ข่าว

สื่อผู้ดีจวกรมต.ทัวร์'รวันดา'กับ'โจลี่'

สื่อผู้ดีจวกรมต.ทัวร์'รวันดา'กับ'โจลี่'

26 มี.ค. 2556

สื่ออังกฤษ สับเละ! วิกฤติ 'ไซปรัส' ทำยูโรร่อแร่ แต่รมต.ตปท.มัวทัวร์ 'รวันดา' กับ 'แองเจลีน่า โจลี่' ขณะที่ 'ผู้นำหมีขาว' ไม่ต้านการหักภาษีเงินฝากเศรษฐีรัสเซีย

 

                         26 มี.ค. 56  สื่อมวลชนและนักการเมืองอังกฤษ พากันตั้งคำถามว่า กลุ่มประเทศที่ใช้เงินสกุลยูโรในยุโรป กำลังตกอยู่ในสถานการณ์วิกฤติ นายวิลเลียม เฮ้ก รัฐมนตรีต่างประเทศ มัวไปทำอะไรที่รวันดา กับนักแสดงสาวชื่อดังของฮอลลีวู้ด แองเจลีน่า โจลี่

                         นายเฮ้ก เดินทางไปยังทวีปแอฟริกากับโจลี่ นักแสดงสาวเจ้าของรางวัลออสการ์ โดยทั้งคู่ถูกระบุว่า ทำงานร่วมกัน โดยที่โจลี่มีบทบาทในฐานทูตพิเศษของสหประชาชาติ / ทั้งคู่มีกำหนดไปพบกับบรรดาเหยื่อข่มขืนที่รอดชีวิตทั้งจากรวันดาและสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก

                         เดลี่ เมล รายงานในเชิงเสียดสีว่า ในขณะที่ไซปรัสถูกฉุดออกมาจากสภาวะจวนเจียนจะล่มสลาย และเงินสกุลยูโรหมิ่นเหม่จะหลอมละลาย ชาวอังกฤษอาจคาดหวังว่า รัฐมนตรี
ต่างประเทศของพวกเขา ซึ่งอยู่ในโซนวิกฤติเหมือนกัน จะตื่นตัวกับปัญหาที่เกิดขึ้น แต่เขากลับมีนัดหมายที่ไม่อาจยกเลิกได้ แต่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแต่อย่างใด

                         นายเฮ้ก ถูกโจมตีอย่างหนัก ที่เดินทางไปทวีปแอฟริกากับโจลี่ แทนที่อยู่ในประเทศของตัวเอง เพื่อเผชิญกับงานที่ค่อนข้างมีเสน่ห์น้อยในการรับมือกับวิกฤติของยุโรป โดยเขาได้เดินเคียงข้างโจลี่ และพบกับผู้รอดชีวิตจากการถูกข่มขืนและความรุนแรงทางเพศในรวันดาและคองโก รวมทั้งนักการเมืองท้องถิ่น ขอร้องให้ช่วยกำจัดความรุนแรงทางเพศท่ามกลางสงครามความขัดแย้งต่าง ๆ

                         แม้นายเฮ้กจะทำงานด้านมนุษยธรรม แต่นักวิจารณ์ก็โต้แย้งว่า เขาควรจะมุ่งความสนใจไปที่เรื่องใกล้ตัว เมื่อคืนที่ผ่านมา ส.ส. และโฆษกพรรคยูเค อินดิเพนเด๊นท์ หรือ ยูเคไอพี ได้ตำหนิว่า นายเฮ้กควรจะให้ความสนใจต่อวิกฤติเศรษฐกิจของไซปรัส ที่อาจส่งผลกระทบอย่างใหญ่ต่อยุโรปทั้งทวีป / เขาควรวิตกต่อวิกฤติที่มาจ่ออยู่หน้าประตูบ้าน แทนที่จะไปไล่ตามถ่ายรูปคู่กับดาราฮอลลีวู้ด / การข่มขืนในสภาวะสงคราม ถือเป็นสิ่งที่เลวร้ายที่เกิดขึ้นมายาวนานหลายศตวรรษก็จริง แต่งานของเขาคือ การสร้างความไว้วางใจในตัวเขา , ปกป้องผลประโยชน์ทางการทูตและกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ

