
'มาร์ค'หนุนทุกฝ่ายร่วมมือพิมพ์เขียวประเทศไทย
'อภิสิทธิ์' หนุนทุกฝ่ายร่วมมือ 'พิมพ์เขียวประเทศไทย' เล็งเปิดเว็บ 'รู้ทันคอร์รัปชั่น' สานโครงการ 'โตไปไม่ชวนโกง' ลั่นพร้อมขัดขวางพวกทุจริต หวั่นประเทศถูกกินรวบ
23 มี.ค.56 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวเปิดงานประชุมใหญ่สามัญประจำปี ตอนหนึ่งว่า พรรคจะมีโครงการตาสัปปะรดในทุกพื้นที่ และจะมีการเปิดเว็ปไซต์ "รู้ทันคอรัปชั่น" อาทิ จะให้ความรู้ในเรื่องการกู้เงิน 2 ล้านล้านบาทว่า ช่องทางทุจริตตรงไหนบ้าง นอกจากนี้จะมีโครงการสานต่อจากกรุงเทพมหานคร ในโครงการโตไปไม่โกง เป็นโครงการโตไปไม่ชวนกันโกง อย่างไรก็ตาม ในการลงพื้นที่พบกับชาวบ้าน ก็ได้บอกชาวบ้านว่าจะไม่พูดถึงพรรคประชาธิปัตย์ แต่อยากให้พูดถึงพิมพ์เขียวประเทศไทย ซึ่งหลายท้องถิ่นก็ขอร่วมด้วย จึงหวังว่าอุดมการณ์ของพรรคจะเข้าไปร่วมกับโครงการนี้ด้วย
นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า วันนี้พรรคประชาธิปัตย์ยังมุ่งมั่นภารกิจในการเสนอทางเลือกให้ประเทศ ถึงไม่เป็นข่าวแต่จะเดินหน้าต่อเนื่อง โดยชวนทุกฝ่ายมาช่วยขับเคลื่อน โดยมีภาระหลักของพรรคคือ การเลือกตั้ง และการตรวจสอบรัฐบาล ซึ่งพรรคจะเดินหน้าคัดค้านอย่างเต็มที่ในในส่วนของการ"โกง" แม้จะมีการบอกว่า พรรคไปขวางหรือไปแย้ง แต่เราก็ต้องประกาศขัดขวาง เพื่อไม่ให่ประเทศ ถูกโกง ถูกกิน ถูกรวบ หรือถูกล่มสลาย แต่ไม่ได้หมายความว่าสิ่งดีจะไม่ร่วมด้วย พรรคยินดีหากรัฐบาลจะอยากนำข้อเสนอไปปฏิบัติ เพื่อให้ประเทศไม่นำไปสู่ความขัดแย้ง
"จากนี้ไม่ว่าจะเป็น 10 ปีหรือ 100 ปี พรรคยังคงอยู่กับการเมืองที่ต้องสับสนวุ่นวายและขัดแย้งบ้าง แต่เรายังต้องการรักษาความถูกต้อง โดยมีความแน่วแน่ที่จะดำรงอยู่คู่ประเทศไทย เป็นหลักให้ประเทศ ให้สังคมนำไปสู่ความถููกต้อง" นายอภิสิทธิ์ กล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงบ่ายพรรคประชาธิปัตย์จะมีการประชุมย่อยของกรรมการบริหารพรรคชุดใหญ่ โดยมีนายอภิสิทธิ์เป็นประธานการประชุม
'ปชป.' ประชุมใหญ่ประจำปีปรับแผนสู้ลต.ใหญ่สมัยหน้า
พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) จัดงานประชุมใหญ่สามัญประจำปี เพื่อรับรองรายงานการประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2556 รายงานงบดุลการเงินประจำปีของพรรค รวมถึงรายงานการดำเนินการตามนโยบายต่าง ๆ ของพรรค และร่วมพิจารณาแผนการใช้เงินงบประมาณในแผนงานของปี 2557 ตามแผนยุทธศาสตร์ 4 ปี โดยมีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค รองหัวหน้าพรรค กรรมการบริหารพรรค คณะผู้บริหารพรรค ส.ส. ส.ก. ส.ข. ประธานสาขาพรรค และสมาชิกพรรคร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียงกว่าห้าร้อยคน
ทั้งนี้ระหว่างการประชุมวาระที่ 5 เรื่องพิจารณาแผนการใช้เงิน และแผนการดำเนินงานประจำปี 2557 ตามแผนยุทธศาสตร์ 4 ปี นายจุติ ไกรฤกษ์ ส.ส.พิษณุโลก ในฐานะรองหัวหน้าพรรค ได้เสนอต่อที่ประชุมพรรคว่า ขอให้สมาชิกพรรคได้ติดตามสถานีโทรทัศน์บลูสกาย ชาแนล ที่พรรคไม่ได้เป็นเจ้าของ แต่ก็มีคนของพรรคไปออกรายการทางสถานีโทรทัศน์นี้จำนวนมาก และให้ติดตามข่าวสารต่างๆ เพื่อทำการพูดคุยกับประชาชน รวมทั้งขอให้สาขาพรรคเร่งทำการเพิ่มแฟนคลับของพรรคและขอให้สาขาพรรคเร่งจัดหาอีเมล์ของประชาชนเพื่อจะได้ใช้เผยแพร่ข่าวสารได้ง่ายมากขึ้น หากสาขาใดทำได้ตามเป้าหมายก็จะต้องมีการมอบรางวัลให้ตามความเหมาะสม
นายอลงกรณ์ พลบุตร รองหัวหน้าพรรรคดูแลภาคกลาง กล่าวว่า อดีตที่ผ่านมาพรรคไม่ประสบความสำเร็จในการเลือกตั้งตั้งแต่ปี 2535 และดูเหมือนว่าจะแพ้มากขึ้นทั้งที่มีโครงสร้างประชาธิไตย มีสาขาพรรคมากที่สุดถึง 197 สาขา จึงอยากเร่งให้ปรับเปลี่ยนนโครงสร้างพรรคทั้งหมด โดยต้องมุ่งหวังชนะการเลือกตั้งให้กลับมาเป็นรัฐบาลเพื่อนำนโยบายไปสู่การปฏิบัติ แต่ก็ไม่มั่นใจว่าคราวหน้าจะชนะการเลือกตั้งได้อย่างไร เพราะทุกปีเหมือนมีช่องว่างการบริหารของพรรคถึงสาขาพรรค ทั้งที่เป้าหมายที่ได้รับมอบหมายคือการชนะการเลือกตั้ง โดยสิ่งที่สู้ไม่ได้ก็ต้องมาปฏิรูปตัวเอง ถ้าจะทำเหมือนกันทุกปีจะไม่มีทาง จึงต้องสร้างความสมานความเป็นเอกภาพทั้งสาขา ส.ส. สมาชิก เพราะพรรคต้องเดินหน้าไปพร้อมกันถึงจะสู้ได้ โดยเฉพาะเรื่องงบประมาณที่ต้องมีความเห็นตรงกัน
"อุดมการณ์จะสู้อุดมกินไม่ได้ ดังนั้นถึงเวลาที่ต้องปฏิรูปตัวเอง วันนี้เข้าสู่ปีที่ 2 ของกรรมการบริหารพรรคชุดนี้ต้องสร้างจุดเปลี่ยนให้ได้ ผมจึงขอให้เสนอมีการประชุมกรรมการบริหารพรรคนัดพิเศษเพื่อหารือในการสร้างจุดเปลี่ยนและปฏิรูปพรรคโดยเฉพาะ" นายอลงกรณ์ กล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากนั้นนายอภิสิทธิ์ ได้เสนอขอให้ที่ประชุมแก้ไขข้อบังคับพรรรค อาทิ ให้ยึด 1 เขตมี 1 สาขา แต่บางเขตอาจมีมากกว่า 1 สาขา โดยยึดภูมิศาสตร์เป็นหลัก เช่นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานีจะขอเพิ่มสาขาพรรคที่เกาะสมุย เป็นต้น นอกจากนี้ การบริหารงานที่เกี่ยวข้องกับท้องถิ่น เพื่อที่จะได้ช่วยดูแลหากมีการเลือกตั้งในระดับท้องถิ่น และแก้ไขตำแหน่งในสาขาพรรคให้ไม่น้อยกว่า 7 คน ซึ่งที่ประชุมก็ให้ความเห็นชอบ
