
สภาฯนัดถก'กู้2ล้านล้าน'28-29มี.ค.
สภาฯ นัดแล้ว ถก ร่าง พ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้านบาท 28 - 29 มี.ค.นี้
22 มี.ค. 56 นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาฯ คนที่ 1 เปิดเผยว่านายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้นัดให้มีการประชุมสภาผู้แทนนัดพิเศษ ในวันที่ 28 มี.ค. เพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของประเทศ พ.ศ..... (พ.ร.บ.กู้เงินฯ) จำนวน 2 ล้านล้านบาท ตามที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) เสนอทั้งนี้ได้งดการประชุมสภาฯ ตามเรื่องที่เคยอยู่ในระเบียบวาระปกติ อาทิ กระทู้ถามสด กระทู้ถามทั่วไป เป็นต้น
"เบื้องต้นที่วิปรัฐบาลหารือกันคาดว่าจะใช้เวลาพิจารณา ร่าง พ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้านบาท จำนวน 2 วัน คือ วันที่ 28 และ 29 มี.ค. สำหรับระยะเวลาอภิปรายกำหนดให้ฝ่ายรัฐบาล และฝ่ายค้านอภิปรายฝ่ายละ 12 ชั่วโมงครึ่ง เริ่มตั้งแต่เวลา 09.30 - 22.00 น. และจะถ่ายทอดสดการประชุมผ่านสถานีโทรทัศน์ช่อง 11"
เปิดสาระสำคัญของร่าง พ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้านบาท
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับหลักการและเหตุผลของร่างพ.ร.บ.กู้เงินฯ 2 ล้านล้านบาท ที่ ครม. นำเสนอต่อสภาฯ ระบุเพื่อให้มีกฎหมายว่าด้วยการให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อการพัฒนาโครงการพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของประเทศ มีมูลค่ารวมกันไม่เกิน 2 ล้านล้านบาท เพราะประเทศไทยมีความจำเป็นที่ต้องพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับการขยายตัวของเมือง, การเพิ่มขึ้นของประชากร และรองรับการขยายตัวทางเศรษฐกิจการค้าและการลงทุนทั้งในประเทศและระหว่างประเทศ โดยเฉพาะภูมิภาคอาเซียนในการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน ดังนั้นรัฐบาลจึงกำหนดให้มียุทธศาสตร์การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของประเทศที่ตอบสนองเป้าหมายการพัฒนาประเทศ แต่การพัฒนาโครงการพื้นฐานด้านคมนาคมเพื่อตอบสนองการขยายตัวดังกล่าว โดยจำเป็นต้องใช้จ่ายเงินจำนวนมากและมีแหล่งเงินแน่นอนที่จะนำมาใช้จ่ายอย่างต่อเนื่อง จึงมีการวางแผนการเงินระยะยาวที่สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ของประเทศ ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างความมั่นใจของภาคเอกชน รัฐบาลจึงมีความจำเป็นที่ต้องมีการกู้เงินเพิ่มเติมเป็นการเฉพาะ นอกเหนือจากการกู้เงินที่กำหนดไว้ในกฎหมายว่าด้วยการบริหารหนี้สาธารณะ เพื่อเป็นแหล่งเงินที่จะนำมาใช้จ่ายในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน
สำหรับสาระสำคัญ ของร่าง พ.ร.บ.กู้เงิน 2ล้านล้านบาท ที่ระบุไว้ทั้งหมด 19 มาตรา มีโดยสรุปสาระสำคัญได้ดังนี้ หมวด 1 การกู้เงินและการบริหารจัดการกู้เงิน ได้กำหนดให้กระทรวงการคลัง โดยการอนุมัติของ ครม. สามารถกู้เงินบาท หรือเงินตราต่าประเทศมูลค่ารวมกันไม่เกิน 2 ล้านล้านบาท เพื่อนำมาพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมขนส่งตามยุทธศาสตร์และแผนงานลุภายในวงเงินที่กำหนดไว้ในบัญชีแนบท้าย พ.ร.บ. ภายในวันที่ 31 ธ.ค. 2563 และกระทรวงการคลังโดยการอนุมัติของครม. อาจนำเงินที่ได้จากการกู้เงินไปให้กู้ต่อแก่หน่วยงานของรัฐ ทั้งนี้ให้กระทรวงการคลังสามารถปรับโครงสร้างหนี้เงินกู้ได้โดยที่ ครม.อนุมัติ รวมถึงสามารถบริหารและจัดการเงินกู้ได้ตามระเบียบที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังกำหนด
หมวด 2 การเสนอและการบริหารจัดการโครงการ ระบุว่า ให้หน่วยงานเจ้าของโครงการที่จะดำเนินการภายใต้แต่ละยุทธศาสตร์และแผนงานตามบัญชีแนบท้าย พ.ร.บ. เสนอสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ สำนักงบประมาณ และกระทรวงการคลังพิจารณากลั่นกรองและเสนอความเห็นประกอบการพิจารณาของ ครม. เกี่ยวข้องกับความพร้อมกรอบวงเงินดำเนินการ และแผนการดำเนินงาน ก่อนเสนอให้ครม.อนุมัติและการจัดสรรเงินกู้ และให้กระทรวงเจ้าสังกัดของหน่วยงานเจ้าของโครงการจัดให้มีระบบการติดตามและประเมินผลโครงการและแผนงาน และรายงานต่อกระทรวงการคลัง โดย ครม.จะต้องรายงานการกู้เงิน ผลการดำเนินงาน และการประเมินผลการดำเนินการตามแผนงานในปีงบประมาณที่ผ่านมาให้สภาฯ และวุฒิสภาทราบภายใน 120วันนับแต่วันสิ้นงบประมาณ
สำหรับบัญชีท้าย พ.ร.บ.กู้เงินฯ ต้องเป็นไปตาม 3 ยุทธศาสตร์หลัก ได้แก่ 1. ยุทธศาตร์ปรับเปลี่ยนรูปแบบการขนส่งสินค้านทางถนนสู่การขนส่งที่มีต้นทุนต่ำกว่า วงเงินดำเนินการ 354,560.73 ล้านบาท ประกอบด้วย 3 แผนงาน ได้แก่ 1.แผนงานพัฒนาและปรับปรุงโครงข่ายทางรถไฟที่มีอยู่ในปัจจุบันให้เป็นโครงข่ายการขนส่งหลักของประเทศ โดยพัฒนาทางคู่ในเส้นทางต่างๆ ได้แก่ ลพบุรี-แพร่ (เด่นชัย), สระบุรี (มาบกะเบา) - นครราชสีมา (ชุมทางถนนจิระ) - หนองคาย, นครราชสีมา (ชุมทางถนนจิระ) - อุบลราชธานี, นครปฐม-หัวหิน-สุราษฎร์ธานี-ส่งขลา (ปาดังเบซาร์) และทางคู่ในเส้นทางอื่นๆ ที่เชื่อมโยงกับโครงข่ายการขนส่งหลัก รวมถึงการปรับปรุงระบบเครื่องมือ อุปกรณ์ และโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็นเพื่อประสิทธิภาพและความปลอดภัยของการเดินรถไฟ, 2.แผนงานพัฒนาโครสร้างพื้นฐานเพื่อสนับสนุนการขนส่งสินค้านทางลำน้ำและชายฝั่ง โดยพัฒนาท่าเรือน้ำลึกและท่าเรือชายฝั่งทะเลอ่าวไทย, ทะเลอันดามัน และ 3.แผนงานพัฒนาสิ่งอำนวยความสะดวกด้านการขนส่งต่อเรื่องหลายรูปแบบเพื่อเชื่อมโยงฐานการผลิตและฐานการส่งออกที่สำคัญของประเทศ โดยเป็นการพัฒนาสถานีขนส่งสินค้าด้วยรถบรรทุกที่จะเชื่อมโยงกับเส้นทางรถไฟ, ท่าเรือ
2. ยุทธศาสตร์พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและสิ่งอำนวยความสะดวกในกรเดินทางและขนส่งไปสู่ศูนย์กลางของภูมิภาคทั่วประเทศและเชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้าน วงเงินงบประมาณ 1,042,376.74 ล้านบาท แบ่งเป็น 2 แผนงาน คือ 1.แผนงานพัฒนาประตูการค้าหลักและประตูการค้าชายแดน โดยการปรับปรุงด่านพรมแดน การก่อสร้างศูนย์เปลี่ยนถ่ายสินค้า รวมถึงเพิ่มประสิทธิภาพระบบถนนในโครงข่ายเดินทาง เพื่อรองรับเข้าสู่ประชาคมอาเซียน และ 2.แผนงานพัฒนาโครงข่ายเชื่อมต่อภูมิภาค คือ พัฒนารถบบรถไฟความเร็วสูง และพัฒนาโครงข่ายทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองเชื่อมโยงพื้นที่เศรษฐกิจที่สำคัญ
และ 3. ยุทธศาสตร์พัฒนาและปรับปรุงระบบขนส่งเพื่อยกระดับความคล่องตัว วงเงินดำเนินการ 593,801.52 ล้านบาท ประกอบด้วย 2 แผนงาน คือ 1.แผนพัฒนาระบบขนส่งในเขตเมือง เช่น รถไฟฟ้า และ 2.แผนพัฒนาระบบขนส่งเชื่อมโยงพื้นที่เศรษฐกิจหลักภายในประเทศ เช่น พัฒนาและบูรณะโครงข่ายถนน
ทั้งนี้ยังมีแผนงานส่งเสริมหรือสนับสนุนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของประเทศตามยุทธศาสตร์ทั้ง 3 ข้อ ภายใต้วงเงิน 9,261.01 ล้านบาท เพื่อเตรียมความพร้อมในการบริหารโครงการ, บริหารความเสี่ยงด้านการเงินอันเนื่องมาจากปัจจัยทางเศรษฐกิจและสังคม รวมถึงรองรับการดำเนินการฉุกเฉินหรือจำเป็นรีบด่วน



