ข่าว

'มูชาร์ราฟ'เสี่ยงตายกลับปท.ช่วยชาติ

'มูชาร์ราฟ'เสี่ยงตายกลับปท.ช่วยชาติ

25 มี.ค. 2556

อดีตประธานาธิบดีเปอร์เวซ มูชาร์ราฟ ของปากีสถาน ที่หนีคดีและลี้ภัยในตปท.นานกว่า 4 ปี อ้างเสี่ยงตายกลับมาเพื่อช่วยชาติ แม้ถูก 'ตาลีบัน' ขู่พลีชีพส่งไปลงนรก

 

                         25 มี.ค. 56  อดีตผู้นำวัย 69 ปีเดินทางออกจากนครดูไบของสหรัฐอาหรับเอมิเรสต์เมื่อวันเสาร์และกลับถึงนครการาจีแล้วเมื่อวานนี้ โดยมีฝูงชนผู้สนับสนุนหลายร้อยคนไปรอต้อนรับที่สนามบิน และเขาประกาศว่า เขากลับมาแล้วโดยไม่กลัวใครทั้งนั้นแม้แต่พระเจ้า เขายอมเสี่ยงตายเพื่อช่วยธำรงรักษาประเทศนี้ไว้

                         การกลับประเทศของเขามีขึ้นเพียงวันเดียวหลังจากกลุ่มนักรบตาลิบันขู่สังหารเขาทันที่กลับเข้าประเทศโดยได้เตรียมมือระเบิดพลีชีพ พลซุ่มยิงและหน่วยจู่โจมไว้แล้ว นายมูชาร์ราฟ กลับมาครั้งนี้เพื่อหวังหวนคืนสู่เวทีการเมือง และช่วยหาเสียงให้สมาชิกพรรค ออล ปากีสถาน มุสลิม ลีค หรือ  APML ของเขาก่อนจะมีการเลือกตั้งทั่วไปใน 11 พ.ค. ซึ่งจะเป็นการถ่ายโอนอำนาจจากรัฐบาลพลเรือนสู่รัฐบาลพลเรือนตามระบอบประชาธิปไตยครั้งแรก

                         เดิมพรรค APML เตรียมการต้อนรับอย่างยิ่งใหญ่ และจัดการปราศรัยหาเสียงเลือกตั้ง และพรรคชี้่แจงว่าสาเหตุที่มีฝูงชนร่วมต้อนรับจำนวนน้อยเพราะตำรวจไม่อนุญาตให้มูชาร์ราฟ ทักทายผู้สนับสนุนนอกสนามบิน และยกเลิกการอนุญาตให้จัดการปราศรัยเพราะวิตกเรื่องความปลอดภัย

                         มีรายงานว่ามูชาร์ราฟเตรียมพบหารือกับแกนนำพรรคในวันนี้ ท่ามกลางคำถามมากมายว่าเขาจะกลับมาดำเนินบทบาทอย่างไรในเวทีการเมือง ในขณะที่เขายังมีปัญหาทางกฎหมาย เนื่องจากทางการต้องการตัวในคดีข้อหาพัวพันลอบยิงและระเบิดสังหารอดีตนายกรัฐมนตรีเบนาซีร์ บุตโตเมื่อ 27 ธ.ค.2550 และอีกหลายคดี

                         นอกจากนี้ยังไม่ทราบแน่ชัดว่าอดีตนายทหารที่ก้าวสู่ตำแหน่งประธานาธิบดีจากการปฏิวัติเมื่อปี 2542 และถูกบีบให้ลาออกในปี 2551 จนต้องลี้ภัยไปต่างประเทศ จะยังมีฐานเสียงสนับสนุนทางการเมืองมากน้อยแค่ไหน ในเมื่อประชาชนส่วนใหญ่ไม่อยากกลับไปอยู่ภายใต้การปกครองของทหาร และคงไม่อยากให้อดีตผู้นำเผด็จการหวนคืนอำนาจอีกครั้ง แม้ว่าอาจได้เสียงสนับสนุนบางส่วนจากคนที่ไม่พอใจผลงานของประธานาธิบดีอาซิฟ อาลี ซาร์ดารีในขณะนี้ และนักวิเคราะห์มองว่า เขาไม่น่าจะกลับมาเป็นผู้เล่นสำคัญในสนามการเมือง เพราะเขามีชื่อเสียมากกว่าชื่้อเสียง

 

 

--------------------

(หมายเหตุ : ที่มาภาพ : AFP)