ข่าว

สืบจากศพ...ล่าแก๊งฆ่าช้างป่า(1)

สืบจากศพ...ล่าแก๊งฆ่าช้างป่า(1)

24 มี.ค. 2556

คลี่ปมปริศนา CSI THAILAND : สืบจากศพ...ล่าแก๊งฆ่าช้างป่า (1) : โดย...ทีมข่าวรายงานพิเศษ

 

                         ความสูญเสียที่เกิดขึ้นกับช้าง ซึ่งอาศัยอยู่ในพื้นที่ป่าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดช้างป่าเพศเมียอายุ 10 ปี ถูกฆ่าตายอย่างโหดเหี้ยม เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจานและตำรวจต่างปักใจเชื่อไปในทิศทางเดียวกันว่า การตายของช้างป่าตัวนี้เป็นฝีมือของขบวนการล่าลูกช้างที่อาละวาดอยู่ในผืนป่าแห่งนี้มานานหลายปี

                         เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน พบซากช้างป่าเพศเมียตัวนี้เมื่อวันที่ 8 มีนาคม ที่ผ่านมา ใกล้กับแหล่งน้ำกลางป่า ในเขตอุทยานแห่งชาติ พื้นที่หมู่ 3 บ้านป่าแดง ต.ป่าเด็ง อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี ในสภาพที่บวมปูด ส่งกลิ่นคละคลุ้ง เพราะตายมาแล้วไม่น้อยกว่า 5 วัน จึงได้ประสานตำรวจ สภ.แก่งกระจาน ตำรวจพิสูจน์หลักฐาน ฝ่ายปกครองอำเภอแก่งกระจาน ตำรวจตระเวนชายแดนที่ 144 และทหารหน่วยเฉพาะกิจทัพพระยาเสือ กองกำลังสุรสีห์ เข้าตรวจสอบ

                         ในส่วนของตำรวจพิสูจน์หลักฐานนอกจากตำรวจพิสูจน์หลักฐานจังหวัดเพชรบุรี และตำรวจศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 7 นำโดย พ.ต.อ.วิสิทธิ์ ศิริสหวัฒน์ รองผบก.ศพฐ.7 ซึ่งเป็นหน่วยงานในพื้นที่แล้ว พล.ต.ท.จรัมพร สุระมณี ผู้ช่วยผบ.ตร. ยังนำกำลังตำรวจกองพิสูจน์หลักฐานกลาง พร้อมแพทย์นิติเวชโรงพยาบาลตำรวจ และสัตวแพทย์จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เข้าร่วมในการตรวจพิสูจน์ซากช้างดังกล่าว รวมถึงเก็บรวบรวมหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ในที่เกิดเหตุเพื่อใช้เป็นเบาะแสในการควานหาตัวคนร้ายด้วย

                         ซากช้างที่พบนอนตายอยู่ข้างโขดหินใหญ่ริมหน้าผา ใกล้แหล่งน้ำขนาดเล็กกลางป่า โดยช้างตัวนี้มีลักษณะคล้ายช้างแม่ลูกอ่อน เนื่องจากบริเวณเต้านมมีลักษณะบวมโตและมีคราบน้ำนมไหลซึมออกมา ทีมพิสูจน์หลักฐานชุดนี้ได้ชันสูตรซากช้างพบว่า มีรูลักษณะคล้ายถูกยิงด้วยกระสุนปืนเข้าที่ต้นขาหน้าขวา 1 แห่ง กะโหลกศีรษะ 1 แห่ง และสะโพกซ้ายด้านหลัง 2 แห่ง

                         จากสภาพซากช้างที่พบ พล.ต.ท.จรัมพร ให้แนวทางตำรวจพิสูจน์หลักฐานและทีมงานชันสูตรซากช้างที่ปฏิบัติงานในวันนั้นให้ดำเนินการตรวจสอบหาหัวกระสุนปืนอย่างละเอียดโดยเชื่อว่าคนร้ายน่าจะใช้ปืนมากกว่า 1 กระบอก และใช้กระสุนหลายขนาดปลิดชีพช้างตัวนี้

                         ซากช้างที่บวมปูดเริ่มเน่าเนื่องจากตายมาหลายวัน ทำให้ทีมพิสูจน์หลักฐานปฏิบัติงานได้อย่างยากลำบาก เจ้าหน้าที่จึงใช้วิธีเลือกผ่าบริเวณที่พบรูที่คาดว่าจะเป็นรอยกระสุน พร้อมกับใช้เครื่องสแกนโลหะที่สามารถสแกนหาได้ลึกประมาณ 8 นิ้วค้นหาหัวกระสุน ซึ่งจากการผ่าพิสูจน์ซากช้างดังกล่าวทำให้ทราบว่ากะโหลกศีรษะช้างแตกเพราะแรงกระสุน ลักษณะเช่นนี้คล้ายกับซากช้างที่ถูกฆ่าตัดงวงตัดงาในป่าแก่งกระจานเมื่อปีก่อน

