ข่าว

ผู้ผลิตทีวีพรึ่บชิงเค้กรอกสทช.เคาะสเปก

ผู้ผลิตทีวีพรึ่บชิงเค้กรอกสทช.เคาะสเปก

25 มี.ค. 2556

ผู้ผลิตทีวีพรึ่บชิงเค้ก รอกสทช.เคาะสเปก

 

                         ในขณะที่หลายฝ่ายติดตามความเคลื่อนไหวของการเปลี่ยนระบบการส่งสัญญาณไปสู่ระบบดิจิตอลนั้น ในฝั่งของผู้ผลิตทีวีที่จะเดินหน้าผลิตทีวีดิจิตอลเพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญของประเทศนี้ ก็มีการเตรียมความพร้อมด้วยเช่นกัน พร้อมคาดการณ์กันว่าตลาดทีวีดิจิตอลจะมีความคึกคักในอนาคตอันใกล้นี้

                         น.ส.ขวัญใจ นพนันทกุล ผู้จัดการอาวุโส กลุ่มผลิตภัณฑ์โฮมเอ็นเตอร์เทนเมนต์ บริษัทแอลจี อีเลคทรอนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ทิศทางของตลาดทีวีหลังจากมีทีวีดิจิตอลจะยังคงมีการแข่งขันในส่วนของ 3 มิติ สมาร์ททีวี โดยเฉพาะในส่วนของคอนเทนต์ และการออกแบบ ซึ่งการเข้าสู่ดิจิตอลจะไม่มีผลกระทบต่อการแข่งขันของตลาด เนื่องจากแบรนด์ต่างๆ ที่เป็นอินเตอร์แบรนด์ ต่างก็มีความพร้อมทั้งในเรื่องการผลิตและผลิตภัณฑ์อยู่แล้ว โดยในปี 2556 แอลจีจะเน้นตลาดแอลอีดี ซึ่งได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ และผู้บริโภคก็มีความต้องการทีวีที่สามารถใช้งานได้หลากหลาย ที่เป็นมากกว่าทีวี โดยเฉพาะการใช้งานอินเทอร์เน็ต

                         ด้านผู้บริโภคที่จะได้รับผลกระทบนั้น จะเป็นผู้ที่ยังคงใช้ทีวีที่รับสัญญาณต่อจากสายอากาศโดยตรง ซึ่งมีอยู่ประมาณ 35% แต่ก็สามารถรับสัญญาณดิจิตอลได้ โดยการติดตั้งกล่องรับสัญญาณ หรือเปลี่ยนทีวี แต่สำหรับผู้ที่รับสัญญาณผ่านจานดาวเทียม หรือกล่องรับสัญญาณต่างๆ ก็สามารถรับสัญญาณดิจิตอลทีวีได้ โดยไม่จำเป็นที่จะต้องรอทีวีที่เป็นดิจิตอลแต่อย่างใด

                         ทั้งนี้ แอลจี ในฐานะที่เป็นแบรนด์ระดับโลกและเป็นผู้นำนวัตกรรมด้านทีวี 3มิติ และ Ultra HDTV เทคโนโลยีในทีวีของแอลจีจึงสามารถรองรับระบบต่างๆ ที่ออกอากาศได้ทั่วโลกอยู่แล้ว สำหรับดิจิตอลทีวีในไทยนั้น เมื่อกฎหมายพร้อมที่จะรองรับทั้งดิจิตอลทีวีและกล่องรับสัญญาณเมื่อใด ทางแอลจีก็พร้อมที่จะผลิตและนำออกจำหน่ายในตลาดได้ทันที โดยปัจจุบันกำลังการผลิตของแอลจี สำหรับโรงงานที่ระยอง อยู่ที่ 600,000 เครื่องต่อปี ซึ่งส่งออกอยู่ที่ 20% และที่เหลือสำหรับการจำหน่ายในประเทศ

