ข่าว

ปชป.เตรียม60ขุนพลถล่มกู้2ล้านล้าน

ปชป.เตรียม60ขุนพลถล่มกู้2ล้านล้าน

26 มี.ค. 2556

'วิปฝ่ายค้าน'เตรียมขุนพล 60 คน ถล่ม'กู้เงิน 2 ล้านล้านบาท' ด้าน'ภท.'ส่ง'ชัย-โสภณ-บุญจง' ขณะที่ 'รปท.' ส่ง'ชูวิทย์'ฉายเดี่ยว

               26 มี.ค.56 นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) แถลงผลการประชุม ต่อประเด็นการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของประเทศ พ.ศ.... (พรบ.กู้เงิน) จำนวน 2 ล้านล้านบาท ในการประชุมสภาฯ วันที่ 28 - 29 มี.ค.นี้ ว่ามี สมาชิกพรรคร่วมฝ่ายค้าน คือ พรรคประชาธิปัตย์ และพรรคภูมิใจไทย ประมาณ 60 คน ที่จะขออภิปรายในเรื่องดังกล่าว เบื้องต้นพรรคร่วมฝ่ายค้านได้เวลาที่ใช้อภิปรายจำนวน 12 ชั่วโมง 30 นาที และได้สิทธิ์บวกเวลาเพิ่มอีก 4 ชั่วโมง หากประสงค์จะใช้ ส่วนเงื่อนไขเวลาอื่นๆ ทางวิปฝ่ายค้านจะประชุมกันอีกครั้ง ในวันที่ 27 มี.ค.นี้ เวลา 13.00 น.

               นายจุรินทร์ กล่าวต่อว่า สำหรับร่าง พรบ.กู้เงิน 2 ล้านล้านบาทนั้น วิปฝ่ายค้านเป็นห่วง 2 เรื่อง คือ ห่วงจะกู้มาโกง หรือหาผลประโยชน์มิชอบ และส่อว่าจะซ้ำรอยการทุจริตโครงการรับจำนำข้าวทุกเมล็ด และ 2.เป็นการกู้เงินจำนวนมหาศาล และสร้างภาระหนี้ให้กับประชาชนรวมถึงประเทศไทย ถึง 5 ล้านล้านบาท เนื่องจากเงินที่ขอกู้ตาม พรบ.ดังกล่าวจะต้องมีดอกเบี้ยที่ต้องชำระถึง 3 ล้านล้านบาท ซึ่งหากคำนวณระยะเวลาใช้หนี้ จะพบว่าจะเป็นการสร้างภาระที่ต้องชำระหนี้ถึง 12 รัฐบาล

               “ผมเรียกร้องว่าในการพิจารณาร่างกฎหมายกู้เงิน พรรครัฐบาลอย่าใช้วิธีการแบล็กเมล์ฝ่ายค้านด้วยการขู่ที่จะแฉโครงการไทยเข้มแข็ง ซึ่งดำเนินการสมัยที่พรรคประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาล เพราะถือว่าไม่สร้างสรรค์และจะทำให้เสียเวลาในการพิจารณาร่าง พรบ.กู้เงิน 2ล้านล้านบาท”นายจุรินทร์ กล่าว

               ด้านนายสรรเสริญ สมะลาภา สส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ ฐานะวิปฝ่ายค้าน กล่าวว่า ประเด็นหลักที่จะอภิปราย คือ การขอกู้เงินทั้งที่โครงการยังไม่ได้รับการอนุมัติหรือเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) หากพิจารณาตามรายละเอียดโครงการภายใต้แผนงานตามยุทธศาสตร์การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของประเทศ หรือ บัญชีแนบท้าย พบว่า มีหลายโครงการและคิดเป็นมูลค่าเงินที่ขอกู้มากถึง 1.2 ล้านล้านบาท ส่วนโครงการที่ได้รับการอนุมัติจาก ครม.แล้วนั้น พบว่า เป็นโครงการเดิมสมัยที่พรรคประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาล เมื่อวันที่ 27 มี.ค.53

               ขณะที่นายศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ฐานะวิปฝ่ายค้าน เปิดเผยว่า จะมี สส.ของพรรค จำนวน 7 คน ที่ขออภิปราย อาทิ นายชัย ชิดชอบ,นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์, นายโสภณ ซารัมย์ นายรุ่งโรจน์ ทองศรี สส.บุรีรัมย์ โดยประเด็นที่พรรคจะเน้นอภิปราย คือ 1.ความสมควรที่จะกู้เงินเพื่อมาทำโครงการ และภาวะเศรษฐกิจของประเทศ และ2.ความเหมาะสมของโครงการ เบื้องต้นได้กำหนดให้นายบุญจง อภิปรายในภาพกว้าง, นายชัย อภิปรายในความไม่ชอบของวิธีการงบประมาณ, ตนอภิปรายในรายละเอียดที่เกี่ยวกับวินัยการเงินการคลัง, นายโสภณสรุปภาพรวม ส่วน สส.ที่เหลือจะอภิปรายสภาพปัญหาในพื้นที่ ทั้งนี้พรรคภูมิใจไทยได้เวลาอภิปรายรวม 2 ชั่วโมง

               นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรครักประเทศไทย ฐานะพรรคร่วมฝ่ายค้าน เปิดเผยว่า ตนจะร่วมอภิปรายในร่าง พรบ.กู้เงินด้วย โดยจะเน้นถึงประเด็นปัญหาระบบขนส่งของประเทศไทยในปัจจุบัน ว่ามีความล้าหลัง หรือมีความเสื่อมโทรมเช่นไร ถึงแม้ว่ารัฐบาลจะขอกู้เงินเพื่อมาพัฒนาระบบขนส่งทางราง แต่ต้องไม่ลืมปัญหาสำคัญ คือ คนทำงาน หรือรัฐวิสาหกิจ การพัฒนาบุคลากรด้วย