ข่าว

หึงโหด..ลั่นไกดับ3ศพ

หึงโหด..ลั่นไกดับ3ศพ

24 มี.ค. 2556

หึงโหด..ลั่นไกดับ3ศพ : ตะลุยข่าว โดยกฤษณะ ทิวัตถ์สิริกุล

                   เมื่อกิเลสตัณหาเข้าครอบครองจิตใจที่หมกมุ่นหึงหวง ย่อมทำให้จิตวิตกและหวาดระแวงกลายเป็นเพลิงโทสะที่ยากจะดับลงได้ และอาจลุกลามท่วมทำลายชีวิตคนใกล้ชิดให้วอดวายในพริบตา อย่างโศกนาฏกรรมที่เกิดขึ้นกับครอบครัวหนึ่งใน อ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช เพียงเพราะความหวาดระแวงของสามี คิดว่าภรรยาแอบปันใจให้ชายอื่น จึงมีปากเสียงกันบ่อยครั้ง สุดท้ายเขาเลือกตัดสินปัญหาด้วยความตายของภรรยา ลูกเลี้ยง และตัวเขาเอง !!

              "เหตุ 241... ที่บ้านเลขที่ 33 หมู่ 7 บ้านทุ่งพัน ริมถนนสายดอนไคร-เขาวัด ต.กลาย อ.ท่าศาลา แจ้งสายตรวจและทุกหน่วยเข้าตรวจสอบด้วยทราบว่ามีผู้เสียชีวิตหลาย” เสียงวิทยุศูนย์ “191”แจ้งไปยังศูนย์วิทยุ สภ.ท่าศาลา ในช่วงกลางคืนของวันที่ 20 มีนาคม ที่ผ่านมา

              ทำให้ พ.ต.อ.สุเทพ ก่อสกุล ผกก.สภ.ท่าศาลา ร้อนใจเพราะนั่นหมายถึงเหตุอุกฉกรรจ์ร้ายแรง ที่มีผู้เสียชีวิตหลายรายจากการกระทำของคนร้าย รวมทั้งสายตรวจท้องที่ต่างเร่งรัดเข้าตรวจสอบทันที ไม่ต่างจาก นายถาวรวัฒน์ คงแก้ว นายอำเภอท่าศาลา ก็เดินทางไปอำนวยการด้วยตนเองในฐานะฝ่ายปกครองเจ้าของพื้นที่

              เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุพบ "ไทยมุง" กลุ่มใหญ่ กำลังมุงดูเหตุร้ายที่เกิดขึ้น ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องกันฝูงชนออกจากพื้นที่ก่อนเข้าตรวจสอบพบผู้เสียชีวิตนอนกระจัดกระจายอยู่ที่หน้าบ้านเลขที่ดังกล่าว ซึ่งเป็นบ้านไม้ยกใต้ถุนสูง ศพแรกอยู่บริเวณลานหน้าบันไดทางขึ้น คือ ด.ญ.พรพิมล ดำมี อายุ 13 ปี สภาพศพถูกยิงด้วยอาวุธปืนขนาด .38 เข้าบริเวณลำตัว อีก 2 รายต่อมาอยู่บริเวณบ้าน คือ นางพรรัตน์ สุขงอม อายุ 46 ปี ถูกยิงเข้าลำตัวและศีรษะโดยมีสุนัขขนปุยที่เธอเลี้ยงไว้เฝ้าศพอยู่ไม่ห่าง ใกล้กันคือนายเรียม ผิวล้วน อายุ 76 ปี ทั้งหมดอาศัยอยู่ในบ้านหลังดังกล่าวด้วยกัน

              สภาพศพของนายเรียมนั้นมีบาดแผลถูกจ่อยิงด้วยอาวุธปืนขนาด .38 เข้าที่ขมับขวาทะลุซ้าย บนพื้นดินพบอาวุธปืนขนาด .38 สเตนเลส 1 กระบอก ในรังเพลิงพบปลอกกระสุนยิงไปแล้ว 4 ปลอก และกระสุนพร้อมใช้งานอีก 2 นัด ไม่ห่างกันพบปลอกกระสุนขนาดเดียวกันถูกคัดทิ้งตกอยู่อีก 4 ปลอก ส่วนบนบ้านยังพบปลอกกระสุนชนิดเดียวกันอีกหลายนัดเจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน

