
ศุกร์กับเซ็กส์ : 'ยาคุม'ลดประสิทธิภาพ
ศุกร์กับเซ็กส์ : ยาคุมกำเนิดจะลดประสิทธิภาพเมื่อ... : พญ. ชัญวลี ศรีสุโข [email protected]
ถาม มีเรื่องปรึกษาคุณหมอค่ะ หนูได้รับยาไดคล๊อกซ่าซิลลิน แก้อักเสบมา แล้วไม่ได้แจ้งหมอว่าทานยาคุมกำเนิดชนิดเม็ดอยู่ แต่เคยทราบว่าแก้อักเสบจะทำให้ยาคุมกำเนิดชนิดเม็ดได้ผลน้อยลง เลยจะคุมวิธีอื่นร่วมด้วย แต่ที่กังวลคือ หนูกินยาคุมแผงใหม่นี้มา 3 วันแล้ว โดยมีเพศสัมพันธ์ในวันแรกของการกินยาคุม พอมาหาหมอในวันที่ 4ของการจะกินยาคุม หมอจ่ายยาแก้อักเสบมา เลยไม่กล้ากินยาแก้อักเสบ กลัวมีผลทำให้คุมกำเนิดไม่ได้ผล หนูกลัวอสุจิยังอยู่ในตัวหนู ในวันที่ 4 ค่ะ ขอบคุณนะคะคุณหมอ
ตอบ คุณคิดลึกมากค่ะ คือเกรงว่าอสุจิยังคงค้างอยู่ในตัวในวันที่4 ของการมีเพศสัมพันธ์ แล้วยาคุมเกิดไม่ทำงานในวันที่4 ของการมีเพศสัมพันธ์จากการกินยาปฏิชีวนะ ทำให้พลาดตั้งครรภ์ได้ แต่ในความเป็นจริง โอกาสที่จะท้องเพราะอสุจิค้าง เป็นไปได้ยากค่ะ เนื่องจากหากกินยาคุมกำเนิดเม็ดแรกถูกวิธี จะสามารถคุมกำเนิดได้เลยตั้งแต่กินยาเม็ดแรก และสามารถคุมกำเนิดได้เมื่อมีเพศสัมพันธ์
ส่วนการกินยาปฏิชีวนะ (ไดคล๊อกซ่าซิลลินเป็นยาปฏิชีวนะมีหน้าที่ทำลายเชื้อโรคไม่ใช่ยาแก้อักเสบซึ่งมักหมายถึงยาแก้ไขข้อหรือกล้ามเนื้ออักเสบ เช่นบรูเฟน โวลทาเรน พอนสแตนฯลฯ) อาจจะทำให้การคุมกำเนิดพลาดในวันที่กินยา เพราะทำให้ยาคุมกำเนิดดูดซึมไม่ดี มีประสิทธิภาพลดลง แต่ไม่มีผลย้อนหลังค่ะ ดังนั้นหากเกรงการคุมกำเนิดด้วยยาคุมกำเนิดพลาด การสวมถุงยางอนามัยร่วมด้วยในขณะที่กินยาปฏิชีวนะ ก็เป็นวิธีป้องกันที่ดีค่ะ
โดยทั่วไป ยาเม็ดคุมกำเนิดสามารถคุมกำเนิดได้ถึงร้อยละ 99.9 แต่ที่พลาด อาจเพราะเกิดการลดประสิทธิภาพของยาคุมกำเนิดซึ่งเกิดเมื่อ
1.กินไม่ถูกวิธี หลายคนกินยาคุมกำเนิดเฉพาะเวลามีเพศสัมพันธ์ อยากเริ่มกินตอนไหนก็เริ่มเลย ซึ่งเป็นการกินไม่ถูกวิธี ที่ถูกวิธีคือ เม็ดแรกกินภายใน 5วันของประจำเดือน กินทุกวัน ตรงเวลาไม่ลืมกิน หากเป็นแผง 28 เม็ดหมดแผงกินต่อไปได้เลย หากเป็นแผง 21 เม็ด หมดแผงเว้น 7 วันจึงกินแผงต่อไป ควรกินกับน้ำเปล่าไม่ควรกินร่วมกับน้ำอัดลม น้ำส้มคั้น หรือนม
2.กินพร้อมยาที่ลดการดูดซึมยาคุมกำเนิด ส่วนใหญ่เป็นยาปฏิชีวนะเช่น เพนนิซิลลิน เตตร้าไซคลีนฯลฯ ยาเหล่านี้หากกินพร้อมยาคุมกำเนิด จะลดประสิทธิภาพของยาคุมกำเนิด
3.กินพร้อมยาที่ทำให้ประสิทธิภาพยาคุมกำเนิดลดลง โดยยาเหล่านี้จะไปกระตุ้นเอนไซมน์ในตับซึ่งจะมาทำลายยาคุมกำเนิด ได้แก่ยารักษาวัณโรค (ไรแฟมปีน) , ยากันชัก ( ฟีโนบาร์บ, ฟีไนโตอิน) , ยาต้านเชื้อรา (คีโตคอนาโซล, อิตราคอนาโซล, กรีซซีโอฟูวิน)
4.น้ำหนักตัวมากไป โดยทั่วไปยาคุมกำเนิดได้ผลดี ในคนน้ำหนักตัวมาตรฐาน หากอ้วนหรือดัชนีมวลกายมากกว่า 27 กิโลกรัม/ ตารางเมตร หรือน้ำหนักมากกว่า 70 กิโลกรัมในความสูงประมาณ 160 เซนติเมตร อาจคุมกำเนิดได้เพียงร้อยละ97
5.กินชนิดฮอร์โมนเดี่ยว ยาคุมฮอร์โมนเดี่ยวเป็นชนิดที่กินเมื่อให้นมลูก หรือเมื่อแพ้ฮอร์โมนเอสโทรเจน การคุมกำเนิดจะไม่มีประสิทธิภาพเท่ายาคุมกำเนิดที่มีฮอร์โมนสองตัวค่ะ



