
ภารกิจเร่งด่วน
ภารกิจเร่งด่วน : เลียบค่าย โดยชัยกร ใบเงิน
ไม่ค่อยได้เห็นการลงโทษนายตำรวจระดับนายพลบ่อยนัก โดยเฉพาะความบกพร่องในการปฏิบัติหน้าที่เล็กๆ น้อยๆ ของการฝึกควบคุมฝูงชน
จะว่าเล็กก็คงไม่เชิงนักเพราะ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. เซ็นคำสั่งเด้งผู้บังคับการ 3 รายรวด คือ พล.ต.ต.ประพันธ์ จันทร์เอม ผบก.ตชด.ภาค 1 พล.ต.ต.โชติ ไทยยิ่ง ผบก.ตชด.ภาค 2 และ พล.ต.ต.เสรี สามดาว ผบก.ตชด.ภาค 3 มาช่วยราชการที่ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปก.ตร.) แบบไม่มีกำหนด จากเหตุผลเป็นผู้นำหน่วย ไม่ได้เข้าไปนำการฝึกหรือสั่งการปฏิบัติด้วยตนเอง ทำให้การฝึกไม่เข้มแข็งเท่าที่ควร
ไม่ต้องแก้ตัวเพราะขณะนี้อยู่ในช่วงหน้าสิ่วหน้าขวานทางการเมือง หมิ่นเหม่ที่จะเกิดการชุมนุมได้ตลอดเวลา รัฐบาลให้ความสำคัญกับเรื่องนี้
พล.ต.อ.อดุลย์เองก็เคยถูกคำสั่งให้รับผิดชอบงานควบคุมฝูงชนตั้งแต่ก่อนขึ้นเป็น ผบ.ตร. จึงรู้และเข้าใจสถานการณ์จริงเป็นอย่างดี
จะว่าไปแล้วระดับผู้บังคับการ ถือเป็นหัวใจเพราะเป็นคนออกคำสั่งโดยตรง สถานการณ์จะดีหรือเลวก็อยู่ตรงนี้
ถ้าสังเกตให้ดีช่วงนี้ ผบ.ตร. เน้นการปรับภาพลักษณ์และระบบการสั่งการผ่าน ศปก.ตร.เพื่อขับเคลื่อนระบบโดยรวม
การบริหารองค์กรตำรวจในปัจจุบันต้องบอกว่าหินกว่าในอดีต นอกจากคดีที่สูงขึ้นแล้ว ยังมีผลประโยชน์มหาศาลเข้ามาเกี่ยวเนื่อง จิตสำนึกตำรวจจึงลดลงทำให้องค์กรเกิดปัญหาเรื้อรังมากมาย
ระดับโรงพักที่ต้องสัมผัสประชาชนก็มีปัญหา การอำนวยความสะดวกหรือการสร้างความเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรมลดน้อยลง ตำรวจเป่าคดีเป็นว่าเล่น บิดเบือนกฎหมายเข้าข้างพวกพ้อง ไม่เป็นที่พึ่งของประชาชน
ชาวบ้านต้องช่วยเหลือตัวเอง เกิดคดีร้อยเวรก็ไปดูที่เกิดเหตุบ้าง ไม่ไปบ้าง คดีเล็กคดีน้อยก็ให้เจ้าทุกข์ไปหาหลักฐานมาให้ นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นจริงทุกวัน
วันก่อนเกิดเหตุชิงทรัพย์นักข่าวไทยโพสต์ ตำรวจตามไปจับคนร้ายได้แถวซอยเสือใหญ่ ละแวกที่เกิดเหตุพบประวัติยาวเหยียดแถมมีหมายจับท้องที่ใกล้เคียงด้วย
ก็ขนาดหนีมากบดานอยู่ข้างๆ ท้องที่ก่อเหตุยังรอดตัวสบาย นี่ถ้าเหยื่อไม่ใช่นักข่าวก็คงอยู่รอดปลอดภัย
เห็นที ผบ.ตร.คงต้องอดนอนสัก 2-3 คืน ออกมาสุ่มตรวจโรงพักลงดาบระดับสูงอีกสักดอก การบริการน่าจะกระเตื้องขึ้น



