
'มาร์ค'ค้านแก้รธน.ลดอำนาจปชช.
'มาร์ค'ค้าน'แก้รธน.'ลดอำนาจประชาชน ด้าน'นิรันดร์'ชี้เหตุถอนชื่อแก้รธน. เพราะผู้ล่าชื่อไม่ยอมเปิดรายละเอียดเนื้อหาตัวเสนอแก้ไข
22 มี.ค.56 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ในรายการฟ้าวันใหม่ ทาง Blue Sky Channel เกี่ยวกับสัญญาณการแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า เป็นการรุกคืบมาเป็นลำดับ และมีปรากฎการณ์ที่น่าสนใจ คือ มีสมาชิกวุฒิสภาส่วนหนึ่งถอนชื่อ ซึ่งการถอนชื่อไม่มีผลถ้าในแง่ของจำนวน เพราะว่าจำนวนที่ต้องการกับจำนวนที่ลงชื่อไปแล้ว แต่ที่น่าสนใจคือ ประเด็นที่สมาชิกวุฒิสภาถอนชื่อได้ให้เหตุผลว่า ไม่ทราบว่า จะมีการแก้มาตรา 68 ซึ่งน่าสนใจ แสดงให้เห็นถึงความไม่ชอบมาพากลบางอย่างว่า ทำไมจึงไม่มีการไปอธิบายว่าจะมีการแก้มาตรา 68 เพราะมาตรา 68 ที่ดูอาจเหมือนกับเป็นเพียงเรื่องการที่จะลดช่องทางของประชาชนที่จะไปฟ้องศาลรัฐธรรมนูญ แต่เมื่อมาดูกรอบของที่มาที่ไปของเหตุการณ์ต่าง ๆ ว่า การใช้มาตรานี้ก็คือเป็นการหยุดยั้ง หรือระงับกระบวนการของการรื้อทั้งฉบับมาก่อนหน้านี้ก็ทำให้เรามาวิเคราะห์กันว่า ถ้ามันผ่านตามที่แก้ไขครั้งนี้ความพยายามที่จะหยิบเอา 291 ขึ้นมาใหม่ แล้วก็ป้องกันไม่ให้เกิดการใช้สิทธิ์ตาม มาตรา 68 ของประชาชนที่ร้องตรงต่อศาล ก็เป็นเรื่องน่าคิด อาจนำไปสู่การยกมือโหวตผ่านวาระ 3 มาตรา 291 หรือนำไปสู่การร่างรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับก็ได้ ทั้งหมดดูเหมือนกลายเป็นองคาพยพที่เหมือนเป็นแผนยึดกุมสภาพประเทศหรือไม่
นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า การที่สื่อไปพาดหัวข่าวว่า ตนขวางการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ตนไม่ได้หวั่นไหว ซึ่งการเสนอแก้ไขมาตราต่าง ๆ นั้น อย่างมาตรา 68 ตนก็บอกว่า ค้านการตัดสิทธิ์ประชาชน มาตรา 190 กำลังตัดสิทธิ์การตรวจสอบการไปทำสัญญาต่างๆ ในทางเศรษฐกิจอาจจะส่งผลผูกพัน หรือแม้แต่มาตรา 237 ยุบพรรค ซึ่งตนเห็นด้วยกับการไม่ยุบพรรค แต่ไม่เห็นด้วยที่บอกว่า จะลงโทษเฉพาะตัวบุคคล กรรมการบริหาร ทั้ง ๆ ที่ในความเป็นจริงแล้ว การกระทำของคนนั้นอาจจะเป็นการได้รับมอบหมายกลาย ๆ โดยตัวพรรค แล้วก็กรรมการบริหารคนอื่นอยู่ในฐานะที่จะระงับยับยั้งได้
“ผมก็ไม่เห็นด้วยกับการที่แก้รัฐธรรมนูญเพื่อลดอำนาจประชาชน ผมเห็นว่าประชาชนต้องมีอำนาจมากขึ้น รัฐต้องมีอำนาจลดลง “นายอภิสิทธิ์ กล่าว
"นิรันดร์ ส.ว.สรรหา"ชี้เหตุถอนชื่อแก้ไขรธน. เพราะผู้ล่าชื่อไม่ยอมเปิดรายละเอียดเนื้อหาตัวเสนอแก้ไข
นายนิรันดร์ ประดิษฐกุล สว.สรรหา กล่าวในรายการเจาะลึกทั่วไทยอินไซด์ไทยแลนด์ ถึงกรณีการถอนรายชื่อจากการร่วมสนับสนุนเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า สาเหตุที่ตนได้ยื่นขอถอนชื่อจากการเข้าชื่อเสนอขอแก้ไขรัฐธรรมนูญ เนื่องจากที่ผ่านมาตนได้เคยยื่นขอรายละเอียดของตัวร่างในการยื่นแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่ก็ไม่ได้รับข้อมูลดังกล่าว ข้อมูลรายละเอียดที่ได้รับก็มีเพียงการเสนอแก้ไขใน มาตรา 117 , 190 , 237 นอกจากนั้นก็ไม่มีข้อมูลอะไรให้กลับมาเลย เพราะตนเห็นว่าในเมื่อร่วมเข้าชื่อด้วยก็ควรจะมีข้อมูลรายละเอียดต่างๆมาให้พิจารณาศึกษาดูด้วย