                         โจลี่ เริ่มทำงานกับนายเฮ้ก ที่กรุงลอนดอน ปีที่แล้ว โดยร่วมกันออกโครงการริเริ่มการป้องกันความรุนแรงทางเพศ โดยมีอังกฤษหัวเรือใหญ่ / กระทรวงต่างประเทศของอังกฤษ ระบุว่า
ภาพยนตร์เมื่อปี 2554 ของโจลี่ เรื่อง เดอะ แลนด์ ออฟ บลัด แอนด์ ฮันนี่ ที่่มีเนื้อหาเกี่ยวกับประสบการณ์ของผู้หญิงในค่ายพักพิงที่ขึ้นชื่อเรื่องการข่มขืน และถูกตั้งขึ้นในระหว่างการฆ่าล้างเผาพันธุ์ในบอสเนีย-เฮอร์เซโกวีน่า ได้เป็นแรงบันดาลใจให้อังกฤษทำโครงการนี้

                         โจลี่ กล่าวว่า การไปเยี่ยมเหยื่อที่ถูกข่มขืนเหล่านี้ เป็นการรับฟังความเจ็บปวดจากคนที่ต้องทนทุกข์กับการเผชิญการถูกข่มขืน และความรุนแรงทางเพศ ในสงครามทางตะวันออกของสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก และจำเป็นต้องหาหนทางที่ประชาคมนานาชาติสามารถยื่นมือเข้าไปช่วยสร้างชีวิตใหม่ให้กับพวกเธอได้ / โจลี่ ได้ชื่อว่า มีผลงานโดดเด่นในงานด้านมนุษยธรรม มานานกว่า 10 ปี ในฐานะที่เธอดำรงตำแหน่งทูตพิเศษของสำนักงานข้าหลวงใหญ่ เพื่อผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ หรือ ยูเอ็นเอชซีอาร์ / ซึ่งนายเฮ้กได้กล่าวสนับสนุนว่าการข่มขืนมักถูกใช้เป็นอาวุธในการทำสงครามในพื้นที่ขัดแย้งทั่วโลก มันทำลายทั้งชีวิตและชุมชนด้วยพฤติกรรมที่โหดเหี้ยมที่ยากจะจินตนาการ

 

ธนาคารทุกแห่งของไซปรัส เลื่อนไปเปิดวันพฤหัสบดี

 

สื่อผู้ดีจวกรมต.ทัวร์'รวันดา'กับ'โจลี่'

                         ธนาคารกลางของไซปรัส แถลงว่า ธนาคารทุกแห่งจะเลื่อนไปเปิดในวันพฤหัสบดี และจะออกมาตรการชั่วคราวมาบังคับใช้ในการทำธุรกรรมทางการเงิน เมื่อธนาคารกลับมาเปิดทำการ แม้ว่าจะบรรลุข้อตกลงในการขอรับเงินช่วยเหลือจากสหภาพยุโรป หรือ อียู และกองทุนการเงินระหว่างประเทศ หรือ ไอเอ็มเอฟ แล้วก็ตาม

                         ก่อนหน้านี้ ทางการไซปรัส ระบุว่า ธนาคารทุกแห่ง ยกเว้นธนาคารใหญ่ที่สุด 2 แห่ง จะกลับมาเปิดทำการในวันอังคาร แต่ธนาคารกลาง ระบุว่า ธนาคารทุกแห่งจะปิดทำการต่อไป เพื่อความมั่นใจว่า การปฏิบัติการต่าง ๆ ของระบบธนาคารทั้งหมด จะดำเนินไปอย่างราบรื่น

                         ข้อตกลงขอรับความช่วยเหลือทางการเงิน อาจส่งผลให้มีผู้มีบัญชีเงินฝากอยู่กับธนาคารใหญ่สองแห่ง คือ แบงค์ ออฟ ไซปรัส และไลกิ ต้องสูญเงิน / ประธานาธิบดีนิคอส อนัสตาเซียเดส แถลงผ่านทางโทรทัศน์ว่า เป็นแค่มาตรการชั่วคราว เพื่อป้องกันเงินไหลออก ซึ่งจะผ่อนคลายลงตามลำดับ และเขารับประกันว่า รัฐบาลจะพยายามทำทุกอย่างเพื่อกลับสู่ภาวะปกติโดยเร็วที่สุด โดยที่เขาไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดนอกเหนือจากนี้ ขณะที่การควบคุมไม่ให้เงินตราไหลออกนอกประเทศ ก็มีการดำเนินการอยู่แล้ว และคาดว่า การจำกัดการถอนเงินสดในแต่ละวัน จะยังคงดำเนินต่อไป

