
คึกคัก!แห่ชิงมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์
คึกคัก! แห่ชิงมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์
ปิดโต๊ะรับสมัครไปเรียบร้อยโรงเรียน "คุณแดง" สุรางค์ เปรมปรีดิ์ ผู้อำนวยการกองประกวด "มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2013" ตลอด 3 วันที่ผ่านมาทั้งส่วนกลางบริเวณลีฟวิ่งแกลเลอรี ชั้น 3 ห้างสยามพารากอน และต่างจังหวัด มีสาวงามให้ความสนใจแห่ยื่นความจำนงอยากเป็นผู้หญิงที่สวยที่สุดของประเทศเพียบ แต่ละคนต่างพกดีกรี ความสวย และความสามารถ ทั้งตำแหน่งการันตี ว่าที่สัตวแพทย์ เภสัชกร วิศวกร สถาปนิก นางแบบ ธุรกิจส่วนตัว ทำเอาคณะกรรมการต้องทำงานหนักกันทีเดียว
ประณม ถาวรเวช ผู้จัดการกองประกวดฯ เผยว่า ตลอด 3 มีสาวงามมากดีกรีตบเท้าเข้าร่วมชิงชัยอย่างคึกคักกว่า 250 คน เหมือนทุกคนรอคอย และเป็นที่สังเกตว่าปีนี้มีสาวงามหน้าใหม่ๆ จำนวนมากที่ไม่เคยผ่านเวทีใดมาก่อน อาจเพราะส่วนหนึ่งเป็นช่วงปิดเทอมของนักศึกษา และหลายคนอยากหาประสบการณ์ให้ตัวเอง ส่วนที่ช่วงเวลาเดียวกันมีเวทีประกวดสาวงามเปิดรับสมัครชนกันนั้น ก็ไม่เป็นอุปสรรคใดๆ เพราะแต่ละคนคงรู้ดีว่าตัวเองชื่นชอบเวทีไหน มีเป้าหมายอย่างไร
"หลักเกณฑ์การคัดเลือกยังคงเดิม อีกส่วนหนึ่งทางกองประกวดกลางใช้อยู่คือ ถ้าเคยมีภูมิลำเนาอยู่ต่างประเทศ ต้องเดินทางกลับมาอยู่เมืองไทยไม่น้อยกว่า 6 เดือน สำหรับเรื่องศัลยกรรมนั้นกองประกวดให้อิสระถ้าทำออกมาแล้วสวยดูดี ขณะที่ความรู้ความสามารถผู้สมัครส่วนใหญ่อยู่ในวัยศึกษาก็เข้าใจได้ แต่หากมีความสามารถสื่อสารภาษาอังกฤษได้ดีก็จะเพิ่มความน่าสนใจยิ่งขึ้น เนื่องจากเวลาเดินทางไปประกวดมิสยูนิเวิร์สในต่างประเทศถ้าสื่อสารกับคนอื่นได้ก็จะช่วยเสริมความมั่นใจ แต่ถ้าพูดไม่ได้เขาก็มีล่ามไม่เป็นปัญหา อยากให้มองว่าการประกวดเป็นการทำกิจกรรมร่วมกัน ไม่ใช่มุ่งแข่งขันเท่านั้น คนที่เข้ารอบจะได้ประสบการณ์ชีวิต ได้ความรู้ ได้โอกาส ถือเป็นยุคของนางงามรุ่นใหม่กลุ่มเจเนอเรชั่นแซดที่เปี่ยมาด้วยความงาม มั่นใจ และกล้าแสดงออก" กูรูนางงาม กล่าว
ในจำนวนผู้สมัครทั้งหมด มีช้างเผือกที่ได้รับความสนใจจากบรรดาสื่อมวลชนหลายคน อาทิ สาวดีกรีปริญญาโท ด้านการจัดการท่องเที่ยวและการตลาด จากมหาวิทยาลัยบอร์นมัธ ประเทศอังกฤษ "ริต้า" ชาลิตา แย้มวัณณังค์ ทำงานเป็นติวเตอร์ภาษาอังกฤษให้กับสถาบันสอนภาษาที่นครราชสีมา เจ้าตัวบอกว่า สมัครประกวดครั้งแรก ที่เลือกเวทีนี้เพราะเป็นเวทีที่ส่งตัวแทนไปประกวดมิสยูนิเวิร์ส ตัวเองเรียนปริญญาโทที่อังกฤษ และฝึกงานด้านการตลาดที่จีน เหลือเวลาแค่ปีเดียวที่มีสิทธิ์สมัครจึงตัดสินใจทันที ส่วนสาวรูปร่างดีส่วนสูง 175 ซม. "แพรวา"สกาวรรณ สิงหปรีชา วัย 19 ปี นิสิตปี 1 คุณอุตสาหกรรมเกษตร ม.เกษตรศาสตร์ พกดีกรีดาวมหาวิทยาลัยมาด้วย บอกว่า สมัครประกวดเพราะได้แรงบันดาลใจจากคุณย่าที่เคยประกวดนางสาวไทยรุ่น อมรา อัศวนนท์ อีกทั้งครอบครัวซึ่งคุณพ่อเป็นหัวหน้าส่วนแรงงานจังหวัดจันทบุรีก็สนับสนุน
อยากทำให้ประเทศไทยมีชื่อเสียง โดยคว้ามงกุฎมิสยูนิเวิร์สคนที่ 3 ของประเทศให้จงได้ คือความตั้งใจของ ขวัญหล้า เลิศนภาโคราช ว่าที่นักกฎหมายจากรั้วสุโขทัยธรรมาธิราช เจ้าของความสูง 179 ซม.ดีกรีธิดาโคราชปีล่าสุด เจ้าตัวบอกว่าตัวเองมีดีที่รูปร่าง หน้าตาอย่างไทย อีกทั้งมุ่งมั่นมา 1 ปีเต็มไม่ว่าจะเป็นฝึกการเดิน การพูดภาษาอังกฤษ และออกกำลังกาย ซึ่งการบ้านที่ทำอย่างหนักนี้ก็เพื่อตัวเองและประเทศชาติ ขณะที่ทายาทอดีตนักร้องดัง อิทธิ พลางกูร "ลูกเกด" เขมิกาวราลี พลางกูร นิสิตปี 3 นิเทศศาสตร์ รั้วศรีปทุม ยอมเปลี่ยนชื่อเพื่อเสริมพลังให้ตัวเองบอกว่า ที่ผ่านมาเคยประกวดเวทีนักร้องเพราะมีคุณพ่อเป็นแรงบันดาลใจ แต่เวทีความงามนั้นคุณแม่อดีตขวัญใจนางงามวิสุทธิกษัตริย์เป็นแรงหนุนสำคัญ ส่วนใครจะติฉินว่าเป็นลูกคนมีชื่อเสียงอาจพ่วงเส้นมาด้วยก็ไม่แคร์เพราะอยากให้ดูที่ความสามารถมากกว่า
ทั้งนี้ กองประกวดจะทำการคัดเลือกผู้เข้ารอบ 44 คนสุดท้ายในวันเสาร์ที่ 20 เมษายน เพื่อร่วมทำกิจกรรมเก็บตัวทั้งในกรุงเทพฯ และจังหวัดกระบี่ ระหว่างวันที่ 2-8 พฤษภาคม โดยการประกวดรอบตัดสินจะมีขึ้นในวันเสาร์ที่ 11 พฤษภาคมนี้ ที่รอยัล พารากอนฮอลล์ ห้างสยามพารากอน