นอกจากนี้ในที่ประชุมมีสมาชิกได้แสดงความคิดเห็นกรณีนายพิชัย รัตตกุล อดีตหัวหน้าพรรคออกมาตำหนิพรรคประชาธิปัตย์ผ่านสื่อมวลชน ถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญในวาระ 3 ที่มีส.ส.ของพรรค ขว้างหนังสือไปที่ประธานสภา ทั้งที่เป็นการแสดงอารยะขัดขืน แต่นายพิชัยกลับบอกว่าอับอาย และอยากให้พรรคประชาธิปัตย์ขอโทษประชาชน ทั้งที่ทุกคนรู้ดีว่าหากวันนี้ไม่มีพรรคประชาธิปัตย์กฎหมายปรองดองก็ผ่านสภาไปแล้ว และล่าสุดในตอนที่มีเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม. ก็มาบอกว่า หากแพ้เลือกตั้งหัวหน้าพรรคก็ต้องลาออก ซึ่งตนรู้สึกว่าสาเหตุที่พรรคประชาธิปัตย์วุ่นวายเพราะนายพิชัย
นายอภิสิทธิ์ ชี้แจงตอนหนึ่งว่า ตนกับนายพิชัยมีความผูกพันมาโดยตลอดที่ผ่านมาตนเคยเป็นอาสาสมัครช่วยหาเสียงตั้งแต่ก่อนเข้ามหาวิทยาลัยและก็ถูกนายพิชัยด่าตามประสาลูกหลาน ซึ่งหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ทุกคนก็ถูกวิพากษ์วิจารณ์ไม่มีข้อยกเว้น อยากให้เข้าใจว่าพรรคเป็นประชาธิปไตย แต่การให้ข่าวสาธารณะอาจมีความคลาดเคลื่อน ซึ่งทุกปีตนจะไปอวยพรวันเกิดนายพิชัยที่บ้าน และพาสมาชิกพรรคบางคนไปกราบนายพิชัย ยืนยันตนไม่ละเลยเรื่องการเข้าพบผู้ใหญ่ แต่เป็นธรรมดาเมื่อนายพิชัยพ้นจากหน้าที่ก็อาจไม่ได้รับทราบข้อมูลครบถ้วน อาทิ เรื่องที่เกิดขึ้นในสภาปีที่ผ่านมา ซึ่งกรรมการจริยธรรมสภาประกอบด้วย นายชวน หลีกภัย อดีตหัวหน้าพรรค และคุณหญิงกัลยา โสภณพานิช ประธานส.ส.พรรรค ก็ไปสอบถามว่านายพิชัยทราบเหตุการณ์ทั้งหมดหรือไม่ และอาจจะไม่ทราบที่มาที่ไป ทั้งนี้ หากไม่มีเหตุการณ์วันนั้นก็ไม่รู้ว่าถ้าผ่านกฎหมายนี้บ้านเมืองจะเป็นอย่างไร ส่วนการเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.ที่ผ่านมา ตนก็ประสานจะเชิญนายพิชัยมาช่วยหาเสียง แต่ทราบว่านายพิชัยก็ไม่สะดวก
