
ชงกรอบประกันราคาข้าวหอมมะลินำร่อง 8 จังหวัด-ราคาสูงกว่าจำนำ
ธ.ก.ส.เตรียมชงแนวทางประกันราคาข้าวหอมมะลิให้รัฐบาลพิจารณา นำร่องใช้ 8 จังหวัด รับเข้าโครงการ 2 แสนตัน กำหนดราคาประกันสูงกว่าราคาตลาดและราคาจำนำหวังจูงใจเกษตรกรในช่วงแรก
นายเอ็นนู ซื่อสุวรรณ รองผู้จัดการ รักษาการผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) กล่าวถึงกรณีที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติให้นำโครงการประกันราคาพืชผลมาใช้แทนการรับจำนำสินค้าเกษตรบางส่วนนั้น ขณะนี้ ธ.ก.ส.ได้สรุปกรอบแนวทางการประกันราคาพร้อมจะเสนอให้กระทรวงการคลังและครม.พิจารณาต่อไป โดยเบื้องต้นจะเริ่มประกันราคาข้าวหอมมะลิ นำร่องใน 8 จังหวัดอีสานใต้ ได้แก่ สุรินทร์ บุรีรัมย์ มหาสารคาม ยโสธร อุบลราชธานี อุดรธานี นครราชสีมา และร้อยเอ็ด มีเป้าหมายรับเข้าโครงการ 2 แสนตัน คาดจะเริ่มขึ้นทะเบียนเกษตรกรได้ภายในเดือนกรกฎาคมนี้ จากนั้น ธ.ก.ส.จะส่งเจ้าหน้าที่ไปดูแปลงนาและผลการปฏิบัติตั้งแต่แรกจนได้เมล็ดข้าวเปลือก โดยจะให้ความรู้เกษตรกรเพื่อเพิ่มผลผลิตต่อไร่และลดต้นทุนด้วย
สำหรับราคาประกันจะต้องสูงกว่าราคาจำนำอย่างน้อย 1,000 บาทต่อตัน หรืออยู่ที่ 14,000 บาทต่อตัน จากราคาจำนำที่ขณะนี้อยู่ที่ 13,000 บาทต่อตัน เพื่อจูงใจให้เกษตรกรหันมาเข้าร่วมโครงการนี้และส่งเสริมให้ระบบตลาดปกติทำงาน สำหรับปีแรกเกษตรกรไม่ต้องจ่ายเบี้ยประกัน แต่ในปีถัดไปอาจคิดที่ 0.1% ของราคาประกัน หรือจ่ายเพียงปีละ 100 บาท เพื่อให้ชาวนารู้สึกมีส่วนร่วม ส่วนราคาประกันที่ 14,000 บาทต่อตัน เป็นการประเมินจากราคาต้นทุนรวมกับค่าจ้างแรงงานและรายได้ที่ชาวนาควรได้รับ 20% คาดปีแรกรัฐจะใช้งบประมาณเพียง 400 ล้านบาท
"ปีนี้โครงการประกันราคาจะทดแทนโครงการรับจำนำเพียงบางส่วนเท่านั้น คาด 2-3 ปี จะเข้ามาแทนที่การรับจำนำข้าวได้ทั้งหมด ซึ่งจะช่วยลดภาระงบประมาณที่ต้องจ่ายเพื่อรับจำนำข้าวเป็นแสนล้านบาทเหลือเพียงหลักร้อยหรือพันล้านบาทเท่านั้น" นายเอ็นนู กล่าวและว่า การขยายไปสู่การประกันราคาพืชผลเกษตรอื่นต้องรอนโยบายรัฐบาล หรือผลจากการประกันราคาข้าวหอมมะลิก่อน ส่วนการป้องกันการฮั้วระหว่างพ่อค้าและเกษตรกร กรณีที่ทำให้ราคารับซื้อข้าวถูกกว่าราคาประกันเพื่อทำให้สามารถรับเงินค่าประกันจากรัฐและยังได้เงินจากการฮั้วจากพ่อค้านั้น ได้มีแนวทางป้องกันไว้แล้วโดยประสานกับโรงสีหากมีกลุ่มตุกติก ธ.ก.ส.ก็ต้องเข้าไปตรวจสอบ



