
ขมน้ำตาลหวานบอระเพ็ด : ธุรกิจค้าหมา
ขมน้ำตาล หวานบอระเพ็ด : ธุรกิจค้าหมา : โดย...พัฒนเดช อาสาสรรพกิจ
ระยะหลังมานี้มีข่าวการจับกุมผู้ค้าสุนัขด้วยข้อหาทรมานสัตว์เกิดขึ้นมากมาย และส่วนใหญ่ผู้ต้องหารับสารภาพว่า มีการออกกว้านซื้อสุนัขเพื่อนำไปจำหน่ายยังประเทศเพื่อนบ้าน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อนำไปประกอบเป็นอาหารตามความนิยมของท้องถิ่น แน่นอนว่าสังคมไทยมีการออกมาต่อว่าต่อขาน การกระทำดังกล่าวกันอย่างกว้างขวาง
ผมต้องออกตัวก่อนว่าผมไม่ใช่คนที่นิยมการรับประทานเนื้อสุนัขหรือเนื้อหมา แม้ว่าผมจะเป็นคนที่ไม่ได้เลี้ยงหมาตามสมัยนิยมในปัจจุบันนี้ การที่ตัดสินใจเขียนบทความนี้ขึ้นมาแม้จะรู้ว่าการทวนกระแสสังคมเยี่ยงนี้ อาจจะทำให้ผมต้องโดนต่อว่าต่อขานมากมายก็ตาม แต่จากการที่ผมเดินทางไปพูดคุยกับคนที่ถูกตราหน้าว่าเป็นคนบาปของสังคม และได้พูดคุยกับคนในประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งถือว่าการรับประทานเนื้อสุนัข ก็ไม่ต่างอะไรไปจากการรับประทานเนื้อหมูและเนื้อไก่ที่ถูกเลี้ยงไว้ในเล้า
คนที่ทำมาหากินด้วยการเอาถัง, กะละมังพลาสติก ใส่รถปิกอัพตระเวนไปแลกสุนัขตามหมู่บ้านในต่างจังหวัดบอกกับผมว่า เขาไม่ได้ไปขโมยหมาหรือสุนัขของใครแต่เขาไปซื้อขายตามปกติของการค้า และผู้ที่นำหมาหรือสุนัขมาขายหรือแลกสินค้ากับเขานั้นก็ไม่ได้ไปขโมยหมาของผู้หนึ่งผู้ใดมา แต่เอาหมาที่เขาเลี้ยงไว้และออกลูกมามากจนเกินกำลังที่จะเลี้ยงได้ หรือเอาหมาจรจัดที่ไม่มีใครแสดงตนเป็นเจ้าของที่จะเลี้ยงดู มาขายหรือแลกเปลี่ยนสินค้าตามช่องทางการค้าปกติ ซึ่งมีการทำมาหากินเช่นนี้กันมานานนับสิบปีแล้วในบ้านเมืองของเรา
การทำมาหากินของพวกเขายังเท่ากับว่า ช่วยลดปัญหาโรคพิษสุนัขบ้าไปได้อีกทางหนึ่ง และลดปัญหาการกระทบกระทั่งกันของคนในชุมชน ที่เกิดจากหมาไปกัดเด็กหรือคนที่เดินผ่านไปมา โดยไม่มีคนรับผิดชอบได้อีกทางหนึ่งด้วย เพราะจำนวนหมาในแต่ละชุมชนที่ไม่มีผู้หนึ่งผู้ใดแสดงตนเป็นเจ้าของ ปล่อยให้เร่ร่อนเป็นหมาจรจัดจนสร้างปัญหาให้แก่คนในชุมชนหลายด้าน
คนเหล่านั้นยังอ้างด้วยว่า การประกอบอาชีพหาหมาส่งไปจำหน่ายยังประเทศเพื่อนบ้าน ไม่ได้ทำง่ายอย่างที่หลายคนคิด เพราะส่วนใหญ่หมาที่หาซื้อหรือรับแลกสิ่งของมาได้ มักจะอยู่ในสภาพที่ผอมโซจนยากที่จะขายต่อในราคาที่สมควรได้ จึงต้องมีการนำมาเลี้ยงพักเอาไว้เพื่อให้ร่างกาย และสภาพภายนอกสมบูรณ์เพียงพอที่จะได้ราคาสูงขึ้น ซึ่งความเป็นจริงในปัจจุบันนี้ไม่สามารถทำได้ในประเทศไทย ต้องไปหาสถานที่พักฟื้นเลี้ยงดูหมายังประเทศเพื่อนบ้านทำให้มีค่าใช้จ่ายเพิ่มมากขึ้น
ผู้ประกอบอาชีพดังกล่าวยังได้บอกอีกด้วยว่า อาชีพของพวกเขาเหล่านั้นจะหมดลงไปได้ ถ้าคนที่เลี้ยงหมาและบอกว่าเป็นคนรักหมา ให้ความรักความเอ็นดูกับหมาทุกตัวอย่างเท่าเทียมกัน ไม่ปล่อยให้มีหมาขี้เรื้อนหรือหมาที่มีสภาพไม่น่าดู ออกมาเพ่นพ่านบนท้องถนนเช่นทุกวันนี้ รายได้ของคนจับหมาไปขายเฉลี่ยเดือนละประมาณ 1.5-3.0 หมื่นบาท ก็จะหมดไปเอง เรื่องของหมาจึงขึ้นอยู่กับว่าเราจะมองจากมุมของกระแสสังคมคนรักสัตว์ หรือจะมองจากมุมของธุรกิจการค้าสัตว์เลี้ยงชนิดหนึ่งเท่านั้นเองครับ
--------------------
(ขมน้ำตาล หวานบอระเพ็ด : ธุรกิจค้าหมา : โดย...พัฒนเดช อาสาสรรพกิจ)



