
รู้ทันกฎหมาย - มือจก
สินค้าลดกันหั่นราคานอกตำราการขาย เพราะเศรษฐกิจไม่เป็นใจให้ค้าขายตามปกติ คนที่อาจขาดสติมากกว่าน่าจะเป็นผู้หญิง ยิ่งตรงไหนมีกระบะเซลก็เหมือนอยู่ใกล้สนามแม่เหล็กโลก
ค้าขายในห้องแอร์ก็แค่หยิบๆ ใส่ๆ ในตะกร้าหรือว่ารถเข็น แล้วค่อยไปจ่ายตังค์ทีเดียว ระหว่างกระบวนการนี้ ต่างก็มีอิสระที่จะหยิบจับ เลือกสินค้า เปลี่ยนใจไม่อยากได้ ก็แค่นำออกไปจากตะกร้าหรือว่ารถเข็นเท่านั้น
ไม่ใช่คำแนะนำการซื้อของ เพราะเชื่อว่าทุกคนต้องเป็นงานกันทั้งนั้น เพราะมันเป็นวิถีชีวิตคนเมืองส่วนใหญ่ แต่ท่านจะรู้หรือไม่ว่า การซื้อของธรรมดาๆ แบบนี้ก็มีเรื่องกันจนได้ ว่าจะเรียกร้องทวงความเป็นเจ้าของกันอย่างไร
เหตุการณ์รายนี้เกิดที่ห้องเสื้อแห่งหนึ่ง ซึ่งประกาศลดราคาบ้าเลือด หลังจากสะใจกับสินค้าปีกซ้ายก็ย้ายไปเลือกของปีกขวา เล็งจะไปยังศูนย์หน้าก่อนไปจ่ายสตางค์ เล่นลดกันทั้งร้านก็ต้องเลือกกันนานๆ หน่อย ของที่ราคาถูกใจก็ถูกทยอยใส่ลงในตะกร้า
ปรากฏว่าระหว่างหยิบๆ ลองๆ ข้าวของอย่างเมามัน ตาก็พลันไปเห็นมือลึกลับล้วงเข้ามาในตะกร้าเพื่อจะหยิบเสื้อผ้าตัวหนึ่งในนั้น ก็รู้กันอยู่ว่าของดีราคาถูกมักจะมีจำนวนจำกัด กว่าจะหาสีหาขนาดได้ก็ใช้เวลาและอุตสาหะแค่ไหน จะมาชุบมือเปิบหยิบไปก็ต้องปกป้องเอาไว้แน่นอน
คนที่หยิบก็บอกว่า เมื่อคุณวางตะกร้าเอาไว้ แม้จะข้างกายก็ตามที จะรู้ได้ไงว่าเอาตัวนี้หรือไม่ เมื่อยังไม่ได้จ่ายตังค์อยู่ตราบใด ข้าวของในร้านก็เป็นของร้านต่อไป ลูกค้าไหนๆ ก็มีสิทธิเลือกซื้อได้ คุณเป็นเจ้าของร้านหรืออย่างไรจะมาห้ามฉันหยิบไปแบบนี้
ในความเข้าใจของคนทั่วไป สินค้าที่เราเลือกซื้อมาก็ต้องเป็นของเรา แต่ข้อโต้แย้งที่ว่ายังไม่ได้จ่ายตังค์ก็น่าฟังอยู่แหมือนกัน เพราะมันยังเปลี่ยนใจกันได้ และก็อย่างที่ว่าไว้ บางทีก็หยิบออกไปจากตะกร้า เพราะว่าไม่ต้องการแล้ว
ที่สำคัญ วางตะกร้าเอาไว้ ไม่ได้คล้องแขนแสดงความหวงแหนเอาไว้ แล้วจะรู้ได้ไงว่าตกลงซื้อแน่นอนหรือไม่ เมื่อยังไม่ได้ตกลงซื้อแน่นอน ไม่ได้จ่ายเงินค่าสินค้า ก็ถือว่ายังไม่ได้เป็นเจ้าของ จะมาร้องอะไรได้
ข้อเถียงทั้งหลายมีคำตอบทางกฎหมายว่า การซื้อขายจะถือว่าเสร็จเด็ดขาดสมบูรณ์ต่อเมื่อมีการส่งมอบของให้กันไป จะจ่ายตังค์หรือยังก็ได้ แต่ถือตะกร้าร่อนไปมาในร้านยังไม่เป็นการส่งมอบ
ปัญหาที่ตามมาก็คือ ร้านค้าอย่างนี้จะมีการส่งมอบของกันให้ก็ตอนที่ไปจ่ายเงินตรงเคาน์เตอร์เก็บสตางค์ ตราบใดที่มันแค่นอนอยู่ในตะกร้า ร้านค้ายังไม่ได้ส่งมอบของให้ไป เพราะคนซื้อยังเปลี่ยนใจไม่ซื้อสินค้าได้อยู่ เมื่อยังไม่ได้ส่งมอบสิทธิในความเป็นเจ้าของสินค้าก็ยังอยู่ที่ร้านยังไม่ตกเป็นของคนจะซื้อคนนั้น
แต่นั่นเป็นเรื่องระหว่างร้านค้าผู้ขายกับลูกค้าที่คิดว่าจะซื้อ ส่วนความสัมพันธ์ระหว่างคนซื้อด้วยกันมันต้องดูว่า ใครน่าจะมีสิทธิดีกว่ากัน
เสื้อตัวนั้นไม่ใช่ของคนถือตะกร้าก็จริงอยู่ แต่มันก็ไม่ใช่ของลูกค้าอีกคนเช่นเดียวกัน ดังนั้น คนที่เลือกไว้ก่อนย่อมมีสิทธิดีกว่า เพราะว่ายึดถือไว้ก่อน เถียงกันตามกฎหมายใครหน้าไหนจะหยิบจากตะกร้าเขาไปไม่ได้นั่นเอง
ไม่รู้คนถามแย่งเสื้อสีอะไรกันนักหนาถึงได้มีปัญหาทางกฎหมาย มาทีหลังก็ตัดใจอย่าทะเลาะกันไปเพราะเสื้อตัวเดียวเลย
"ศรัณยา ไชยสุต"



