ข่าว

แบงก์อุ้มลูกค้ากู้บ้านยอมหั่นค่างวดกสิกรไทยลด40%เป็นเวลา1ปี-ไทยพาณิชย์ให้20-40%

แบงก์อุ้มลูกค้ากู้บ้านยอมหั่นค่างวดกสิกรไทยลด40%เป็นเวลา1ปี-ไทยพาณิชย์ให้20-40%

03 มิ.ย. 2552

แบงก์โดดอุ้มลูกค้าสินเชื่อบ้าน ยอมลดวงเงินผ่อนชำระค่างวด "กสิกรไทย" ใจป้ำประกาศลด 40% เป็นเวลา 1 ปี ให้สิทธิ์ทั้งลูกค้าเก่าและใหม่ ส่วนแบงก์ไทยพาณิชย์ร่อนจดหมายถึงลูกค้าเปิดทางลดค่างวดให้ตั้งแต่ 20-40% ประเมินลูกค้าเป็นรายๆ ไม่เท่ากัน

ดร.ประสาร ไตรรัตน์วรกุล กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า ธนาคารได้ประกาศลดวงเงินผ่อนชำระค่างวดของสินเชื่อที่อยู่อาศัยลง 40% เพื่อช่วยเหลือลูกค้าสินเชื่อบ้านกสิกรไทย ที่ได้รับผลกระทบจากสภาวะเศรษฐกิจ โดยลูกค้าที่มีวงเงินกู้ไม่เกิน 2 ล้านบาท ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีโอกาสได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจมาก สามารถเลือกลดวงเงินผ่อนชำระค่างวดลงได้ถึง 40% ของวงเงินผ่อนชำระปกติ เป็นเวลา 1 ปี คือตั้งแต่กรกฎาคม 2552-มิถุนายน 2553 เช่น ลูกค้าที่เคยผ่อนชำระเดือนละ 1 หมื่นบาท สามารถเลือกลดการผ่อนชำระเหลือเพียง 6,000 บาทต่อเดือน

 "การลดค่างวดผ่อนชำระครั้งนี้ จะช่วยให้ลูกค้ามีเงินเหลือไว้ใช้จ่ายในสิ่งที่จำเป็น หรือบางคนที่มีข้อจำกัดเรื่องรายได้ในช่วงนี้ก็สามารถลดวงเงินค่างวดเพื่อช่วยลดภาระของครอบครัว รวมทั้งสามารถรักษาบ้านไว้เป็นทรัพย์สินที่มีค่าต่อไป ในขณะที่ลูกค้าใหม่ ที่มีความจำเป็นต้องซื้อบ้านในช่วงนี้ ก็สามารถใช้สิทธิ์ในการลดค่างวดได้เช่นเดียวกัน เพื่อไม่ให้สร้างภาระการผ่อนชำระต่อเดือนที่สูงเกินไป" ดร.ประสารกล่าว

 นอกจากนี้ ธนาคารกสิกรไทย ยังได้ประกาศยกเว้นค่าธรรมเนียมการชำระค่าสาธารณูปโภคพื้นฐานให้อีกด้วย ซึ่งรวมถึง ค่าน้ำประปา ไฟฟ้า โทรศัพท์พื้นฐาน ให้แก่ลูกค้าและประชาชน ตั้งแต่วันที่ 15 มิถุนายน 2552-30 มิถุนายน 2553 โดยลูกค้าสามารถเลือกชำระผ่านช่องทางของธนาคารที่สะดวกที่สุด ทั้ง อินเทอร์เน็ต โทรศัพท์มือถือ เครื่องเอทีเอ็มที่มี 5,760 เครื่อง หรือสาขาของธนาคารที่มีกว่า 700 สาขาทั่วประเทศ

 นายรุ่งเรือง สุขเกิดกิจพิบูลย์ ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่า ธนาคารได้ส่งจดหมายถึงลูกค้าสินเชื่อบ้านที่ต้องการลดค่างวดผ่อนบ้านลง หากตอบรับกลับมาธนาคารจะปรับลดค่างวดลงให้เฉลี่ย 20% ของค่างวดเดิม หรือเดิมชำระอยู่ 1 หมื่นบาทต่อเดือน หากตอบกลับมาจะเหลือ 8,000 บาทต่อเดือน สูงสุดประมาณ 30-40% โดยลูกค้าแต่ละรายจะได้รับอัตราการปรับลดไม่เท่ากัน เนื่องจากธนาคารจะพิจารณาเป็นรายๆ ขึ้นอยู่กับความสามารถในการผ่อนชำระและความตั้งใจผ่อนชำระของลูกค้าในอดีต

   อย่างไรก็ตาม สัญญาการกู้จะไม่มีการปรับเปลี่ยน แต่จะมีสัญญาแนบท้าย โดยระยะเวลาการกู้ของลูกค้าจะต้องยืดมากขึ้นกว่าเดิม เนื่องจากธนาคารไม่ได้กำหนดระยะเวลาการปรับลดอัตราการผ่อนชำระ แต่เป็นการยืดเวลาการชำระหนี้ของลูกค้าออกไปจากอายุสัญญากู้เดิม ทั้งนี้ ลูกค้าบางกลุ่มอาจจะไม่ตอบรับ เนื่องจากมองว่าอยากที่จะผ่อนให้จบเร็วๆ และไม่ต้องการรับภาระดอกเบี้ยจ่ายเพิ่มขึ้น แต่ลูกค้าบางรายมองว่าในภาวะเศรษฐกิจขณะนี้ต้องการสำรองสภาพคล่องไว้ก่อน