ข่าว

'บรรจง'นำต้านแลนด์บริดจ์พ่วง2ล้านล้าน

'บรรจง'นำต้านแลนด์บริดจ์พ่วง2ล้านล้าน

22 มี.ค. 2556

'บรรจง'นำทัพปักธงต้าน แลนด์บริดจ์พ่วง2ล้านล้าน : รายงานโดยสุพิชฌาย์ รัตนะ/สมชาย สามารถ

             ทันทีที่รัฐบาล "ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร" ส่งสัญญาณเดินหน้าขับเคลื่อน โครงการท่าเรือน้ำลึกปากบารา อ.ละงู จ.สตูล โดยตั้งเป้าบูรณาการระบบโลจิสติกส์ในพื้นที่ภาคใต้ ถือเป็นประตูบานสำคัญในการนำเข้าและส่งออกสินค้าเชื่อมไปยังมาเลเซีย และสิงคโปร์

             ทว่ามุมมองของคนในท้องถิ่น กลับสะท้อนถึงความไม่วางใจต่อแผนการดำเนินงานของรัฐในหลายด้าน ที่สำคัญถึงนาทีนี้... ยังไม่มีคำยืนยันเรื่องผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และวิถีชีวิตของชาวบ้าน กระทั่งพวกเขาต้องผนึกกำลังยื่นหนังสือต่อรัฐบาล แสดงความคัดค้านโครงการก่อสร้างท่าเทียบเรือน้ำลึกปากบารา และเส้นทางรถไฟสงขลา-ปากบารา ในร่าง พ.ร.บ.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมขนส่งของประเทศ พ.ศ....

             บรรจง นะแส ผู้อำนวยการโครงการการจัดการทรัพยากรชายฝั่งทะเลภาคใต้ ระบุว่า ประเด็นสำคัญที่ทุกคนเป็นห่วงโครงการก่อสร้างท่าเทียบเรือน้ำลึกปากบารา เนื่องจากสตูลเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีรายได้จากการท่องเที่ยวมหาศาล หากมีโครงการขนาดใหญ่จะทำให้สิ่งแวดล้อมในพื้นที่และบริเวณใกล้เคียงได้รับผลกระทบทั้งหมด รวมทั้งสุขภาวะของชาวบ้าน เนื่องจากแผนพัฒนาจังหวัดของสภาพัฒน์ยืนยันชัดเจนว่า ทันทีที่ก่อสร้างท่าเรือจะเกิดอุตสาหกรรมหนักตามมาแน่นอน

             "ลำพังท่าเรือขนส่งไม่คุ้มค่ากับการลงทุน ยกเว้นว่าต้องมีอุตสาหกรรมหนักเข้ามาลงทุนด้วยเท่านั้น ถือเป็นปัจจัยสำคัญให้การลงทุนทั้งหมดก่อเกิดกำไร จึงเป็นปัจจัยสำคัญที่ชาวบ้านกลัวมากที่สุดเช่นกัน เพราะมีประสบการณ์กรณีผลกระทบจากชาวบ้านมาบตาพุด จ.ระยอง ที่ได้รับผลกระทบจากโครงการอีสเทิร์นซีบอร์ด" บรรจงกล่าว

             บรรจงอธิบายว่า ผลกระทบที่คาดว่าเกิดขึ้นแน่นอนคือ ความสูญเสียพื้นที่ทางทะเลของอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะเภตรากว่า 4,730 ไร่ อันเป็นแหล่งอนุบาลสัตว์น้ำ ที่ชาวบ้านใช้จับมาเป็นอาหาร และนำไปขายหาเลี้ยงชีพ ส่วนภูเขาต้องถูกระเบิดถึง 8 ลูก และทรายบริเวณชายฝั่งกว่า 20 ล้านคิว จะถูกขุดเพื่อนำไปถมทะเลสำหรับสร้างท่าเรือน้ำลึก ที่ดินถูกเวนคืนในราคาถูกเพื่อใช้ขยายถนนและสร้างรถไฟทางคู่ แถมพื้นที่ชายฝั่งยังถูกยึดไปทำคลังน้ำมันขนาดใหญ่ แม้แต่ภาษีของประชาชนก็ถูกดูดไปลงทุนในโครงการเหล่านี้ สุดท้ายผลประโยชน์กลับตกอยู่ที่กลุ่มนายทุน