              “ไม่ใช่เป็นฆาตกรรมโดยการก่อเหตุของคนร้าย เป็นการยิงกันเองในครอบครัว สันนิษฐานว่าผู้ที่ก่อเหตุคือนายเรียมครับนาย” ร.ต.อ.นครินทร์ ละมัยมาศ พนักงานสอบสวนรายงานการตรวจที่เกิดเหตุไปยังผู้บังคับบัญชาระดับสูง ทำให้คดีที่ดูเหมือนรุนแรงลดทอนน้ำหนักลง ความตึงเครียดของเจ้าหน้าที่เริ่มผ่อนคลาย แต่ความสลดกลับเข้ามาแทนที่กับโศกนาฏกรรมของครอบครัวนี้

              “ผมออกจากบ้านไปกับเพื่อนก่อนเกิดเหตุไม่นาน และเมื่อกลับมาอีกครั้งพบว่าทั้งบ้านเสียชีวิตไปหมดแล้ว” เป็นคำยืนยันปนน้ำตาแห่งความเศร้าโศกของ นายพงศธร ดำมี อายุ 19 ปี บุตรชายของนางพรรัตน์ ถ้าหากเขาไม่ออกไปกับเพื่อนก็อาจจะกลายเป็นศพไปด้วยก็ได้

              พยานที่อยู่ใกล้บ้านที่เกิดเหตุบอกเจ้าหน้าที่ว่า ก่อนเกิดเหตุได้ยินเสียงนายเรียมอาละวาดเสียงดัง ทะเลาะกับนางพรรัตน์อย่างรุนแรงก่อนได้ยินเสียงปืนดังขึ้นหลายนัดต่อเนื่องเป็นระยะๆ แต่ไม่มีใครกล้าเข้าไปดูเกรงว่าจะได้รับอันตราย เมื่อเสียงปืนเงียบลงแล้ว เสียงโวยวายทะเลาะวิวาทเงียบลงไป จึงพากันค่อยๆเดินเข้าไปดู กลับพบว่าทั้ง 3 รายเสียชีวิตหมดแล้ว

              ส่วนสาเหตุนั้นเบื้องต้นพบว่าอาจจะมาจากความหึงหวง เนื่องจากนายเรียมได้มาอยู่กินกับนางพรรัตน์ ซึ่งเป็นหม้ายลูกติด 2 คนมาได้กว่า 1 ปีแล้ว และนายเรียมมักออกอาการหึงหวงอย่างรุนแรงอยู่บ่อยครั้งจากสาเหตุที่นางพรรัตน์รู้จักคนในหมู่บ้านใกล้เคียงจำนวนมาก เนื่องจากต้องไปขายของในตลาดนัดเป็นประจำ ทำให้นายเรียมไม่พอใจมักทะเลาะกันเรื่องนี้อยู่เสมอ

              ชนวนความคับแค้นแน่นหัวอกของนายเรียม ซึ่งหลงคิดว่าภรรยาปันใจ จนกลายเป็นปมวิวาทกันบ่อยครั้ง และก่อนเกิดโศกนาฏกรรมราว 2 วัน นายเรียมและนางพรรัตน์เกิดมีปากเสียงกันรุนแรง และในวันที่เกิดเหตุก็ทะเลาะกันเรื่องเดิมอีกครั้ง ด้วยความที่นายเรียม เคยเป็นอดีตอาสารักษาดินแดน ครอบครองอาวุธปืนติดตัวไว้ไม่ห่างกาย ขณะเดียวกันเขาก็ไม่สามารถควบคุมความโกรธของตัวเองไว้ได้ จึงใช้อาวุธปืนไล่ยิงนางพรรัตน์และลูกเลี้ยงหลายนัดจนกระสุนหมดรังเพลิง จากนั้นคัดปลอกกระสุนจากรังเพลิงทิ้งแล้วบรรจุกระสุนเข้าไปจนเต็มลูกโม่แล้วยิงอีกรอบจนเห็นว่าทั้งสองเสียชีวิตแล้ว จึงใช้อาวุธปืนกระบอกเดิมลั่นไกปลิดชีพตัวเองหนีความผิดที่ได้ก่อไว้

.................................

(หมายเหตุ : หึงโหด..ลั่นไกดับ3ศพ  :ตะลุยข่าว โดยกฤษณะ ทิวัตถ์สิริกุล)