"ผมยอมรับว่าถูกตำหนิว่าทำไมไม่เชิญให้ท่านมาสมัครส.ส.บัญชีรายชื่อ ซึ่งผมและกรรมการบริหารพรรคไม่ทราบจริงๆว่าท่านมีความพร้อมจะลงสมัครเลือกตั้ง อีกเรื่องในช่วงที่ผมเป็นนายกฯท่านก็เสนอเรื่องความปรองดอง แต่เป็นข้อเสนอแตกต่างและไม่ได้ทำ เพราะข้อเสนออาจจะไม่เป็นผลดีต่อบ้านเมือง เช่นจะไปเจรจากับพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีให้กลับมา และให้เข้าพบพล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองค์มนตรี ก่อนเข้าเฝ้าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว แต่ก็เรียนท่านไปด้วยความเคารพว่าแนวทางนี้จะเป็นความเข้าใจผิดว่าเป็นความขัดแย้งพ.ต.ท.ทักษิณ และสถาบัน จึงไม่สามารถที่จะเห็นพ้องได้ และท่านก็ได้บอกว่าส.ส.บางคนที่เป็นคนหนุ่มสาวไม่ได้แสงความเคารพท่าน ผมก็ได้สอบถามกับเจ้าตัว ก็ทราบว่าที่ไม่ไหว้เพราะมาด่าพรรค ผมก็เตือนไปว่าท่านเป็นผู้ใหญ่ควรมีสัมมาคารวะ" นายอภิสิทธิ์ กล่าว
อย่างไรก็ตามในวันพฤหัสบดีและวันศุกร์นี้รัฐบาลจะมีการพิจารณาเรื่องกู้เงิน 2 ล้านล้านบาท ส่วนเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมณูญจะมีการประชุมในสัปดาห์ถัดไป พรรคจึงต้องมีการเตรียมตัวที่จะตอบโต้ หากพาดพิงเรื่องการกู้เงินในสมัยพรรคประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาล โดยขอให้อดีตรัฐมนตรีทุกคนในรัฐบาลของพรรคประชาธิปัตย์ที่ผ่านมาสมัยเงินกู้มิยาซาว่าในสมัยรัฐบาลนายชวน และไทยเข้มแข็งนำข้อมูลมาเตรียมไว้ให้นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ประธานวิปฝ่ายค้านในวันอังคารนี้
นายอภิสิทธิ์ ก่ลาวด้วยว่า หน้าที่หลักในประวัติศาสตร์ของพรรค เมื่อประเทศใดอยู่ในภาวะวิกฤติประชาธิปัตย์จะเข้าไปคลี่คลาย แต่ไม่ทราบว่า 1-2 เดือนข้างหน้าจะเกิดอะไรขึ้นทางการเมือง แต่พรรคต้องแสดงหาทางเลือกให้เป็นประโยชน์อย่างยั่งยืนอย่างแท้จริงซึ่งพรรคตั้งใจจะทำพิมพ์เขียวประเทศไทย ตนเห็นว่าอุดมการณ์ของพรรคตั้งแต่ปี 2489 ยังเป็นอุดมการณ์ที่ทันสมัย ใช้ได้ถึงปัจจุบัน ซึ่งคนและกติกาของบ้านเมืองยังเป็นรากฐานที่สำคัญที่สุด ขณะนี้ถึงเวลาที่พรรคต้องเหมือนกับหลายประเทศ ที่มีองค์กรที่เป็นอิสระทางวิชาการ และมีการสนับสนุนอย่างเต็มที่จากพรรคการเมือง โดยในปี 2563 ประเทศไทยสามารถมีรถไฟความเร็วสูงได้โดยไม่ต้องกู้เงิน โดย 1 ปีที่ผ่านมาได้กลั่นกรองสถานะการเงินของประเทศ และได้ข้อสรุปว่า 3 ปัจจัยที่ประเทศไทยจะยืนในโลกได้คือ 1.ขีดความสามารถของคนในการเรียนรู้ 2.ความเชื่อมั่น มีการพัฒนาเรื่องเศรษฐกิจ และ3.การแก้ปัญหาคอรัปชั่นในระบบบริหาร การเมือง การปกครอง