             "ชาวบ้านกลัวมากที่สุดคือ ทันทีที่โครงการพัฒนาท่าเรือปากบารา จะเกิดอุตสาหกรรมหนักเพื่อรองรับปัญหานิคมอุตสาหกรรมที่มาบตาพุด และแหลมฉบัง จ.ชลบุรี ที่ไม่สามารถขยับขยายพื้นที่ได้อีก ทั้งเรื่องของคุณภาพสิ่งแวดล้อมและพื้นที่ ดังนั้นจึงอยากให้รัฐบาลทบทวนโครงการดังกล่าวจนกว่าจะมีการศึกษาให้ครบรอบด้านว่าเหมาะสมที่จะสร้างจริงหรือไม่ ทั้งนี้หากรัฐยังเดินหน้าภาคประชาชนเองก็ต้องเดินหน้าสู้ทุกรูปแบบเช่นกัน" บรรจงกล่าว

             ด้าน สมบูรณ์ คำแหง ผู้แทนเครือข่ายประชาชนติดตามแผนพัฒนาจังหวัดสตูล ย้ำว่า ในนามของเครือข่ายประชาชนติดตามแผนพัฒนาจังหวัดสตูล และเครือข่ายคนรักสงขลา-สตูล มีความเห็นว่า โครงการเงินกู้ของรัฐบาลจำนวน 2.2 ล้านล้านบาท เป็นเงินจำนวนมหาศาล ที่รัฐบาลจะต้องขบคิด พิจารณาอย่างรอบคอบ เพราะจะตกเป็นภาระของคนไทยทั้งประเทศในระยะยาว ส่วนกรณีที่มีการบรรจุงบประมาณในโครงการแลนด์บริดจ์สงขลา- สตูล ถือเป็นว่าไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง

             ส่วนสาระสำคัญของหนังสือที่ยื่นคัดค้าน คือ 1.หนี้สินสาธารณะเพิ่มสูงขึ้น ส่งผลให้คนไทยทั้งประเทศต้องแบกรับภาระในระยะยาว 50 ปี 2.โครงการก่อสร้างท่าเทียบเรือน้ำลึกปากบารา จ.สตูล ต้องศึกษาผลกระทบด้านสุขภาพ และศึกษาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม รวมทั้งต้องรับฟังความคิดเห็นประชาชนใหม่ ตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2550 และยังไม่ยุติว่าต้องก่อสร้างหรือไม่ 3.โครงการท่าเรือน้ำลึกสงขลา 2 (สวนกง) ยังอยู่ในระหว่างการศึกษาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม ซึ่งยังไม่มีผลสรุปการศึกษาที่ชัดเจนทั้งในเรื่องสิ่งแวดล้อม และผลกระทบด้านสุขภาพ รวมถึงจุดที่ตั้งที่เหมาะสม และยังไม่มีข้อยุติว่าควรสร้าง หรือไม่ควรสร้าง

             4.โครงการรถไฟทางคู่ ระหว่างสงขลา-สตูล ผลการศึกษายังไม่ได้รับการอนุมัติจากหน่วยงานด้านสิ่งแวดล้อม และยังเป็นโครงการที่ประชาชนทั้งสองจังหวัดตั้งข้อสงสัย และมีข้อสังเกตว่าจะทำลายทรัพยากรธรรมชาติสิ่งแวดล้อม และแหล่งทำกินของประชาชนทั้งสองจังหวัดเป็นอย่างมาก ยังไม่มีข้อยุติว่าควรสร้าง หรือไม่ควรสร้าง และ 5.ความไม่คุ้มทุนของโครงการแลนด์บริดจ์ สงขลา-สตูล ซึ่งมีเสียงทักท้วงจากนักธุรกิจเดินเรือเคยเสนอไว้ว่า การสร้างท่าเรือฝั่งอันดามันแทบไม่มีความจำเป็น เพราะเพิ่มภาระค่าใช้จ่ายในการขนส่งมากกว่าเดิม ไม่ใช่ลดค่าใช้จ่าย

             ทั้งนี้ ประเทศไทยเป็นตัวจักรสำคัญในการขับเคลื่อนให้แนวคิดดังกล่าวเกิดขึ้น ภายใต้วาทกรรม “อาเซียนไร้พรมแดน หรือ อาเซียนเป็นหนึ่งเดียว” จึงควรยกเลิกความคิดการพัฒนาแบบปัจเจก แต่ควรมองการพัฒนาแบบองค์รวมร่วมกันของอาเซียนทั้งหมด

             นอกจากนี้ยังเสนอให้รัฐบาลทบทวนแผนพัฒนาชายฝั่งทะเลภาคใต้ทั้งหมด โดยคำนึงถึงการพัฒนาพื้นที่ จ.สตูล บนฐานต้นทุนทางสังคม ทรัพยากรธรรมชาติ และศักยภาพของพื้นที่ โดยการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนภาคใต้อย่างแท้จริง ได้แก่ การพัฒนาการท่องเที่ยวยั่งยืน การเกษตรกรรมสมดุล และการประมงอย่างรับผิดชอบ