                         การเตรียมเปิดทำการธนาคารในวันพฤหัสบดี ได้มีขึ้นหลังจากไซปรัส สามารถบรรลุข้อตกลงกับไอเอ็มเอฟ และอียู เพื่อแลกกับเงินช่วยเหลือ 1 หมื่นล้านยูโร โดยที่ไซปรัสจะต้องระดมเงินให้ได้ 5,800 ล้านยูโร มาเป็นหลักประกัน ซึ่งเชื่อว่า ส่วนหนึ่งจะรีดมาจากภาษีเงินฝากของผู้ที่มีเงินอยู่ในบัญชีของแบงค์ ออฟ ไซปรัส และธนาคารไลกิ หรือ ที่รู้จักกันในชื่อ ป๊อปปูล่าร์ แบงก์ เกินกว่า 1 แสนยูโรขึ้นไป

                         การปิดทำการธนาคารทุกแห่งเมื่อสัปดาห์ก่อน หลังจากการเสนอมาตรการแก้ไขวิกฤติการเงินครั้งแรก ที่ส่งผลกระทบต่อทั้งผู้ฝากรายใหญ่และรายได้ ถูกปฏิเสธจากสภาผู้แทนราษฎร และสาธารณชนทั่วไป / ส่วนมาตรการล่าสุด หลังทำข้อตกลงกับไอเอ็มเอฟ และอียู / ธนาคารไลกิจะต้องปิดตัวลง และเงินฝากที่ต่ำกว่า 1 แสนยูโร ซึ่งได้รับหลักประกันจากรัฐบาล ภายใต้กฎหมายอียู จะถูกโอนไปอยู่กับแบงค์ ออฟ ไซปรัส เพื่อการก่อตั้ง " ธนาคารดี "

                         ส่วนเงินฝากที่เกินกว่า 1 แสนยูโร จะถูกแช่แข็ง เพื่อนำไปใช้หนี้ของธนาคารไลกิ และเพิ่มทุนให้กับแบงค์ ออฟ ไซปรัส ซึ่งผู้ฝากจะสูญเงินไปโดยได้หุ้นมาแทน / บรรดาผู้ฝากที่มีเงินมากกว่า 1 แสนยูโรเหล่านี้ ส่วนใหญ่เป็นมหาเศรษฐีชาวรัสเซีย จะไม่สามารถเข้าถึงบัญชีของตัวเองได้ จนกว่า การปรับโครงสร้างของธนาคารจะเสร็จสมบูรณ์ / โฆษกรัฐบาล ระบุว่า ผู้มีเงินฝากเกินกว่า 1 แสนยูโรเหล่านี้ มีโอกาสเสียเงินไปราว 30 เปอร์เซ็นต์ หรือต่ำกว่านั้น

                         การทำข้อตกลงกับบรรดาเจ้าหน้าที่ของไซปรัส ไม่เหมือนการทำข้อตกลงที่แล้วมา โดยไม่ต้องขออนุมัติจากสภาผู้แทนราษฎร / ซึ่งเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว อนาคตการเป็นสมาชิกกลุ่มยูโรโซน ต้องเผชิญกับความไม่แน่นอน หลังจากสภาฯ ไม่ยอมรับเงื่อนไขการขอรับเงินช่วยเหลือ ที่รวมถึงการหักภาษีเงินฝากทั้งรายใหญ่และรายย่อย

                         แม้ว่า เศรษฐกิจของไซปรัสจะถูกมองว่าเล็ก เมื่อเทียบกับประเทศอื่นในยูโรโซน แต่นักวิเคราะห์ต่างเกรงว่า วิกฤติจะสามารถลุกลามและขยายวงกว้างในยูโรโซนได้ จนถึงขั้นที่ไซปรัสอาจจำยอมต้องออกจากกลุ่มยูโรโซน ซึ่งจะยิ่งส่งผลกระทบถึงขั้นสูญเสียความเชื่อมั่นในกลุ่มประเทศ ที่ใช้เงินสกุลยูโร จนนักลงทุนพากันถอนตัวจากประเทศที่กำลังประสบปัญหาวิกฤติอยู่แล้ว เช่น กรีซ

                         ข้อตกลงขอรับเงินกู้ล่าสุด อียูและไอเอ็มเอฟ ได้วางเงื่อนไขให้ไซปรับปรับโครงสร้างระบบธนาคารครั้งใหญ่ ที่รวมถึงการออกมาตรการรัดเข็มขัด , และขึ้นภาษี / ท่ามกลางสิ่งบ่งชี้ว่าจะสร้างความไม่พอใจจากสาธารณชน ต่อการแทรกแซงของอียู รวมถึงรัฐบาลก็จะถูกเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจด้วย

 

'ผู้นำหมีขาว' ไม่ต้านการหักภาษีเงินฝาก 'เศรษฐีรัสเซีย' ในไซปรัส

 

