
ฝากขังครั้งแรก!นศ.ม.รามตื้บรปภ.
ฝากขังครั้งแรก นศ.ปี 4 ม.ราม พาพวกรุมทำร้ายยามปางตาย ตร. ค้านประกันเหตุกลัวหนี
เมื่อเวลา 12.30 น. ร.ต.ท. จงจรัส ฉายเรืองโชติ พนักงานสอบสวน สน.หัวหมาก ควบคุมตัว นายปัญจพล เตือนภักดี อายุ 23 ปี นักศึกษาชั้นปีที่ 4 คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยรามคำแหง ผู้ต้องหาคดี ร่วมกันทำร้ายร่างกาย เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ( รปภ.) มายื่นคำร้องฝากขังครั้งแรกเป็นเวลา 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 21 มี.ค.-1 เม.ย.นี้ เนื่องจากต้องทำการสอบสวนพยานอีก 7 ปาก และรอผลการตรวจสอบประวัติการต้องโทษของผู้ต้องหาจากกองทะเบียนประวัติอาชญากร สำนักตำรวจแห่งชาติ เพื่อนำมาประกอบสำนวนการสอบสวน ทั้งนี้พนักงานสอบสวนได้คัดค้านการประกันตัวผู้ต้องหาด้วย เนื่องจากเกรงว่าจะหลบหนี
โดยคำร้อง ระบุพฤติการณ์สรุปว่า เมื่อวันที่ 17 มี.ค.56 เวลา 08.30 น. ผู้ต้องหาขับรถยนต์ เชฟโรเลต ครูซ สีขาว ทะเบียน ฎม 7373 กรุงเทพมหานคร มาจอดที่สามแยก มุมตึกคณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยรามคำแหง แล้ว นายทวิชาติ สร้อยมาศ อายุ 52 ปี รปภ. ของมหาวิทยาลัยรามคำแหง เดินเข้าไปชี้แจงกับผู้ต้องหาว่า ห้ามจอดในบริเวณดังกล่าว เนื่องจากเป็นจุดอันตราย แล้วได้ขยับแผงเหล็กป้องกันการเกิดอุบัติเหตุขวางตรงจุดจอดรถดังกล่าว เป็นเหตุให้ผู้ต้องหากับพวกที่โดยสารมาด้วยไม่พอใจ ผู้ต้องหาจึงด่าทอพร้อมเข้าไปชกต่อย นายทวิชาติ หลายครั้ง ก่อนจะหลบหนีขึ้นตึกคณะบริหารธุรกิจไป
ต่อมาวันเดียวกันเวลา 10.00 น. ขณะที่นายทวิชาติ รับประทานอาหารอยู่ที่ชั้น 1 ตึกคณะบริหารธุรกิจ ( ตึกใหม่) ผู้ต้องหาพร้อมพวกรวม 6 คน ใช้ไม้เป็นอาวุธรุมทำร้าย นายทวิชาติ ซึ่งนายทวิชาติวิ่งหนีไปด้านหลังตึกคณะบริหารธุรกิจ โดยผู้ต้องหากับพวกวิ่งตามไปด้วย เมื่อนายทวิชาติวิ่งมาถึงริมรั้วใกล้กับสะพานลอย ตรงข้ามโรงเรียนวัดเทพลีลา ผู้ต้องหากับพวกก็ได้รุมทำร้ายระหว่างที่นายทวิชาติล้มลง จึงเป็นเหตุให้ได้รับบาดเจ็บ กระดูกขาขวาหัก , ศีรษะแตกสองจุดเย็บหนึ่งเข็ม จากนั้นผู้ต้องหากับพวกก็ได้หลบหนีไป หลังเกิดเหตุ นายทวิชาติจึงมาแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยในชั้นรับมอบตัว พนักงานสอบสวนแจ้งข้อกล่าวหาว่า ร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายสาหัส ตามประมวลกฎหมายอาญา ม.297 ประกอบ ม.83 ซึ่งผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ แต่ในชั้นสอบสวนผู้ต้องหาให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา เหตุเกิดที่แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กทม.
ศาลพิจารณาคำร้องแล้ว จึงอนุญาตให้ฝากขังผู้ต้องหา