             เช่นเดียวกับ เอกชัย อิสระ แกนนำเครือข่ายพลเมืองสงขลา ยืนยันว่า โครงการที่กำลังจะเกิดขึ้นยังไม่ชัดเจนในรายละเอียดในเชิงพื้นฐาน และไม่มีข้อสรุปใดๆ ออกมา ที่สำคัญหากแยกย่อย แต่ละโครงการจะพบว่า ในกระบวนการศึกษานั้น ยังมีปัญหาอยู่ทุกขั้นตอน ขณะหลายโครงการการศึกษายังไม่แล้วเสร็จ

             "โครงการท่าเรือปากบารา และท่าเรือสงขลาเป็นเพียงหนึ่งในโครงการแลนด์บริดจ์สตูล-สงขลา ที่ผ่านมาแต่ละพื้นที่อยู่ระหว่างการศึกษาหาความเหมาะสม และผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม โดยการเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นของชาวบ้านในแต่ละพื้นที่ ซึ่งผลการดำเนินงานนั้นยังไม่มีข้อสรุปที่ชัดเจนว่าจะเหมาะสมหรือไม่ หากเหมาะสมต้องมีกระบวนการศึกษาด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของคนในพื้นที่นั้นๆ อีกครั้ง ทุกขั้นตอนที่กล่าวมายังไม่ได้คำตอบ แต่ปรากฏว่าอยู่ดีๆ รัฐบาลกลับสอดไส้โปรเจกท์นี้ไปกู้เงินในการเดินหน้าสร้างโดยไม่ฟังเสียประชาชน" เอกชัยระบุ

             นี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้น... ในการเรียกร้องให้รัฐทบทวนโครงการระดับ "บิ๊กโปรเจกท์" ให้รอบคอบที่สุด หากมุ่งหมายแค่ "เงิน-กลุ่มทุน" สุดท้ายอาจจะได้ไม่คุ้มเสีย


"ท่าเรือไม่ใช่ปัญหา-ปัญหาคือรายได้"

             ในฐานะฝ่ายปกครองในพื้นที่ เหนือชาย จิระอภิรักษ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล มองว่า แม้ว่าโครงการดังกล่าวผ่านการทำรายงานผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมเรียบร้อยแล้วทุกอย่าง แต่คิดว่ายังไม่ชัดเจน ในแผนระบุว่าแผนการพัฒนาท่าเรือฝั่งอันดามัน แต่ยังไม่ประกาศชัดว่าเป็นท่าเรือปากบารา ส่วนเรื่องของความเห็นในพื้นที่ อาจจะมีส่วนหนึ่งที่เราต้องทำความเข้าใจกันว่า อะไรคือ ผลประโยชน์ชาติ อะไรคือ ผลประโยชน์ภูมิภาค ผลประโยชน์ท้องถิ่น ผลประโยชน์จังหวัด และผลประโยชน์ของพี่น้องประชาชน

             "ท่าเรือไม่ใช่ตัวปัญหา ปัญหามันอยู่ที่ว่า เรื่องรายได้ของประชาชน ความเป็นอยู่ จะทำยังไงให้ประชาชนมีความเป็นอยู่ดีขึ้น โครงการนี้ก็ไม่มีปัญหา อะไรก็ตามที่ทำให้พี่น้องประชาชนมีความเป็นอยู่ทื่ดีขึ้น ก็ไม่น่าจะมีปัญหา" เหนือชายย้ำ

             ผู้ว่าฯ สตูล กล่าวอีกว่า สมมุติว่าท่าเรือมา ความเป็นอยู่ของชาวบ้านจะเป็นอย่างไร รายได้เป็นอย่างไร อาชีพเป็นอย่างไร มันคล้ายกับปัญหาเรื่องโพงพางที่เกิดขึ้นอยู่ในขณะนี้ เขามองว่าโพงพางคือปัญหา ชาวประมงพื้นบ้าน คือตัวปัญหา ที่ไปทำโพงพางซึ่งผิดกฎหมาย ขณะที่ฝ่ายประชาชนก็บอกว่าเจ้าหน้าที่ประมง คือ ตัวปัญหา เลยบอกว่าทั้งสองฝ่ายไม่ใช่ตัวปัญหา โพงพางก็ไม่ใช่ปัญหา ปัญหาที่แท้จริงคือ รายได้

................

(หมายเหตุ : 'บรรจง'นำทัพปักธงต้าน แลนด์บริดจ์พ่วง2ล้านล้าน : รายงานโดยสุพิชฌาย์ รัตนะ/สมชาย สามารถ)