                         หลังจากใช้เวลาผ่าซากช้างหาหัวกระสุนอยู่นานกว่า 5 ชั่วโมง เจ้าหน้าที่พบหัวกระสุนปืนไรเฟิล 1 หัว ฝังอยู่ในกะโหลกศีรษะด้านซ้ายของช้าง โดยหัวกระสุนถูกพบในลักษณะผิดรูป และถูกยิงมาจากปืนที่มีลำกล้องเกลียวไม่ใช่ปืนแก๊ป เมื่อส่งให้ผู้เชี่ยวชาญด้านกระสุนปืนตรวจสอบแล้วได้รับการยืนยันว่า เป็นกระสุนปืนไรเฟิลขนาด .22 แอลอาร์ โดยวิถีกระสุนที่พบยืนยันได้ว่ากระสุนนัดนี้ถูกยิงมาจากที่สูง

                         "เราพบรอยกระสุนตั้งแต่หัว จึงผ่ากะโหลกออกเป็นส่วนๆ เช่นเดียวกับรอยที่พบบริเวณสะโพก เพื่อตรวจสอบหาหัวกระสุนและร่องรอยกระสุน ซึ่งพบหัวกระสุนขนาดเล็กฝังอยู่ในกะโหลกช้าง เชื่อว่ากระสุนนัดนี้เป็นนัดที่หยุดช้าง หัวกระสุนที่พบจะเป็นเบาะแสสำคัญให้ฝ่ายสืบสวนไปขยายผลต่อว่าใครหรือกลุ่มใดใช้ปืนขนาดนี้บ้าง" พล.ต.ท.จรัมพร ให้ข้อมูล

                         ขณะที่การผ่าพิสูจน์ซากช้างเพื่อตรวจสอบว่าช้างตั้งท้องหรือไม่ ปรากฏว่าไม่พบลูกช้างในท้อง แต่สภาพเต้านมที่คัดและยังมีน้ำนมไหลยืนยันได้ว่าช้างตัวนี้น่าจะเป็นแม่ลูกอ่อน โดยทีมแพทย์ที่เข้าร่วมชันสูตรซากช้างให้ข้อมูลว่าช้างตัวนี้น่าจะมีลูกอ่อนอายุไม่เกิน 6-8 เดือน

                         การผ่าพิสูจน์ซากช้างหลังการตรวจหาหัวกระสุนและร่องรอยกระสุนชิ้นส่วนอวัยวะต่างๆ เสร็จแล้ว ชิ้นเนื้อของช้างได้ถูกนำไปฝังกลบ ขณะที่ชิ้นส่วนที่เหลือเจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการเผาเพื่อควบคุมไม่ให้เชื้อโรคจากซากช้างกระจายสู่แหล่งน้ำซึ่งอาจกระทบกับระบบนิเวศของผืนป่าบริเวณนั้น ส่วนกระดูกอ่อนและฟันของช้างมีการเก็บไปตรวจพิสูจน์ดีเอ็นเอยืนยันอายุพบว่าช้างตัวนี้มีอายุ 10 ปี

                          หลังจากเผาซากช้างดังกล่าวแล้วตำรวจพิสูจน์หลักฐานได้เข้าตรวจสอบบริเวณจุดเผาซากช้างซ้ำ เพื่อหาหัวกระสุนที่คาดว่าน่าจะหลงเหลืออยู่ในซากช้าง โดยได้นำอุปกรณ์ค้นหาจำพวกตะแกรง จอบ และเครื่องมือตรวจหาโลหะอีก 4 เครื่อง เพื่อสนับสนุนในการค้นหา ปรากฏว่าเมื่อตักขี้เถ้าในจุดที่เผาซากช้างมาร่อนในตะแกรงพบเศษโลหะลักษณะคล้ายตะกั่ว ขนาดความยาว 1 เซนติเมตร เมื่อนำไปตรวจสอบแล้วปรากฏว่าเป็นกระสุนลูกซองเบอร์ 12 ชนิดลูกปราย ซึ่งถูกยิงมาจากปืนลูกซอง โดยปืนชนิดนี้เป็นที่นิยมใช้ในการล่าสัตว์

                         "หลังนำหัวกระสุนลูกซองเบอร์ 12 ที่พบเพิ่มจากช้างที่ตายในอุทยานแห่งชาติแก่งกระจานไปตรวจสอบแล้ว เชื่อว่ากระสุนที่พบเป็นกระสุนลูกปราย ที่ยิงมาจากปืนลูกซอง ซึ่งเป็นปืนที่นิยมใช้ในการล่าสัตว์ โดยอาจเป็นลักษณะของการยิงซ้ำ เนื่องจากอานุภาพของกระสุนลูกซองจะสามารถยิงทะลุแผ่นเหล็กที่มีขนาดไม่หนาเท่านั้น" พล.ต.ท.จรัมพร ระบุ

