ข่าว

จนมุม!รวบคู่หูขี้ยาลอบตัดสายเคเบิ้ล

จนมุม!รวบคู่หูขี้ยาลอบตัดสายเคเบิ้ล

23 มี.ค. 2556

จนมุม! ตร.ตามรวบตัวคู่หูขี้ยาตั้งแก๊งตระเวนตัดสายเคเบิ้ลโทรศัพท์ สารภาพหาเงินซื้อยาบ้าเสพ

 

                        23 มี.ค.56 ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจาก พ.ต.ท.สมพงษ์ เสนางาม สวป.สภ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี ว่าเมื่อเวลาประมาณ 01.00 น. ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บ้านโป่ง โดยการสั่งการของ พ.ต.อ.อิทธิพล ชลายนเดชะ ผกก. ,พ.ต.ท.ศิริชัย ไชยดี รอง ผกก.ป.ฯ พ.ต.ท.สมพงษ์ เสนางาม สวป.ฯ พ.ต.ท.เชิดชัย ป้อชำนิ สวป.ฯ พ.ต.ท.กฤษกร อริยานนท์ สวป.ฯ ร.ต.ต.สมศักดิ์ ธนศักดา รอง สวป.ฯ ด.ต.สมชาย รูปสม พร้อม อาสาสมัครตำรวจชุมชนตำบลท่าผา ได้ร่วมกันทำการจับกุม นายแสวง สุเรรัมย์ อายุ 40 ปี อยู่บ้านเลขที่ 92/1 ม.3 ต.โคกสะอาด อ.ลำปลายมาศ จ.บุรีรัมย์ กับ นายชาตรี ยิ้มสีมา อายุ 27 ปี อยู่บ้านเลขที่ 46 ม.4 ต.กรับใหญ่ อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี ในข้อหา เสพยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 (ยาบ้า) โดยผิดกฎหมาย

                        สืบเนื่องจากก่อนการจับกุมช่วงต้นปี 2556 ที่ผ่านมาได้มีเหตุคนร้ายไม่ทราบจำนวน ก่อเหตุลักตัดสายเคเบิ้ลโทรศัพท์ในพื้นที่ ตำบลท่าผา อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี และพื้นที่ใกล้เคียงรวมทั้งพื้นที่จังหวัดนครปฐมด้านเขตติดต่อกับ อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี สร้างความเสียหายเดือดร้อนให้กับประชาชน ระบบการสื่อสาร และระบบธนาคารและ เอทีเอ็ม. เป็นอย่างมาก เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ระดมกำลังออกตรวจในพื้นที่และจุดเสี่ยงที่คาดว่าคนร้ายจะเข้าก่อเหตุ

                        ต่อมาวันที่ 22 มีนาคมที่ผ่านมา เวลาประมาณ 19.30 น.  เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้ออกตรวจมาถึงบริเวณถนนยางหัก - ห้วยกระบอก หมู่ที่ 14 ตำบลท่าผา อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี พบนายแสวง สุเรรัมย์ และนายชาตรี ยิ้มสีมา (ทราบชื่อภายหลัง) ยืนอยู่ในลักษณะท่าทางมีพิรุธ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ขอทำการตรวจค้น ไม่พบสิ่งของผิดกฎหมาย แต่นายแสวง ฯ และนายชาตรี ได้พูดจาวกวน มีพิรุธคล้ายคนเสพยาเสพติด หลังสอบถาม นายแสวง ฯ และนายชาตรี ยอมรับว่าได้เสพยาบ้าจริง เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้เชิญตัวมายัง สภ.บ้านโป่ง เพื่อตรวจหาสารเสพติดในร่างกาย (ปัสสาวะ) เบื้องต้นพบสารเสพติดจึงนำตัวอย่างปัสสาวะของทั้งคู่ ส่ง รพ.บ้านโป่งตรวจ ผลตรวจออกมายืนยันพบสารเสพติด (เมทแอมเฟตามีน) ในร่างกายของคนทั้งสองจึงทำการจับกุมตัว

                        จากการสอบสวนนายแสวง และนายชาตรีให้การว่า ตั้งแต่ช่วงต้นปี 2556 ที่ผ่านมา ตนทั้งสองได้ร่วมกันตระเวนลักตัดสายเคเบิ้ลโทรศัพท์ในพื้นที่ตำบลท่าผา และใกล้เคียงรวมทั้งในเขตจังหวัดนครปฐมเขตติดต่อกับ อ.บ้านโป่งรวมประมาณ 30 ครั้ง โดยทุกครั้งจะก่อเหตุช่วงเวลากลางคืนช่วงดึกหลังเที่ยงคืน โดยได้สายเคเบิ้ลที่ตัดลงมาจะฉีกแยกเอาเฉพาะเส้นที่ฉนวนด้านในเป็นลวดทองแดง จากนั้นจะนำไปเผาเอาเฉพาะลวดทองแดงซึ่งจะได้ครั้งละ 8-9 กก.นำไปขายร้านรับซื้อของเก่าใยพื้นที่ได้ กก.ละ 190 บาท จากนั้นจะนำไปซื้อยาบ้ามาเสพครั้งละ 5-6 เม็ดเงินที่เหลือจึงนำมาแบ่งกัน โดยสายเคเบิ้ลที่เป็นส่วนที่สายในไม่ใช่ลวดทองแดง ราคาถูกจึงทิ้งไว้ตามบ่อทรายร้าง ป่าละเมาะ และที่ต่างๆ ซึ่งหลังเปิดปากสารภาพ นายแสวง และนายชาตรี ได้นำพาเจ้าหน้าที่ตำรวจไปเอาตามที่พาเจ้าหน้าที่ไปเอาสายเคเบิ้ลส่วนที่ทิ้งไว้ตามบ่อทรายร้าง ป่าละเมาะ และที่ต่างๆ เก็บคืนมาดังกล่าวได้ส่วนหนึ่ง และรถจักยานยนต์ที่เป็นของน้องสาวนายแสวง คันที่ใช้เป็นยานพาหนะขับไปลักตัดสายเคเบิ้ล และนายแสวงยังรับอีกว่า นอกจากตนทั้งสองที่ร่วมกันลักตัดสายเคเบิ้ลแล้ว ในจำนวน 2-3 ใน 30 ครั้งนั้นยังมีหลายชายตนลูกของน้องสาวอายุ 16 ปี ร่วมก่อเหตุด้วยโดยตนเป็นคนชวนให้ไปช่วยขนสายเคเบิ้ล

                        พ.ต.ท.สมพงษ์ เสนางาม สวป.สภ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี กล่าวว่า ในเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อกล่าวหานายแสวง และนายชาตรีว่า เสพยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 (ยาบ้า) โดยผิดกฎหมาย ส่งให้พนักงานสอบสวน เพื่อให้พนักงานสอบสวนอายัดตัวแจ้งข้อกล่าวหาร่วมกันลักทรัพย์(สายเคเบิ้ลโทรศัพท์)ที่ใช้หรือมีไว้ใช้เพื่อสาธารณะประโยชน์ ในเวลากลางคืนโดยใช้ยานพาหนะฯ และประสานส่วนเกี่ยวข้องของการสื่อสารทั้งในจังหวัดราชบุรี และนครปฐมที่เป็นผู้เสียหายมาดูของกลาง และค้นหาของกลางที่ยังถูกซุกซ่อนอยู่ เพื่อขออายัดตัดคนทั้งสองต่อไป