
'อภิสิทธิ์'ถล่ม'รัฐบาล'จ้องแก้รธน.
'มาร์ค' ถล่มรบ.จ้องแก้รธน. ซัดทำลายอำนาจตรวจสอบ-ตัดสิทธิ์ปชช. จี้ 'ปู' ปลด 'เฉลิม' พ้นแก้ไฟใต้ แฉรัฐใช้การเมืองกำหนดเส้นทางรถไฟรางคู่ เชื่อไม่คุ้มค่า 2 ล้านล้าน
21 มี.ค.56 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรและหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการที่ ส.ส.รัฐบาล และส.ว.เลือกตั้งร่วมกันเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญ 3 ร่าง รวม 12 มาตรา ว่า พรรคประชาธิปัตย์จะตรวจสอบรายละเอียดทั้ง 3 ร่าง และจะมีการพิจารณาในการ ประชุม ส.ส.สัปดาห์หน้า เพื่อกำหนดจุดยืนร่วมกันในพรรคประชาธิปัตย์ ในเบื้องต้นเห็นว่า การเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญนี้มีการลดทอนอำนาจประชาชนและตัวแทนของประชาชนพอสมควร เช่น ช่องทางการร้องเรียนไปศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งจะมีผลต่อไปถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 291 ที่ค้างการพิจารณาวาระสามในรัฐสภาหรือไม่ และจะทำไปเพื่ออะไร
เนื่องจากควรเป็นสิทธิของประชาชนและให้บทบาทกับศาลรัฐธรรมนูญในการพิทักษ์รัฐธรรมนูญด้วยเพราะเป็นหน้าที่ของศาลรัฐธรรมนูญโดยตรง จึงต้องถามรัฐบาลว่ามีเจตนาที่จะแก้ไขมาตรานี้เพื่อที่จะยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับโดยที่ประชาชนไม่สามารถยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญได้หากเห็นว่า มีการกระทำที่อาจเข้าข่ายต่อการทำผิดมาตรา 68 ใช่หรือไม่ เพราะการแก้ไขมาตรานี้ก็เปิดช่องให้มีการร่างรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับโดยไม่ มีใครร้องตรงกับศาลรัฐธรรมนูญได้อีก แต่ต้องใช้วิธีการยื่นต่ออัยการสูงสุดเพียงช่องทางเดียว
นายอภิสิทธิ์ กล่าวอีกว่า ดังนั้นการแก้ไขรัฐธรรมนูญด้วยการตัดสิทธิประชาชนจึงเป็นการเปลี่ยนดุลย์ อำนาจ ส่วนจะขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ต้องไปดูในรายละเอียดเพราะเป็นปัญหาเทคนิคทาง กฎหมาย แต่ต้องถามรัฐบาลและผู้เสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญว่าทำไมจึงสนับสนุนการลดทอน สิทธิหรืออำนาจของประชาชนในการปกป้องสิทธิของตัวเอง ปกป้องระบบการเมืองในการที่จะตรวจสอบฝ่ายบริหาร นอกจากนี้ยังมีการลดทอนอำนาจรัฐสภาที่จะเข้ามาตรวจสอบตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 190 ด้วย เพราะมีการเขียนจำกัดให้แคบเหมือนในอดีต โดยมีการตัดเรื่องเศรษฐกิจออกไปเกือบหมด จึงต้องดูข้อเท็จจริงทั้งหมดและสังคมต้องช่วยกันสะท้อนว่าคิดอย่างไร เพราะหากมีการแก้ไขตามนี้ประชาชนจะเสียประโยชน์เนื่องจากตัวแทนประชาชนไม่มี โอกาสตรวจสอบข้อตกลงหลายเรื่องที่จะส่งผลกระทบต่อประเทศชาติ
