
ไฟไหม้วัดดังกรุงเก่าวอด10ล.
เกิดเพลิงไหม้อาคารสำนักงานวัดโบสถ์สมพรชัย จ.อยุธยา เสียหายกว่า 10 ล. คาดสาเหตุจากไฟฟ้าลัดวงจร
วันที่ 21 มี.ค.56 เมื่อเวลา 23.30 น ของวันที่ 20 มี.ค. พ.ต.ท.นพสรรญ์ เพชรสมภาร สว.เวร สภ.ช้างใหญ่ อ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา รับแจ้ง มีเหตุเพลิงไหม้ กุฏิพระ วัดโบสถ์สมพรชัย หมู่ที่ 1 ต.ราชคราม อ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา จึงได้เดินทางไปตรวจสอบ ในที่เกิดเหตุเป็น ภายในบริเวณวัดโบสถ์สมพรชัย เพลิงได้ลุกไหม้บริเวณชั้นล่างของ อาคารสำนักงาน วัดโบสถ์สมพรชัย ซึ่งเป็นอาคารครึ่งไม้ครึ่งปูน เจ้าหน้าที่ดับเพลิงจากเทศบาลตำบลราชคราม อ.บางไทร รถดับเพลิงของเทศบาลตำบลบางกระสั้น อ.บางปะอิน และเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยอยุธยารวมใจ จุดช้างใหญ่ ได้ช่วยกันใช้น้ำฉีดเพื่อดับไฟจนหมดแล้ว
จากการสอบถามพระเอกทัศน์ อาภาจโร พระลูกวัดซึ่งมีกุฏิอยู่ใกล้กับอาคารสำนักงาน ทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ พระเอกทัศน์ได้ออกมารับลมที่นอกกุฏิ เนื่องจากอากาศร้อนอบอ้าว และได้เห็นแสงเพลิงสว่างขึ้นตรงแผงควบคุมไฟฟ้าของอาคาร จึงได้เข้าไปตามพระลูกวัดให้ออกมาช่วยกันดับไฟ แต่ไม่สามารถ ดับไฟได้ เนื่องจากชั้นล่างของอาคารสำนักงาน เป็นไม้และมีเครื่องประดับเป็นไม้รวมทั้งตู้พระไตรปิฎก ซึ่งเป็นเชื้อเพลิงอย่างดีส่งผลให้เพลิงลุกไหม้อย่างรวดเร็ว จึงได้แจ้งให้ทางเทศบาลให้นำรถน้ำมาทำการดับไฟโดยใช้เวลานานกว่า 1 ชั่วโมงจนเพลิงสงบลง
ทางด้าน พระอธิการสุชิน วรปัญโญ เจ้าอาวาสวัดโบสถ์สมพรชัย เปิดเผยว่า อาคารสำนักงานดังกล่าว ชั้นบนเป็นโรงเรียนปริยัติธรรม ชั้นล่างจะเป็นสำนักงาน ซึ่งจะมีพระบูชาสมัยต่างๆ หลายสิบองค์ เครื่องประดับงาช้างโบราณ รวมทั้งโต๊ะไม้สัก ได้เปิดให้ประชาชนทั่วไปได้เข้ามากราบไหว้พระขอพรกัน นอกจากนี้ยังมีเงินสดจำนวนกว่า 3 แสนบาท ที่ทางวัดได้เบิกมาเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการสร้างเขื่อนกั้นน้ำที่อยู่ด้านหลังของวัดที่ติดกับแม่น้ำเจ้าพระยา และเงินสดที่เบิกมาใช้ในกิจการของสามเณรภาคฤดูร้อน รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 10 ล้านบาท เบื้องต้นน่าจะเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจร อย่างไรก็ตาม ในช่วงเช้าจะได้ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจจากกองพิสูจน์หลักฐานได้มาหาสาเหตุของการเกิดเพลิงไหม้อีกครั้งต่อไป



