
'เกม-เน็ต'แหล่งเพาะเชื้ออาชญากรเด็ก
'เกม-อินเทอร์เน็ต' แหล่งเพาะเชื้อ...อาชญากรเด็ก : สัมภาษณ์พิเศษ พ.ต.ท.สําเริง ส่งเสียง รองผู้กำกับการ กองกำกับการสวัสดิภาพเด็กและสตรี โดยพัฐอร พิจารณ์โสภณ
ปัญหาเด็กและเยาวชน กลายเป็นผู้ก่อเหตุอาชญากรรมนับวันจะเพิ่มมากขึ้น ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงของสังคมและเทคโนโลยีสมัยใหม่ ทำให้เด็กใช้ชีวิตอยู่ในร้านเกมและอินเทอร์เน็ต อาจถูกชักจูงให้หลงผิดไดัง่าย ในเรื่องนี้ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. เน้นย้ำให้มีการกำชับกวดขันร้านเกม ร้านอินเทอร์เน็ตในทุกพื้นที่ พร้อมกำหนดมาตรการเชิงรุกในการป้องกันแก้ปัญหาเด็กและเยาวชน การมั่วสุมกระทำผิด ทั้งเรื่องปัญหายาเสพติด ลักวิ่งชิงปล้น ตลอดจนปัญหาการแข่งขันรถจักรยานยนต์ในยามค่ำคืน
พ.ต.ท.สําเริง ส่งเสียง รองผู้กำกับการ กองกำกับการสวัสดิภาพเด็กและสตรี ในฐานะผู้ทำงานเกี่ยวกับปัญหาเด็กมายาวนาน จะมีมาตรการเชิงรุกและการป้องกันปราบปรามปัญหาที่เยาวชนเป็นผู้ก่อเหตุอย่างไร
- สถานการณ์ของอาชญากรรมในเด็กและเยาวชนตอนนี้เป็นอย่างไร
ในช่วงปิดภาคเรียน เด็กจะใช้เวลาว่างไม่ถูก คือใช้เวลาไปมั่วสุม เล่นเกม แล้วอาชญากรรมที่เกิดขึ้นในช่วงนี้ จะมีเด็กกลายเป็น "เหยื่อ" จากที่เด็กไปเล่นเกม มั่วสุมกันแล้วมีกลุ่มผู้ไม่หวังดีอาจจะใช้วิธีหลอกล่อให้เด็กทำในสิ่งที่ผิด แลกกับงานที่ผิดกฎหมาย เช่น ให้ไปส่งของ(ยาเสพติด) บางครั้งก็ชักชวนเด็กไปเสพยาให้ หรือบอกจะซื้อชั่วโมงอินเทอร์เน็ตเล่นเกมที่เขาชอบ เป็นต้น โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ จะเน้นกวดขันสถานที่แหล่งมั่วสุมของเด็กเหล่านี้ แต่ว่าก็ได้เพียงแค่ส่วนหนึ่ง เพราะตามกฎหมายแล้วเด็กสามารถเข้าไปเล่นในสถานที่ต่างๆ ยกเว้นร้านเกม สามารถเข้าไปใช้บริการได้ตั้งแต่บ่ายสองโมงถึงสี่ทุ่มเท่านั้น โดยเรามีชุดออกตรวจว่าร้านไหนมีการฝ่าฝืนก็จับส่งให้ร้อยเวรดำเนินคดี
ส่วนเด็กที่ออกไปก่อเหตุนั้น ก็ยังคงสภาพอยู่เหมือนในปีที่แล้ว คือค่อนข้างจะมีพอสมควร แต่ปีนี้จะมีของล่อตาล่อใจ อย่างโทรศัพท์มือถือรุ่นใหม่ๆ เด็กๆ ก็อยากมีอยากได้ จึงเกิดการก่อเหตุในลักษณะต่างๆ ส่วนยาเสพติดก็มีการเข้มงวดกวดขันก็มีปริมาณที่กระจายสู่เด็กน้อยลง เพราะมีการกวดขันและจับได้ลอตใหญ่ๆ หลายราย ทำให้วงจรถูกตัดขาดไปบ้าง ขณะที่เด็กแว้นนั้น จะมีในช่วงวันหยุดคือศุกร์กับเสาร์ ก็ต้องกวดขันจับกุมกันไป
