
'อียู'ให้'ไซปรัส'กู้หมื่นล้าน
'อียู' กับ 'ไซปรัส' บรรลุข้อตกลงร่างข้อเสนอขอรับเงินกู้ 1 หมื่นล้านยูโร เลี่ยงวิกฤติการเงินพังทั้งระบบ
25 มี.ค. 56 คณะรัฐมนตรีคลังของกลุ่มยูโรโซน ได้เห็นชอบต่อร่างข้อตกลงการขอรับเงินกู้ของไซปรัส เพื่อป้องกันไม่ให้ระบบธนาคารต้องล่มสลาย เจ้าหน้าที่ทางการไซปรัส เปิดเผยว่า ข้อตกลงที่ได้รับความเห็นชอบนี้ ได้รวมถึงการจัดเก็บภาษีเงินฝากสำหรับผู้มีเงินฝากในวงเงินมากกว่า 1 แสนยูโร อยู่ในบัญชีของธนาคารใหญ่ที่สุดสองแห่งของไซปรัส
มูลค่าของภาษีเงินฝากที่ธนาคารไลกิ ซึ่งใหญ่ที่สุดเป็นอันดับที่สองของประเทศ อาจสูงถึง 40เปอร์เซ็นต์ / ไซปรัสจำเป็นต้องหาเงิน 58,000 ล้านยูโร เพื่อมาเป็นหลักประกันในการขอรับเงินช่วยเหลือจากสหภาพยุโรป หรือ อียู เพื่อหลีกเลี่ยงภาวะหลอมละลายทางการคลัง / เจ้าหน้าที่ของอียู เปิดเผยว่า ภายใต้ร่างข้อตกลงนี้
ธนาคารไลกิ ยังมีแนวโน้มจะถูกแยกส่วนที่ดีและเลวออกจากกันด้วยเป็นสองธนาคารใหม่ หรือ ที่เรียกกันว่า " แบงก์ดี " และ " แบงก์เลว " ซึ่งจะทำให้ธนาคารไลกิต้องปิดตัวลงโดยอัตโนมัติมีรายงานก่อนหน้านี้ว่า สินทรัพย์ที่ดีจะถูกนำไปควบรวมกับแบงค์ ออฟ ไซปรัส และจะมีการแต่งตั้งคณะผู้บริหารมาจัดการกับหนี้เน่า ที่ทำให้สถาบันการเงินขาดสภาพคล่อง / คนที่มีเงินฝากตำกว่า 1 แสนยูโร อยู่ที่ธนาคารไลกิ จะถูกโอนไปยังแบงค์ ออฟ ไซปรัว ส่วนคนที่มีเงินฝากเกิน 1 แสนยูโร ซึ่งตามกฎหมายอียูจะไม่ได้รับการคุ้มครอง จะต้องถูกแช่แข็งและถูกนำไปใช้แก้ปัญหาหนี้
หลังอียูเห็นชอบกับร่างข้อตกลง ได้ส่งผลตลาดเงินในเอเชียขานรับทันดี ด้วยการที่หุ้นพากันดีดตัวรับข่าวดี ในการเปิดตลาดเมื่อเช้านี้
มีรายงานว่า ก่อนจะตกลงกันได้ การประชุมก็ต้องล่าช้าออกไปประมาณ 4 ชั่วโมง จากการที่ประธานาธิบดีนิคอสอนัสตาเซียเดส ต้องปักหลักเจรจาอยู่กับคณะผู้แทนจากอียู , ธนาคารกลางแห่งยุโรป , และกองทุนการเงินระหว่างประเทศ หรือ ไอเอ็มเอฟ / และมีรายงานด้วยว่า ผู้นำไซปรัส ถึงกับตั้งคำถามกลุ่มทรอยก้า อันประกอบด้วย ไอเอ็มเอฟ , ธนาคารกลางแห่งยุโรป และคณะกรรมาธิการยุโรปด้วยว่า ต้องการจะให้เขาลาออกอย่างนั้นหรือ เขามีข้อเสนอเดียวที่ยื่นให้แต่ทางทรอยก้าก็ยังไม่ยอมรับ พอยื่นอีกข้อเสนอหนึ่ง ก็ลงเอยเหมือนเดิม กลุ่มทรอยก้าต้องการจะให้เขาทำอะไร ถึงจะเป็นที่พอใจ
เมื่อวันอาทิตย์ ไซปรัส ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นเกาะเล็ก ๆ แต่เป็นเจ้าหน้ารายใหญ่ ต้องจำกัดการถอนเงินสดจากตู้เอทีเอ็ม เหลือรายละ 120 ยูโรต่อวัน ขณะที่ตู้เอทีเอ็มทั่วไปประเทศ มีคนจำนวนมากไปต่อคิวยาว / ธนาคารไลกิ ได้จำกัดวงเงินในการถอนเหลือรายละ 100 ยูโร หลังจากเคยจำกัดอยู่ที่วันละ 260 ยูโร
ธนาคารไซปรัส ได้ปิดทำการมาตั้งแต่วันจันทร์ที่แล้ว และธุรกิจจำนวนมาก ก็ต้องทำธุรกรรมกันด้วยเงินสด / คณะกรรมาธิการยุโรป ได้เตือนเมื่อวันอาทิตย์ว่า ไซปรัสเหลือทางเลือกที่ยากๆ ทั้ง และต้องยอมรับเงื่อนไขแล้ว และถ้าตกลงกันไม่ได้ ธนาคารกลางแห่งยุโรป ก็จะตัดเงินทุนสนับสนุนธนาคารของไซปรัส ซึ่งหมายถึงระบบธนาคารจะล่มหมด และไซปรัสก็จะต้องหลุดจากการเป็นสมาชิกกลุ่มยูโรโซน
--------------------
(หมายเหตุ : ที่มาภาพ : AFP)