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ส่วนที่นายดิเรก ถึงฝั่ง ส.ว.นนทบุรี อ้างว่า เรื่องนี้เป็นข้อสรุปเก่าของวิปสามฝ่ายนั้น ความจริงคือมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรานี้ไปแล้ว โดยอยู่ในขอบเขตที่ให้ออกกฎหมายลูกให้การปฏิบัติเกิดความชัดเจนเท่านั้น แต่แทนที่รัฐบาลจะไปออกกฎหมายลูกกลับไปแก้เพื่อตัดทอนการตรวจสอบหลายอย่างออกไป และในบทสรุปของคณะกรรมการดังกล่าวก็ไม่มีเรื่องมาตรา 68 ที่จะถอดอำนาจประชาชนในการยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญออกไปเหมือนที่กำลังเสนออยู่ ในขณะนี้ อย่างไรก็ตามการเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นรายมาตราก็จะทำให้ไม่มีปัญหาใน เรื่องข้อกฎหมาย แต่ไม่ได้หมายความว่าแก้แล้วจะเป็นผลดี เพราะต้องดูว่านำไปสู่ความเปลี่ยนแปลงในทิศทางไหนด้วย ส่วนในมาตรา 237 ก็ลดความรับผิดชอบของคณะกรรมการบริหารพรรคการเมือง เมื่อกฎหมายยุบพรรคไม่มีแล้ว ก็เข้าใจว่าจะมีการพยายามเขียนเพื่อให้ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการยุบพรรคในอดีตก็ให้ถือว่าเป็นโมฆะไป ซึ่งไม่เห็นด้วย แต่ถ้ามีหลักการต้องการจะไม่ให้มีการยุบพรรการเมืองก็ควรแก้เท่านั้น ส่วนผลจะเป็นอย่างไร ก็ให้องค์กรที่เกี่ยวข้องเข้าไปวินิจฉัยในลายละเอียดเพิ่มเติม
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า สำหรับส่วนรายละเอียดของ ส.ว.ยังไม่ได้ดูรายละเอียดว่าที่มาของ 200 คนจะมาอย่างไร ซึ่งตนกำลังดูว่าวิธีการเลือกตั้งจะกำหนดอย่างไร แต่เราเคยตั้งข้อสังเกตมาโดยตลอดว่าการเลือกตั้งโดยตรงไม่ง่ายที่จะแยกออก จากพรรคการเมืองเพราะคนที่ไปสมัครจะต้องไปอิงกับกลุ่มที่มีฐานเสียงใน พื้นที่นั้น ๆ แม้จะระบุว่าไม่สังกัดพรรคการเมืองแต่จากประสบการณ์ก็มีปัญหามาแล้ว จึงต้องมีการแก้จุดอ่อนนี้ด้วย
“วันก่อนมีคนสไกป์มาและบอกว่าส.ส.และ ส.ว.จะยื่นแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตราวันนี้ก็มีการทำแบบนั้นอยู่ ซึ่งสมาชิกรัฐสภาทั้งหมดที่จะตัดสินใจเรื่องนี้ต้องรับผิดชอบต่อการตัดสินใจ ของตัวเอง เพราะขณะนี้ก็เป็นความพยายามรุกคืบเพิ่มอำนาจของผู้มีอำนาจรัฐ พยายามลืมบทเรียนจากการใช้อำนาจเกินขอบเขตจนเป็นที่มาของการรัฐประหารในที่ สุด นี่คือความอันตรายที่อยากให้ทุกคนต้องตระหนัก หลายคนลืมไปแล้วว่าก่อนรัฐประหารแม้แต่พรรคไทยรักไทยยังยอมรับว่า กติกาบางอย่างใช้แล้วเกิดปัญหาต้องมาทบทวนใหม่ แต่วันนี้พยายามลบสิ่งเหล่านั้น แล้วกลับไปสู่สภาพที่การตรวจสอบถ่วงดุลย์อ่อนแอ” นายอภิสิทธิ์ กล่าว
