
รายงาน ...แลกหมัด !
วันที่ 3 มิถุนายนนี้ กระทรวงคมนาคม จะเสนอเรื่องเช่ารถเมล์ ให้ ครม.พิจารณาอนุมัติแน่นอน หากวาระดังกล่าวไม่บรรจุเข้าเป็นวาระพิจารณา ถือว่า ครม.เบี้ยวกัน ที่ผ่านมา ครม.ให้ไปจัดทำรายละเอียดภายใน 15 วัน จะครบกำหนดในการประชุมนัดนี้พอดี ส่วนจะอนุมัติหรือไม่ ขึ
นี่คือการยื่นคำขาดของ โสภณ ซารัมย์ รมว.คมนาคม และรองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย
ในฐานะลูกหาบของ เนวิน ชิดชอบ จากกลุ่มเพื่อนเนวิน ที่พยายามผลักดันโครงการเช่ารถเมล์เอ็นจีวี 4,000 คัน วงเงินกว่า 6.9 หมื่นล้านบาทเข้าสู่การพิจารณาของ ครม.
โดยไม่ฟังกระแสคัดค้านจากสังคม หรือแม้กระทั้งพรรคร่วมรัฐบาลอย่างพรรคประชาธิปัตย์ และพรรคชาติไทยพัฒนา !!!
ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้ 40 ส.ว.ก็ออกมาแฉความไม่โปร่งใสว่าเป็นโปรเจกท์ "อภิมหาโกง" ที่เปิดช่องให้นักการเมืองเข้ามาแสวงหาผลประโยชน์ ถึงขนาดยื่นคำขาดหาก ครม.อนุมัติก็จะเปิดทางให้ประชาชนล่ารายชื่อยื่นถอดถอนทั้ง ครม.
ที่หนักไปกว่านั้นก็คือการออกมาขู่กันซึ่งๆ หน้าว่าจะยกมือ "ขวาง" พ.ร.ก.เงินกู้ 4 แสนล้านบาท ที่รัฐบาลเตรียมเข็นเข้าสู่ที่ประชุมสภาสมัยวิสามัญกลางเดือนนี้ด้วย !
ขณะที่สมาคมพัฒนารถร่วมเอกชน ยังออกมาเปิดโปงพบพิรุธ ในการตั้งค่าเช่ารถ-ค่าซ่อม สูงเกินจริงถึง 50%
แถมยังมีการซ่อนตัวเลขโครงการ เปิดช่องให้มีการ "ล็อกสเปก" หวั่นทำรัฐสูญรายได้ตลอดอายุสัญญา 10 ปี เป็นเงินกว่า 4.4 หมื่นล้านบาท
แต่ทั้งหมดนี้ "ภูมิใจไทย" ก็ไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหม เล่นเกมดันสุดฤทธิ์ พร้อมทั้งเปิดศึกรบกับประชาธิปัตย์อย่างเต็มรูปแบบ
เริ่มตั้งแต่การส่ง ศักดิ์สยาม ชิดชอบ ประธานที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย น้องชาย "เนวิน" ออกมาเล่นเกมหักหน้าประชาธิปัตย์
ด้วยการตั้งข้อสังเกตความไม่ชอบมาพากล โครงการจัดสรรที่ดินสาธารณะให้เกษตรกรเช่าไร่ละ 10 บาท ที่เป็นงานในกำกับดูแลของ ถาวร เสนเนียม มท.3 จากพรรคประชาธิปัตย์
ทั้งยังดิสเครดิตหวั่นซ้ำรอยโครงการอัปยศ "ส.ป.ก.4-01" เพื่อจี้ใจดำความผิดพลาดของค่ายสะตอ
นัยเพื่อต้องการต่อรองแลกผลประโยชน์ทางการเมือง !!!
