
'เฉลิม'รับบินฮ่องกงปัดพบ'แม้ว'
'เฉลิม' รับไปเที่ยวฮ่องกงกับครอบครัว ปัดบินพบ 'ทักษิณ' ระบุยังไม่กำหนดวันลงใต้ มั่นใจ พรบ.กู้เงิน 2 ล้านล้านบาทผ่านฉลุย
26 มี.ค.56 ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกระแสข่าวการเดินทางไปเกาะฮ่องกงเพื่อพบพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ว่า ไป แต่ไม่ได้พบ ก็ไปเที่ยวบ้างซิ
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า แต่ท่านต้องรักษาการนายกรัฐมนตรี เนื่องจากนายกรัฐมนตรีไปปฎิบัติภารกิจที่ต่างประเทศ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รักษาการก็ต้องเรียงตามลำดับ พอตนไม่อยู่ก็ต้องเป็นนายสุรพงษ์ โตวิจักษ์ชัยกุล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.ต่างประเทศ ตนไปฮ่องกงจริง แต่ไม่ได้เจอ อยากเจอใจจะขาด ไม่ได้นัด สัญญาณต่อไม่ติดตนไปอยู่ 2 วัน
ผู้สื่อข่าวถามว่า เรื่อง พ.ร.บ. 2 ล้านล้าน พ.ต.ท.ทักษิณห่วงหรือไม่ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ตนไม่เจอ พ.ต.ท.ทักษิณ เลยไม่ทราบ แต่เฉลิมไม่ห่วง ไม่มีอะไร ก็อย่างว่าเวลาจะมีงบประมาณเข้าสภาทุกสมัยที่ผ่านมาฝ่ายค้านก็เตรียม 50 ขุนพล อภิปรายไม่ไว้วางใจก็เตรียมไว้ 25 ขุนพล ไม่มีอะไรหรอกสบายๆเชื่อตนเถอะ การเมืองนิ่ง เรียบร้อย โหวตที่ไรฝ่ายค้านก็แพ้ทุกที
เมื่อถามว่า การเมืองนิ่งแต่จะร้อนหรือไม่ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ร้อนยังไงก็ระบอบประชาธิปไตย ถ้าไปออกเป็นพระราชกำหนดและเงินเยอะอย่างนี้ตำหนิได้
ผู้สื่อข่าวถามว่า มีข่าวว่า การเดินทางไปพบพ.ต.ท.ทักษิณ เนื่องจากใกล้ช่วงปรับคณะรัฐมนตรี ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ตนไม่รู้จริงๆ คนที่ออกมาพูดรู้ได้อย่างไร ว่านายกฯจะปรับเล็กหรือยังไม่ปรับ เมื่อถามว่า ไม่พบกับพ.ต.ท.ทักษิณ และได้คุยโทรศัพท์กันหรือไม่ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า “ไม่บอก”
ผู้สื่อข่าวถามว่า สัญญาณต่อไม่ติดเป็นเพราะพ.ต.ท.ทักษิณ เดินทางมาประเทศมาเลเซียหรือไม่ เพราะขณะนี้ทางเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) จะนำคณะไปมาเลเซีย ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ตนเป็นผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการคณะกรรมการขับเคลื่อนนโยบาย และยุทธศาสตร์การแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศปก.กปต.) ดังนั้นพวกที่ไปเจรจาจะต้องมารายงาน ซึ่งตนนัดประชุมแล้ว และที่ไปเจรจาก็ต้องบอกในพื้นที่ว่าไปทำอะไรมาบ้าง และได้มีการตกลงกันเรียบร้อยแล้ว พร้อมกับย้อนถามผู้สื่อข่าวว่า “ทำไมช่วงนี้จะดุเด็ดเผ็ดมันถึงขนาดนั้นเลยหรือ”
'เฉลิม' มั่นใจ พรบ.กู้เงิน 2 ล้านล้านบาทผ่านฉลุย
ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี กล่าวก่อนเข้าประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงการประชุมสภาเพื่อพิจารณาพ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้านบาทว่า ตนเตรียมข้อมูลไว้อภิปรายเรียบร้อยดี อธิบายได้ชัดเจนไม่มีอะไรและเชื่อว่าพรรคประชาธิปัตย์ก็เข้าใจ ลักษณะข้อกฎหมายเหมือนกับงบไทยเข้มแข็ง และคณะกรรมการกฤษฎีกาก็อธิบายความไว้เรียบร้อย อย่างไรก็ตามยอมรับว่าการกู้เงินดังกล่าวเป็นหนี้แต่เป็นเพื่อหนี้เอามาลงทุนซึ่งโครงการดังกล่าวมีโครงสร้างพื้นฐานชัดเจน
ผู้สื่อข่าวถามว่า เตรียมตัวพร้อมรับศึกครั้งนี้หรือไม่ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ไม่มีศึก สบายๆ เดี๋ยวนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรี และรมว.กระทรวงการคลัง กับนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รมว.คมนาคม ชี้แจงก็จบ
เมื่อถามว่า ฝ่ายตรงข้ามพยายามเบี่ยงเบนไปเป็นประเด็นการเมืองที่ว่าจะเป็นการพัฒนาเพื่ออนาคตของประเทศไทยอย่างที่กฎหมายกำหนด ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ความจริงแล้วเป็นนโยบายที่รัฐบาลแถลงเอาไว้เมื่อวันที่ 23 ส.ค. 2554 ตอนที่ตั้งรัฐบาลใหม่ๆ เรื่องนี้เจ้าฟ้าเจ้าแผ่นดินทรงห่วงใยมาตลอด แต่สุดท้ายไม่มีรัฐบาลไหนทำ ก็มีรัฐบาลชุดนี้ที่เป็นเรื่องเป็นราวตนอธิบายได้ และตนเชื่อว่าผ่าน
ผู้สื่อข่าวถามว่า มีคนตั้งข้อสังเกตว่าหนี้ตกอยู่กับประชาชนแล้ว แต่การสร้างอนาคตภายภาคหน้ายังไม่เห็นว่าจะจับต้องได้จริง ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ก็เป็นแผนแม่บทแนบท้าย ทีโครงการไทยเข้มแข็งไปกู้มาแล้วยังไม่รู้ว่าจะทำอะไร ก็มีโรงพักนั่นไง 396 แห่ง แล้วเงินกู้มิยาซาว่าทำอะไร
เมื่อถามว่า แสดงว่าเตรียมที่จะอภิปรายโครงการต่างๆในสมัยรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ใช่หรือไม่ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ไม่ ตนเพียงแต่ยกตัวอย่างให้ดู เพื่อให้ฝ่ายค้านตั้งสติ วันนี้โครงการมิยาซาว่าหรือไทยเข้มแข็งเหลืออะไรบ้าง
ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ที่พรรคประชาธิปัตย์จะพุ่งเป้าไปที่กระทรวงการคลัง ก็เพราะเป็นเจ้าของเรื่อง และการกู้เงินคราวนี้ก็ผ่านความเห็นของหน่วยงานทางด้านเศรษฐกิจครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นกระทรวงการคลัง ,สำนักงานหนี้สาธารณะ , สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์) , สำนักงบประมาณ ไม่ใช่รัฐบาลทำเอง ตนเห็นว่าพวกที่ไม่อ่าน และไปวิพากษ์วิจารณ์ต้องอ่านร่างเสียก่อนถึงจะเข้าใจ และมาเทียบกับกฎหมาย
ผู้สื่อข่าวถามว่าห่วงหรือไม่ว่าฝ่ายค้านจะตีรวน รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ไม่มีใครจะมาตีรวนของดีๆ ส่วนการที่ 40 สว.จะยื่นศาลรัฐธรรมนูญให้ตีความก็เป็นสิทธิ์ ตนถึงบอกตลอดว่า ส.ว.ต้องมาจากการเลือกตั้ง เมื่อไปสรรหาก็อิโหลกโขกเขกอย่างนี้แหละ ถ้าฟังตนตั้งแต่ปีที่แล้วก็แก้รัฐธรรมนูญรายมาตราเสร็จไปแล้ว ตนเห็นว่าสว.ชุดนี้ต้องทำแบบนี้ ไม่ทำก็ไม่ใช่ชุดนี้ แต่ตนเห็นว่า พ.ร.บ.กู้เงินถูกต้องและดี อย่างไรก็ตามนายกรัฐมนตรีระบุว่าให้ตนอยู่เฝ้าสภาในวันที่28-29 มี.ค.ไม่ให้ไปไหน ตนเชื่อว่าชี้แจงได้ไม่มีปัญหา