                         นอกจากการชันสูตรซากช้างแล้ว ทีมคลี่คลายคดีฆ่าช้างชุดนี้ยังได้ตรวจสอบพื้นที่ใกล้เคียงกับจุดที่พบซากช้างอย่างละเอียด ซึ่งพบว่าบนต้นไม้ใหญ่ซึ่งอยู่เหนือหน้าผาห่างจากซากช้างประมาณ 10 เมตรมีปืนยาวไทยประดิษฐ์ ซึ่งบรรจุดินปืนพร้อมกระสุนตะกั่วยิงสัตว์ใหญ่แขวนอยู่ ขณะที่บริเวณพื้นดินและในบ่อน้ำใกล้ซากช้างพบเศษประทัด "ลูกปัง" ที่ใช้สำหรับไล่สัตว์หลายชิ้นตกอยู่ ตำรวจพิสูจน์หลักฐานจึงดำเนินการตรวจสอบหาลายนิ้วมือแฝง รวมถึงดีเอ็นเอจากวัตถุพยานเหล่านี้ เพื่อนำไปเปรียบเทียบกับลายนิ้วมือแฝงหรือผลตรวจดีเอ็นเอคนร้ายที่เคยก่อคดีลักษณะนี้มาก่อน รวมถึงกลุ่มผู้ต้องสงสัยต่อไป เพราะมีความเป็นไปได้ว่าช้างตัวนี้อาจถูกฆ่าตายโดยฝีมือของขบวนการล่าช้างในพื้นที่

                         อีกทั้งระหว่างการเข้าตรวจสอบพื้นที่หลังเกิดเหตุช้างป่าถูกฆ่าตาย เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ร่วมกับตำรวจ สภ.แก่งกระจาน สามารถจับกุม นายจอไป เวนะ ชาวกะหร่าง ซึ่งพักอยู่ที่หมู่ 6 ต.ห้วยสัตว์ใหญ่ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ และนายวิรัตน์ เวนะ อายุ 28 ปี ชาวปกากะญอ ซึ่งคาดว่าเป็นชาวบ้านตะลุพุโคะฝั่งพม่า ได้พร้อมปืนยาว 2 กระบอก พร้อมดินปืนและเครื่องกระสุน ได้ภายในป่าใกล้กับจุดที่พบซากช้าง แต่ทั้งสองปฏิเสธว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการฆ่าช้างป่าตัวดังกล่าว ซึ่งทั้งสองคนถูกนำเข้าสู่กระบวนการจัดพิมพ์ลายนิ้วมือและการนำเนื้อเยื้อไปตรวจดีเอ็นเอเพื่อใช้เปรียบเทียบกับลายนิ้วมือแฝงและดีเอ็นเอที่เก็บได้จากจุดที่พบซากช้างแล้ว เร็วๆ นี้จะทราบผลว่าทั้งสองคนเกี่ยวข้องกับการตายของช้างตัวดังกล่าวหรือไม่

                         เช่นเดียวกับกระสุนปืนไรเฟิลขนาด .22 แอลอาร์ ที่พบในกะโหลกช้าง ตำรวจอยู่ระหว่างการตรวจสอบว่ากระสุนดังกล่าวถูกยิงมาจากปืนกระบอกใด โดยเบื้องต้นทราบว่าปืนชนิดนี้มีการจดทะเบียนในพื้นที่ อ.แก่งกระจาน กว่า 200 กระบอก ขณะที่ในพื้นที่ห้วยสัตว์ใหญ่ ต.หนองพลับ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งเป็นรอยต่อก็มีปืนชนิดนี้จดทะเบียนอยู่อีก 124 กระบอก ซึ่งชุดคลี่คลายคดีจะตรวจสอบทั้งหมด และหากพบว่ากระสุนปืนที่พบตรงกับเกลียวลำกล้องปืนกระบอกใดจะกลายเป็นหลักฐานสำคัญที่จะสาวไปถึงตัวคนร้ายที่ลงมือฆ่าช้าง

                         ขบวนการล่าช้างป่าแก่งกระจานมีเครือข่ายเชื่อมโยงกันอย่างไร และหลักฐานที่พบในที่เกิดเหตุฆ่าช้างป่าครั้งนี้เกี่ยวข้องกับคนกลุ่มนี้หรือไม่ ติดตามต่อตอนหน้า

 

 

----------------------

(ขอบคุณเว็บไซต์ยูทูบดอทคอม : pippodeco : CSI Thailand ช้างแก่งกระจาน ตอนที่ 1

- http://www.youtube.com/watch?v=Um9LfjVfQrc&feature=youtu.be

 

คลี่ปมปริศนา CSI THAILAND : สืบจากศพ...ล่าแก๊งฆ่าช้างป่า (1) : โดย...ทีมข่าวรายงานพิเศษ)