
คลำหาแสงสว่าง
คลำหาแสงสว่าง : เลียบค่าย โดยชัยกร ใบเงิน
อีก 2 วันก็ถึงเวลาประชุมร่วมกับแกนนำบีอาร์เอ็นและทางการมาเลเซียเพื่อหาทางยุติปัญหาความรุนแรงใน 3 จังหวัดชายแดนใต้
การประชุมวันที่ 28 มี.ค.จะจัดเจ้าหน้าที่ระดับสูงฝ่ายละ 15 คนเข้าร่วมหาทางออก ฝ่ายไทยมีพล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เลขาธิการ สมช.กับพ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาฯศอ.บต. เป็นหลัก ส่วนบีอาร์เอ็นนำโดยนายฮัสซัน ตอยิบ หัวหน้าคณะ
ส่วนจะพัฒนาสันติภาพไปได้แค่ไหนยังไม่มีใครตอบได้
ขนาดได้เริ่มพูดคุยกับแกนนำบีอาร์เอ็นเพียงไม่กี่วันก็ยังเกิดเหตุรุนแรงอยู่ตลอด ฝ่ายไทยเสียนายตำรวจระดับสูงกับลูกน้องจากการลอบกัดของกลุ่มโจรพวกนี้
แต่เงื่อนไขที่ฝ่ายไทยจะเสนอทันทีในวันนั้นตามที่ พล.ท.ภราดร บอกไว้ 3 ข้อคือ 1.ลดเหตุรุนแรงรายวัน 2.หยุดการกระทำรุนแรงต่อเป้าหมายอ่อนแอและเงื่อนไขสุดท้ายหยุดคาร์บอมบ์ในเขตเมือง
ถ้าทั้ง 3 เงื่อนไขนี้ปฏิบัติได้ทันทีก็มีโอกาสเกิดสันติภาพอย่างแน่นอน ส่วนรายละเอียดอื่นๆ คงตามมาที่หลัง
ทั้งหมดนี้ก็ไม่ใช่ง่ายเพราะยังมีบางฝ่ายตั้งข้อสังเกตว่า คนที่มาเจรจานั้นสามารถสั่งให้ยุติความรุนแรงได้จริงหรือไม่
เนื่องจากมีข้อมูลที่ยืนยันได้ว่าขบวนการสร้างความปั่นป่วนในภาคใต้นั้น อาจไม่ได้ขึ้นกับนโยบายเดียวกันของบีอาร์เอ็นหรือการควบคุมสั่งการโดยใครคนใดคนหนึ่ง
โดยเฉพาะกลุ่มปฏิบัติงานกับกลุ่มวางแผนแต่ละจังหวัดจะไม่ขึ้นต่อกัน การสั่งยุติความรุนแรงอาจมีการขัดขืน
ประเด็นสำคัญที่นอกเหนือจากอุดมการณ์ของบีอาร์เอ็นแล้ว ยังมีภัยแทรกซ้อนตามที่หน่วยงานความมั่นคงเรียกตคือ กลุ่มค้ายาเสพติด ขบวนการค้าของเถื่อน อันนี้แหละน่าเป็นห่วงเพราะมีแนวร่วมก่อเหตุเป็นเด็กเยาวชน ไร้ศาสนา เชื่อว่ามีมากด้วย
แง่หลักการกลุ่มนี้อาจทำงานเพื่อเป้าหมายและอุดมการณ์ของบีอาร์เอ็น มีค่าใช้จ่ายในการลงมือ
แต่ในแง่ของความสุขสบายรายวันแล้ว ระดับปฏิบัติจำนวนไม่น้อยที่อาศัยเงินจากกลุ่ม "ภัยแทรกซ้อน" เป็นหลัก
ดังนั้นแม้การเจรจาจะเริ่มต้นด้วยดี แต่ใช่ว่าจะยุติได้โดยเร็วยังมีปัญหาต้องแก้ไขอีกมากมายมหาศาล
แต่อย่างน้อยก็เริ่มมีแสงสว่างให้เห็นบาง ถึงแม้จะเพียงเลือนๆ ก็ตาม