เพราะพลพรรคภูมิใจไทยต่างออกมาประสานเสียง หากประชาธิปัตย์ต้องการผลักดันโครงการ ต้องได้รับความเห็นชอบจาก ชวรัตน์ ชาญวีรกูล ในฐานะ มท.1 กับ บุญจง วงศ์ไตรรัตน์ มท.2 ก่อน
งานนี้จึงถือว่าต่างคนต่างกำไพ่เด็ดอยู่ในมือ เพราะภูมิใจไทยรู้ดีว่าคนที่กำข้อมูลเด็ดโครงการฉาวเช่ารถเมล์ นั่นก็คือ ถาวร เสนเนียม มท.3 นั่นเอง
แต่เกมนี้ดูเหมือนว่าประชาธิปัตย์ยังไม่กล้าตัดสินใจ เพราะกลัวเสียยี่ห้อค่ายสะตอที่ประกาศต่อต้านการทุจริตคอรัปชั่นมาโดยตลอดในช่วงที่เป็นพรรคฝ่ายค้าน แถมยังออกกฎเหล็ก 9 ข้อให้ ครม.ได้ปฏิบัติตามหลังเข้ามาบริหารประเทศ
ดังนั้น จึงต้องรอพิสูจน์ความเป็นผู้นำและความกล้าหาญของ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ว่าจะตัดสินใจอย่างไร ???
จะยอมให้เกมการเมืองบีบประชาธิปัตย์เพื่อรักษาเสถียรภาพทางการเมือง โดยไม่ฟังเสียงของประชาชน ???
หรือจะสู้อย่างไม่เกรงกลัวต่อแรงขู่และกดดันของพรรคภูมิใจไทย ที่อยู่ในอาการฟิวส์ขาดหลังจากเจอแรงต้านรอบด้าน
เพราะดูเหมือนว่า "ภูมิใจไทย" จะรู้ทันเกมของประชาธิปัตย์ ที่ต้องการใช้กระแสสังคมเป็นตัวบีบให้ถอนชะลอโครงการออกไปก่อนจนกว่าจะได้ข้อสรุปเรื่องความไม่โปร่งใส
แต่สถานการณ์การเมืองยามนี้มิอาจที่ภูมิใจไทยจะอดทนรอได้อีกต่อไป
อะไรก็เกิดขึ้นได้ เพราะกลิ่นอายของการยุบสภาเข้าสู่โหมดของการเลือกตั้งโชยมาแต่ไกล
เกมนี้ "ภูมิใจไทย" ถือไพ่เหนือกว่าประชาธิปัตย์ เพราะเป็นตัวแปรสำคัญต่อความเป็นความตายของรัฐบาล จึงได้งัดเกมออกมาบดขยี้ประชาธิปัตย์แบบไม่ยั้ง
ด้วยการออกมาแฉกลับประชาธิปัตย์ในโครงการรถโดยสารบีอาร์ทีของ กทม.เฟสแรก สายช่องนนทรี-ราชพฤกษ์ ที่ซื้อแพงเกินความเป็นจริงคันละกว่า 7 ล้านบาท รวม 45 คัน มูลค่ากว่า 387 ล้านบาท ในช่วงที่ อภิรักษ์ โกษะโยธิน เป็นผู้ว่าฯ กทม.ซึ่งได้มีการเซ็นสัญญาเรียบร้อยแล้ว รอเพียงการส่งมอบ
โครงการนี้พรรคภูมิใจไทย มีข้อมูลเด็ดจากกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) หลังจาก คุณหญิงณัษฐนนท ทวีสิน อดีตปลัด กทม.เข้าร้องเรียนถึงความไม่ชอบมาพากล
นอกจากนี้ "ภูมิใจไทย" ยังได้ยินเสียงแว่วจาก กทม.ในยุคของ ม.ร.ว.สุขุมพันธ์ บริพัตร ผู้ว่าฯกทม.ก็เตรียมเข็นรถโดยสารบีอาร์ทีเฟสสอง สายหมอชิต-ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ เพื่อขอความเห็นชอบจากกระทรวงมหาดไทย และเสนอให้ ครม.ได้พิจารณาอนุมัติต่อไปในเร็วๆ นี้
นี่จึงเป็นเหตุผลสำคัญที่ภูมิใจไทยหยิบยกขึ้นมาดักคอพรรคประชาธิปัตย์ในโครงการซื้อใจคนกรุง เพื่อเทียบให้เห็นกันจะจะ
ทำนองว่า..."ข้าชั่ว...เอ็งก็เลว" ไม่แพ้กัน !!!
สุดท้ายจึงต้องรอวัดใจ ประชาธิปัตย์ว่าจะฝ่ากระแสอุ้มภูมิไทยใจไทย เพื่อแลกกับผลประโยชน์และความอยู่รอดของรัฐบาลหรือไม่ ???
บัญชา แข็งขัน