                         “สำหรับแอลจียังคงได้รับการตอบรับที่ดีในส่วนของทีวี 3มิติ และ Ultra HDTV ซึ่งเราเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีดังกล่าวในขณะนี้ และเห็นว่าตลาดยังมีแนวโน้มการเติบโตที่ดีตลอดปี 2556 นี้ โดยยอดขายตลาดรวม ในเดือนมกราคม ที่ผ่านมา เทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2555 มียอดเติบโตในส่วนของยูนิตอยู่ที่ 13% และในส่วนของมูลค่า อยู่ที่ 11%” น.ส.ขวัญใจ กล่าว

                         ด้านนายรัชตะ สุทธาพัฒน์ธานนท์ ผู้จัดการอาวุโส ธุรกิจดิจิตอล อิมเมจจิ้ง บริษัทไทยซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ จำกัด กล่าวว่า บริษัทมีความพร้อมในการผลิตทีวีดิจิตอลได้ทันทีหลังจาก กสทช.ออกหลักเกณฑ์ในการกำหนดสเปกทีวี เนื่องจากมีความพร้อมในส่วนของเทคโนโลยีอยู่แล้ว อีกทั้งโรงงานผลิตที่ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี ก็สามารถรองรับการผลิตทีวีดิจิตอล โดยที่ผ่านมาได้ผลิตทีวีดิจิตอลเพื่อป้อนตลาดต่างประเทศอยู่แล้วถึง 70% จึงไม่จำเป็นต้องลงทุนเพิ่มเติมเพื่อขยายกำลังการผลิตเพิ่มเติม

                         “คงยังไม่สามารถบอกในขณะนี้ได้ว่าจะเริ่มผลิตเมื่อไร และราคาจำหน่ายทีวีดิจิตอลจะมีความแตกต่างจากราคาทีวีในปัจจุบันอย่างไร เพราะต้องรอให้การกำหนดสเปกทีวีออกมาก่อน และเมื่อกำหนดออกมาแล้ว เราก็พร้อมผลิตทันที” นายรัชตะ กล่าว

                         อย่างไรก็ตาม การที่ประเทศไทยกำลังก้าวสู่ยุคทีวีดิจิตอลนั้น ทำให้มองว่าตลาดทีวีดิจิตอลจะมีความคึกคักมากขึ้น โดยคาดว่าจะทำให้ตลาดขยายตัวได้เป็นอย่างต่ำ 30-50% เป็นอย่างต่ำและจะขยายตัวในอัตราดังกล่าวต่อเนื่องไปอีก 1-2 ปีข้างหน้าด้วย ซึ่งซัมซุงเองมองการเติบโตของการจำหน่ายทีวีดิจิตอลในอัตราใกล้เคียงกับตลาด

                         นายรัชตะ ขยายความให้ฟังว่า ปัจจุบันคนที่ดูเคเบิลทีวี และระบบดาวเทียม สามารถรับชมสัญญาณดิจิตอลได้อยู่แล้ว ส่วนกรณีครัวเรือนที่ไม่มีทั้ง 2 ระบบดังกล่าว โดยยังคงใช้เสาอากาศและเสาหนวดกุ้ง การเปลี่ยนแปลงที่จะได้เห็นได้ชัดจากการส่งสัญญาณด้วยระบบดิจิตอล และมีเครื่องรับโทรทัศน์ที่รองรับระบบดิจิตอลได้แล้ว คือจะมีภาพที่คมชัดมากขึ้น หรือเครื่องรับโทรทัศน์ในปัจจุบันที่เป็นแอลซีดี แอลอีดี หรือพลาสมา ซึ่งอยู่ในครัวเรือนปัจจุบัน หากยังไม่ต้องการเปลี่ยนเครื่องทีวีใหม่ ก็สามารถซื้อกล่องรับสัญญาณ ก็สามารถดูทีวีดิจิตอลได้เช่นกัน

                         อย่างไรก็ตาม ในระยะแรกนั้นเข้าใจว่า ทาง กสทช.จะยังคงส่งสัญญาณอะนาล็อกควบคู่กับสัญญาณดิจิตอล อีกระยะหนึ่ง