที่ไหนก็ได้
ปัดข่าวลือบินพบ"แม้ว"ที่ฮ่องกง ขอสลับเป็น"ผบ.ช.ภ.1"
พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ปฏิเสธกระแสข่าวการเดินทางไปพบ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ประเทศฮ่องกง เพื่อเจรจาต่อรองปรับเปลี่ยนตำแหน่งในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ภายหลังมีข่าวนายใหญ่ไม่ปลื้ม โดยโยกย้ายไปเป็นผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 แทน พล.ต.ท.นเรศ นันทโชติ (ผบช.ภ.1) ว่า ไม่ได้ไปพบ พ.ต.ท.ทักษิณ ตามที่เป็นข่าวแต่อย่างใด พร้อมระบุว่า ตนเองไม่มีปัญหาอะไร อยู่ที่ไหนก็ทำงานได้อย่างสบายใจ แล้วแต่ผู้บังคับบัญชาจะสั่งการ ไม่ยึดติดกับตำแหน่งอยู่แล้ว
ตร.ตั้งจเรตำรวจเป็นกรรมการสอบจับบ่อน
เมื่อเวลา 11.00 น. พล.ต.ต.ปิยะ อุทาโย โฆษก ตร.กล่าวถึงการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีการจับกุมบ่อนพนัน 3 แห่งว่า ภายหลังจากกองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) เข้าทำการจับกุมบ่อนพนัน 3 แห่ง ประกอบด้วย สน.คลองตัน สน.บางนา และ สภ.โพธิ์แก้ว เมื่อวันที่ 23 มี.ค.ที่ผ่านมา ทาง ตร.ได้มีการแต่งตั้งพนักงานสืบสวนสอบสวนขึ้นมา เพื่อตรวจสอบความข้อเท็จจริงในการจับกุมครั้งนี้ โดยตามคำสั่ง ตร.ที่ 202/2556 และคำสั่งที่ 203/2556 ลงวันที่ 25 มี.ค. อาศัยอำนาจความใน พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2547 มาตรา 84 แต่งตั้งให้ พล.ต.ท.วรเทพ เมธาวัธน์ จตร.(สบ8) เป็นประธานกรรมการ พล.ต.ต.รังสิต พิริยายน รอง จตร.(สบ7) พล.ต.ต.สุรศักดิ์ จึงสง่า ผบก.กต.10 จต.เป็นกรรมการ พ.ต.อ.สุวิทย์ มาดะมัน ผกก.ฝ่ายสืบสวนและตรวจราชการ 2 กต.10 จต.เป็นผู้ช่วยเลขานุการ ให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีจับกุมบ่อนในพื้นที่ สน.คลองตัน และ สน.บางนา
พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวต่อว่า คำสั่ง ตร.ที่ 204/2556 แต่งตั้งให้ พล.ต.ท.สมโชค เจริญพร จตร.(สบ8) เป็นประธานกรรมการ พล.ต.ต.เรวัช กลิ่นเกสร จตร.(สบ8) พล.ต.ต.ขจรศักดิ์ อ.โพธิ์ทอง ผบก.กต.7 จตร. พ.ต.อ.สุธนชัย กีรติมาพงศ์ ผกก.ฝ่ายสืบสวนและตรวจราชการ 1 กต.7 จตร.เป็นกรรมการ พ.ต.ท.ชยพันธน์ จุ้ยช่วยเจริญ รอง ผกก.ฝ่ายสืบสวนและตรวจราชการ 1 กต.7 จตร.เป็นกรรมการและเลขานุการ ให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีจับกุมในพื้นที่ สภ.โพธิ์แก้ว จ.นครปฐม โดยให้คณะกรรมการสืบสวนพิจารณาตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎ ก.ตร.ว่าด้วยการสืบสวนข้อเท็จจริง และให้รายงานผลมายัง สตช.ภายใน 7 วัน ทั้งนี้ การพิจาณาสอบสวนข้อเท็จจริงนั้น จะให้อำนาจคณะกรรมการอย่างเต็มที่ และพิจารณาไปตามพยานหลักฐาน เพื่อให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย โดยขอยืนยันว่า การพิจารณาจะดูทุกระดับชั้นตั้งแต่ชั้นประทวนขึ้นไป หากพบว่าบุคคลใดมีส่วนเกี่ยวข้องก็ต้องรับผิดชอบ