" ที่ผ่านมาเคยมีเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ หลายคนเคยออกมาเตือนว่า การเข้าร่วมลงชื่อแก้ไขควรจะต้องระวัง เพราะอาจจะมีการไปรวมการเสนอแก้ไขทั้งร่างสามฉบับ และที่ผ่านมาก็ไม่เคยมีการพูดถึงมาตรา 68 เลย ส่วนใหญ่จะพูดถึงการเสนอแก้มาตรา 117 , 190 และ 237 เท่านั้น รวมทั้งยังไม่มีการให้ลงลายชื่อในมาตรา 68 อีกด้วย หลังจากนั้นจะมีการดำเนินการอย่างไรในส่วน สส.ผมไม่ทราบ" นายนิรันดร์ กล่าว
นายนิรันดร์ กล่าวต่อว่า สำหรับการเสนอให้มีการแก้ไข มาตรา 68 ในกรณีการยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญนั้น ที่มีการระบุว่า จะต้องให้อัยการสูงสุดในการตรวจสอบข้อมูลและข้อเท็จจริงก่อน และหากอัยการสูงสุดเห็นว่า การกระทำดังกล่าวขัดต่อรัฐธรรมนูญ จึงให้อัยการสูงสุดเป็นผู้ยื่นคำร้องไปต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อวินิจฉัย ซึ่งตรงนี้หมายความหากใครจะยื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญนั้นจะต้องให้อัยการสูงสุดเป็นผู้ยื่นศาลรัฐธรรมนูญได้เพียงฝ่ายเดียว ซึ่งส่วนแล้วเห็นว่าข้อเดิมใน มาตรา 68 ที่ให้ผู้ยื่นคำร้องสามารถยื่นได้ทั้งสองช่องทาง คือ ยื่นผ่านอัยการสูงสุด หรือยื่นโดยตรงผ่านศาลรัฐธรรมนูญ ถือว่าเป็นวิธีที่ถูกต้องแล้วและดีอยู่แล้ว ดังนั้นจึงไม่จำเป็นที่จะต้องมีการแก้เสนอแก้ไขในประเด็นนี้
"การเปิดช่องทางในการยื่นต่อคำร้องศาลรัฐธรรมนูญในมาตรา 68 เดิมนั้น มีความเหมาะสม เพราะหากมีการแก้ไขให้อัยการสูงสุดเป็นผู้ยื่นได้เพียงหน่วยงานเดียว ก็จะเท่ากับเราให้อำนาจกับหน่วยงานเดียวเป็นผู้พิจารณา ซึ่งหากเรายื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญได้โดยตรง และให้องค์คณะของศาลรัฐธรรมนูญทั้ง 9 คน เป็นการพิจารณาวินิจฉัยว่าจะรับคำร้องหรือไม่ ก็น่าจะดีกว่าเพราะกรณีนี้หากเป็นอัยการมีอำนาจเป็นหน่วยงานเดียว เมื่อมีคำร้องหากอัยการดึงเรื่องไม่ยอมพิจารณา ผู้ยื่นคำร้องก็สามารถยังใช้ช่องทางยื่นตรงต่อศาลรัฐธรรมนูญได้อีกช่องทางหนึ่ง ดังนั้นในเมื่อเนื้อหาในมาตรา 68 ยังไม่มีข้อบกพร่อง หรือเป็นปัญหาอะไร อีกทั้งเนื้อหาเดิมก็ยังเป็นคุณต่อประชาชนแล้วเราจะไปแก้ไขมันทำไม " นายนิรันดร์ กล่าว
เมื่อถามว่า ในการยื่นเสนอขอแก้ไขรัฐธรรมนูญในครั้งนี้ ได้มีการยื่นเสนอขอแก้ไขในกรณี สว. ที่เสนอให้ยกเลิก สว.เลือกตั้ง และให้เหลือแต่ สว.เลือกตั้งเพียงอย่างเดียวนั้น มีความเห็นคิดเห็นอย่างไรบ้าง นายนิรันดร์ กล่าวว่า การเสนอแก้ไขใน มาตรา 117 ดังกล่าวนั้น ก็เป็นอีกประเด็นหนึ่งที่ยังไม่มีการอธิบายว่าจะต้องมีการเสนอแก้ไขในมาตราที่เกี่ยวเนื่องกันด้วยหรือไม่ เพราะในขณะนี้มีแต่พูดเสนอแก้ไขใน มาตรา 117 เท่านั้น ส่วนมาตราอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องก็ไม่ยอมพูดถึงว่าจะทำอย่างไร อย่างไรก็ตามส่วนตัวแล้วยังเห็นถึงความจำเป็นที่ยังอยากให้มีการเลือก สว.ที่มาจากการสรรหาอยู่ เพราะส่วนหนึ่งจะมาช่วยดูแลและค้านอำนาจถ่วงดุลกัน ดังนั้นหากจะมีการเปลี่ยนแปลงแก้ไขก็อยากจะให้มาแก้ไขในกรณีการสรรหาบุคคลที่จะเข้ามาจะดีกว่า