'อภิสิทธิ์' จี้ 'ยิ่งลักษณ์' ปลด 'เฉลิม' พ้นแก้ไฟใต้
หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ยังไม่ยอมลงพื้นที่ภาคใต้โดยอ้างว่าจะต้องอยู่ กทม.เพื่อคุมเกมสภาที่จะมีการพิจารณา ร่าง พ.ร.บ.เงินกู้ 2 ล้านล้าน ว่า ต้องถามน.ส.ยิ่งลักษณ์ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เพราะนายกฯมีการกำชับไปแล้วก็ต้องให้นายกพิจารณาว่ายังสมควรมอบหมายให้ ร.ต.อ.เฉลิม ทำงานนี้ต่อไปหรือไม่ เพราะฝ่ายค้านยินดีให้ ร.ต.อ.เฉลิมไปทำงานในพื้นที่ภาคใต้ ไม่ต้องมาชี้แจงในสภาก็ได้
เนื่องจากที่ผ่านมาก็ไม่ได้ชี้แจงตามข้อเท็จจริง และก่อนหน้านี้ ร.ต.อ.เฉลิม ก็อ้างว่าไม่ลงพื้นที่ เพราะต้องรอให้เสร็จการเลือกตั้งผู้ว่ากทม.ก่อน จึงเชื่อว่าจะมีข้ออ้างไปเรื่อย เพราะ ร.ต.อ.เฉลิม ก็ประกาศชัดมาโดยตลอดว่าไม่พร้อมและไม่อยากลงพื้นที่ จึงต้องถามนายกฯว่าเมื่อเขาไม่พร้อมจะบังคับหรืออย่างไร และนายกฯต้องตัดสินใจว่าจะมอบหมายให้คนที่ไม่พร้อมทำงานรับผิดชอบต่อไปหรือไม่
'อภิสิทธิ์' แฉรัฐใช้การเมืองกำหนดเส้นทางรถไฟรางคู่
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ กล่าวถึงกรณีที่ ครม.ให้ความเห็นชอบร่าง พ.ร.บ.เงินกู้ 2 ล้านล้านบาทว่า ได้สอบถามนายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ว่ายังไม่ได้รับร่างดังกล่าว แต่ตนทราบมาจากทางวิปว่าจะให้พิจารณาในพฤหัสบดีหน้า จึงต้องรอดูตัวร่างกฎหมายก่อนว่าที่มีการแนบท้ายว่าจะขยายเส้นทางรถไฟความเร็วสูงจากเดิมในแผนของกระทรวงคมนาคมระบุเส้นทาง กทม.-นครราชสีมา ขยายไปถึงหนองคายนั้นมันคืออะไร
เมื่อถามว่า นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รมว.คมนาคม ชี้แจงต่อกรรมาธิการพัฒนาเศรษฐกิจฯสภาว่ามีแนวคิดที่จะให้รายเดียวเป็นผู้ดำเนินโครงการรถไฟความเร็วสูง นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนไม่ทราบเหตุผลของนายชัชชาติ แต่ถ้าจะให้มีรายเดียวก่อสร้างก็เท่ากับว่าต้องรวมการประมูลโครงการไว้ด้วยกัน แต่ในช่วงที่พรรคประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาล ได้มีการแบ่งการดำเนินโครงการรถไฟความเร็วสูงไว้ 5 เส้นทาง เปิดโอกาสให้ฝ่ายต่างๆ แสดงความสนใจโดยไม่เคยระบุว่าจะต้องเป็นรายเดียวเข้ามาทำ ส่วนจะกลายเป็นการล็อคเสป็คให้บริษัทรายใดรายหนึ่งหรือไม่นั้น คงยังไม่สามารถไปกล่าวหาได้ เพราะไม่มีหลักฐาน แต่รัฐบาลต้องชี้แจงให้ชัดว่าทำไมต้องทำแบบนี้ เพราะปกติโครงการขนาดใหญ่ก็มีเอกชนน้อยรายอยู่แล้วที่มีศักยภาพที่จะดำเนิน การได้ จึงต้องถามว่ามีความจำเป็นอะไรที่จะต้องไปจำกัดให้เหลือรายเดียว