- เยาวชนมักจะก่ออาชญากรรมในลักษณะใด
ต้องบอกว่ามีทุกรูปแบบ เด็กทำร้ายกันเอง ข่มขืน รุมโทรม หรือประพฤติตนในทางที่ผิดไปจากครรลองของเด็กทั่วไป คือการไปมั่วสุม เด็กชายหญิงอยู่ตามอพาร์ตเมนต์ด้วยกัน หาเงินมาใช้ง่ายๆ โดยลักเล็กขโมยน้อย และที่ร้ายแรงก็คือ เยาวชนที่อายุน้อยๆ กลายมาเป็นผู้ลำเลียงยาเสพติด ถ้าหากเทียบกับการก่ออาชญากรรมของเด็กก็ถือว่าเพิ่มขึ้นเล็กน้อยในเรื่องของยาเสพติด แต่ในเรื่องอื่นอย่างวัตถุนิยมที่เพิ่มขึ้นนั้น เช่น ความต้องการอยากได้ คอมพิวเตอร์ โน้ตบุ๊ก ไอโฟน ไอแพด เป็นต้น
- ปัจจัยใดที่สนับสนุนให้เด็กก่ออาชญากรรมตั้งแต่อายุน้อยๆ
เท่าที่ถามส่วนมากร้อยละ 80 คือมี ปัญหาครอบครัว ไม่ได้อยู่กับพ่อแม่ มีปัญหาหย่าร้าง หรืออยู่กับญาติ บางคนก็ไม่ได้หย่าแต่ไม่ได้อยู่ด้วยกัน ขาดความอบอุ่น หรือเห็นคนข้างๆ บ้านเขาทำแล้วรวย มีของใช้ก็อยากจะมีกับเขาบ้าง จากผ้าขาวพอมีปัญหาหันหน้าเข้าบ้านก็มีปัญหาทะเลาะกัน ไปปรึกษาพ่อแม่อะไรก็ไม่ได้ จึงหันไปหาเพื่อน และเพื่อนก็ชวนไปในทางไม่ดี บางรายที่เคยเจอถึงแม้ว่าครอบครัวจะดี พ่อแม่รักกันดี แต่รอบๆ บ้านซ้ายก็กินเหล้า ติดยา ขวาก็ทำร้ายผู้หญิง เจอบ่อยเข้าก็ชิน พอมีปัญหาคิดว่าลองครั้งเดียวแล้วไม่ติด แต่เป็นความคิดที่ผิดเพราะมีครั้งแรกมันก็ต้องมีครั้งที่สอง ครั้งที่สามตามมา พ่อแม่มารู้อีกทีตอนที่ถูกตำรวจจับแล้ว
ส่วนปัญหารองลงมาคือ "วัตถุนิยม" ส่วนใหญ่จะเกิดกับเด็กผู้หญิงที่ไม่ได้คิดหน้าคิดหลัง ไม่รักนวลสงวนตัว หรือมีโฆษณาในอินเทอร์เน็ตที่ลงว่าจะขายตัวเพื่อนำไปซื้อไอโฟน พวกนี้เริ่มมีมากขึ้น เด็กไม่รู้จะหาเงินอย่างไรก็หาเงินทางสื่อ มันเป็นเรื่องที่ผิด ถ้ายิ่งติดยาเสพติดก็ไปกันใหญ่ เหล่านี้ คือปัญหาอันดับต้นๆ ไม่อันใดก็อันหนึ่ง ส่วนอีกเหตุผลคือค่านิยมผิดๆ เคยถามเด็กแว้นว่าทำไมมาแข่ง เขาบอกว่า ดีกว่าอยู่เฉยๆ ทำแล้วมันเท่ มันสนุก หนีตำรวจได้เก่งเพื่อนรับเป็นฮีโร่ ขณะที่เด็กเล็กๆ จะมีการก่อเหตุมากขึ้นเพราะเขาเกิดพฤติกรรมเลียนแบบ จากสื่อต่างๆ แต่ก็ไม่ได้โทษสื่อ เขาเสนอสองมุมแต่เด็กเขาคิดไม่ได้เอง