สื่อผู้ดีจวกรมต.ทัวร์'รวันดา'กับ'โจลี่'

                         แม้รัสเซียจะไม่พอใจการเก็บภาษีที่มองว่าเป็นการไม่ยุติธรรม ต่อผู้มีเงินฝากอยู่ในธนาคารของไซปรัส แต่ก็ยินยอมที่จะสนับสนุนการให้เงินช่วยเหลือไซปรัสของบรรดาเจ้าหนี้ในยุโรป ซึ่งเป็นที่น่าประหลาดใจสำหรับนักวิเคราะห์ ที่ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ของรัสเซีย ไม่ได้ใช้ถ้อยคำที่รุนแรงตำหนิสหภาพยุโรป หรือ อียู หรือไซปรัส แต่กลับยืนยันว่า รัสเซียสนับสนุนการให้เงินกู้ของอียู ด้วยการปรับโครงสร้างหนี้ที่ไซปรัสกู้จากรัสเซีย 2,500 ล้านยูโร เมื่อ 2 ปีก่อน

                         ในขณะที่ชาวรัสเซียที่มีฐานะระดับเศรษฐีจำนวนมาก พากันไม่พอใจที่อาจจะสูญเสียเงินจำนวนมหาศาล ภายใต้มาตรการหักภาษีเงินฝาก พวกเขาต่างประหลาดต่อท่าทีประนีประนอมของปูตินแต่ก็เป็นที่ทราบกันดีว่า ผู้ที่กำลังเสียเงินในไซปรัส มีแนวโน้มว่าจะเป็นนักธุรกิจระดับกลาง และเจ้าหน้าที่ที่ทุจริตคอร์รัปชั่น

                         นักวิเคราะห์จากบริษัทอาร์บัท อินเวสต์เวนท์ เซอร์วิส ในมอสโคว์ ให้ความเห็นว่า ไม่มีเหยื่อตัวจริงที่อยู่ในระดับสูงสุดของการตัดสินใจ มีเงิน 2 หมื่นล้านยูโร ถูกย้ายออกจากธนาคารไซปรัส ตั้งแต่ปีที่ผ่านมา และเชื่อว่าเป็นเงินของชาวรัสเซีย และคิดว่า เงินกู้ 2,500 ล้านยูโร ที่รัสเซียให้ไซปรัสก่อนหน้านี้ เป็นการซื้อเวลาสำหรัฐคนที่วิตกและพากันถอนเงินออกไป

                         มีเพียงนายกรัฐมนตรีดมิทรี่ เมดเวเดฟ ที่พูดถึงสถานการณ์ในไซปรัสว่า " ขโมย " แต่ก็ยังไม่รุนแรงเท่ากับตอนแรก ที่เขาพูดถึงแผนการหักภาษีเงินฝากว่า เป็นการขโมยเงินที่ถูกขโมยมาอีกทอดหนึ่ง "โดยเป็นทราบกันโดยทั่วไปว่า เงินของชาวรัสเซียที่มีฐานะขั้นมหาเศรษฐีส่วนใหญ่ ที่ฝากอยู่กับธนาคารในไซปรัส เป็นเงินที่ขโมยมาจากรัสเซียนั่นเอง

                         น้ำเสียงที่ไม่ดุดันของประธานาธิบดีปูติน เกี่ยวกับการจัดเก็บภาษีคนรวย ที่ส่วนใหญ่เป็นเศรษฐีรัสเซียในไซปรัส เกิดขึ้นหลังจากเขาเคยเรียกร้องไม่ให้ชาวรัสเซีย หอบเงินไปเก็บในต่างประเทศ เนื่องจากเศรษฐีรัสเซียจำนวนมาก ยังหวาดวิตกต่อการเก็บเงินไว้ในรัสเซีย แต่โชคร้ายที่ไม่มีประเทศไหนที่จะดีเลิศเท่าไซปรัสในตอนนั้น เนื่องจากเส้นทางอื่นถูกมองว่า มีหลักประกันไม่เท่ากับไซปรัส เช่น หมู่เกาะเคย์แมน ส่วนประเทศอื่นก็ไม่ค่อยจะเต็มใจรับ เช่น สวิตเซอร์แลนด์ หรือลักเซมเบิร์ก

 

 

------------------------------

(หมายเหตุ : ที่มาภาพ : BLOOMBERG , AP)

------------------------------

(ขอบคุณภาพ : http://www.dailymail.co.uk/news/article-2298807/William-Hague-Angelina-Jolie-arrive-Rwanda-meet-sexual-violence-victims.html?ITO=1490&ns_mchannel=rss&ns_campaign=1490)