- ช่วงปิดเทอมนี้ ตำรวจ ดส. มีภารกิจเพิ่มขึ้นอย่างไรบ้าง
นอกจากภารกิจในการปราบปรามแล้ว ก็ต้องมีการป้องกันควบคู่กันด้วย โดยในช่วงปิดเทอมจะต้องออกไปให้ความรู้แก่เด็ก "ค่ายเยาวชนสัมพันธ์" ที่ในปีนี้ เราจัดทั้งหมด 9 รุ่น รุ่นละ 320 คน จะสอนให้เด็กรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ซึ่งจะเป็นในโรงเรียนในชุมชน เด็กที่อยู่ตามหอพัก เราจะให้แต่ละโรงพักเป็นคนรวบรวม เด็กอายุตั้งแต่ 8-13 ปี เด็กพวกนี้ยังเป็นผ้าขาวอยู่ สามารถที่จะปลูกฝังชักจูงเด็กเหล่านี้ได้ไม่ให้หลงผิด จะจัดทั้งหมดรุ่นละ 4 วัน ตั้งแต่ 25 มีนาคม-11 มิถุนายนนี้ โดยจะปลูกฝังให้เขารักชาติ กตัญญูรู้คุณบิดามารดา ครูบาอาจารย์ และก็มีความรู้เกี่ยวกับการจราจร ยาเสพติด และให้เด็กรู้เท่าทันการใช้อินเทอร์เน็ต การเอาตัวรอดจากคนร้าย การแจ้งข่าวให้ตำรวจรู้ การสังเกตตำหนิและรูปพรรณ อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่ปี 2519 เราจัดค่ายมาแล้วประมาณ 321 รุ่น มีเด็กที่ผ่านค่ายนี้ 1 แสนกว่าคนแล้ว
- ภัยจากอินเทอร์เน็ตและโซเชียลเน็ตเวิร์ก จะให้เด็กเท่าทันได้อย่างไร
ภัยจากอินเทอร์เน็ตเป็นสิ่งที่สำคัญมากเพื่อให้เด็กรู้เท่าทัน ไม่ตกเป็นเหยื่อและข้อกฎหมายที่เด็กควรจะรู้ว่าสิ่งใดกระทำแล้วมีความผิด เช่น การตัดต่อรูปเอารูปหน้าคนอื่นไปใส่ไว้ในตัววรนุชบ้าง อะไรมาใส่บ้าง เอาไวรัสมาใส่เครื่องเพื่อน เอารูปตีกันมาลง เอารูปที่จะขายตัวมาลง ก็เป็นสิ่งที่เราเพิ่มเข้ามาในการสอน ซึ่งกลุ่มอายุที่น่าเป็นห่วงที่จะตกเป็นเหยื่อและหลงผิดได้ง่ายคือช่วงอายุระหว่าง 10-17 ปี จึงต้องมีการสอนพวกเขาตั้งแต่อายุ 8-13 ปี เพื่อให้มีภูมิคุ้มกัน ต้องยอมรับว่าเด็กสมัยนี้ก็ใช้อุปกรณ์ไอทีเป็นกันหมด แต่เขาใช้แบบไม่รู้ ก็ต้องพยายามสอนให้เขารู้
แต่สิ่งที่ผมเป็นห่วงมากๆ ก็คือ "การแชท" เพราะเด็กแชทส่วนใหญ่พ่อแม่จะไม่มีทางรู้เลยว่ารู้แชทกับใคร พ่อแม่ก็เกรงใจจะไปนั่งดูก็ไม่ได้ เพราะเป็นโลกส่วนตัวเขา แต่พอคนที่แชทด้วยไม่หวังดีเขาก็พูดจาหว่านล้อมฟังแล้วเป็นคำหวาน ไม่ว่าจะเป็น รักนะ จุ๊บๆ พวกนี้ แต่พ่อแม่พูดออกมาแต่ละคำขมมาหมดเลย เช่น ทำไม่ไม่นอน ไม่กินข้าว เด็กก็ไม่พอใจ แล้วก็ออกไปกับเขา พ่อแม่มารู้เมื่อสายไปแล้ว พอลูกหายไปก็ไม่รู้อีกลูกไปไหน ระยะหลังก็มีการที่เด็กหายเพราะแชทค่อนข้างเยอะ ถ้าเป็นไปได้ก็น่าจะถามลูกว่าแชทอยู่กับใคร เผื่อลูกเป็นอะไรไปได้ตามถูก ต้องใส่ใจลูกมากกว่าปกติ และสิ่งที่เพิ่มมาจากแก๊งคอลเซ็นเตอร์ก็ใช้วิธีแชทกับเด็ก แล้วแอบถามข้อมูลธุรกรรมการเงินของพ่อแม่ แล้วเด็กเอาข้อมูลการเงินของพ่อแม่ไปให้เขาก็มี โดยที่เด็กไม่รู้ตัวก็ได้
- ผู้ปกครองมีส่วนช่วยตรวจสอบดูแลลูกหลานอย่างไร
นอกจากการบรรยายให้เด็กฟังแล้วการที่จะไปคุยกับผู้ปกครองนั้นยากมาก แต่ก็เป็นเรื่องที่จำเป็น มักจะได้พูดคุยเมื่อโรงเรียนเชิญตำรวจไปเมื่อตอนเปิดเทอมแต่มันก็ไม่ครอบคลุม อย่างที่บอกคือแม้เราจะมีความเกรงใจลูกเราก็จริง แต่พ่อแม่ควรจะต้องใส่ใจลูกบ้างว่าเขาติดต่ออะไรกับใคร พูดให้ลูกเห็นว่าเราเป็นห่วง ไม่ใช่ไปจู้จี้ แค่บอกว่าไม่อยากให้โดนหลอก การแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับเด็กนั้นต้องเริ่มที่ครอบครัวดีที่สุด นั่นคือภูมิคุ้มกันอย่างดี การนั่งกินข้าวด้วยกัน การพูดคุยกันบ่อยๆ พอเด็กคิดจะทำอะไรก็ทำให้เขายั้งคิดว่า ทำไปแล้วพ่อแม่จะเสียใจ กลัวเสียชื่อเสียงวงศ์ตระกูลเขาก็จะไม่ทำ
แต่ถ้าเด็กมีท่าทีที่เปลี่ยนไป อย่างเมื่อก่อนเรียบร้อย แต่ตอนนี้มีอาการก้าวร้าว พูดอะไรก็ไม่ค่อยฟัง สมาธิสั้นลง ทำอะไรก็ขี้หลงขี้ลืม สั่งอะไรก็ไม่ทำ แบบนี้คือการที่เด็กเริ่มเอาตัวออกห่างจากสังคมและไปหมกมุ่นอยู่กับอะไรสักอย่างแล้ว นี่คือสัญญานบอกเหตุ พ่อแม่ต้องใส่ใจดูลูก คอยถาม พูดคุย จับเข่าคุยกันเพื่อหันหน้าเข้าหากัน แต่ถ้าหันหลังไม่คุยกันเมื่อไหร่ สุดท้ายก็จะเสียลูกไป ส่วนตัวเด็กพ่อแม่ควรจะหากิจกรรมให้เขาทำ เมื่อเขาไม่ได้ทำอะไรเขาก็จะติดอยู่กับมือถือ ติดแชท ติดเกม พอติดแล้วเลิกยาก เด็กจะเสียคนจากตรงนี้ได้ง่าย อย่างไรก็ตาม ถ้าพบเห็นการกระทำผิดเกี่ยวกับเด็กประพฤติตนไม่สมควร สถานที่เด็กไปมั่วสุม เด็กขอทาน เด็กต่างด้าว หรือล่วงละเมิดทางเพศแก่เด็กสามารถแจ้งมาได้ที่กองสวัสดิภาพเด็กและสตรี 0-2282-3892-3
...........................
(หมายเหตุ : 'เกม-อินเทอร์เน็ต' แหล่งเพาะเชื้อ...อาชญากรเด็ก สัมภาษณ์พิเศษ : พ.ต.ท.สําเริง ส่งเสียง รองผู้กำกับการ กองกำกับการสวัสดิภาพเด็กและสตรี โดยพัฐอร พิจารณ์โสภณ)



