
'ซีเรีย'อ้าง'กบฏ'ใช้'อาวุธเคมี'
รัฐบาลซีเรียและฝ่ายกบฏ ต่างกล่าวหากันและกันว่า ใช้อาวุธเคมีโจมตีพื้นที่ใกล้เมืองอาเล็ปโป ที่อยู่ทางเหนือของประเทศ เมื่อวันอังคาร
20 มี.ค. 56 ประธานาธิบดีบารัก โอบามา ของสหรัฐ ที่ต่อต้านการแทรกแซงทางทหารในซีเรีย ได้เตือนไปยังประธานาธิบดีบาชาร์ อัล อัสซ้าด ว่า การใช้อาวุธเคมีใด ๆ อาจนำไปสู่ระดับที่ไม่อาจทนต่อไปได้โดยไม่ได้พาดพิงฝ่ายกบฏเลยว่า มีอาวุธประเภทนี้ด้วยหรือไม่
สถานีโทรทัศน์ของทางการซีเรีย เปิดเผยว่า ฝ่ายกบฏได้ยิงจรวดบรรจุสารเคมี ทำให้มีผู้เสียชีวิต 25 คน และบาดเจ็บหลายสิบคน ส่วนกลุ่มสังเกตการณ์ด้านสิทธิมนุษย์ชนซีเรีย ที่สนับสนุนฝ่ายกบฏ และสังเกตการณ์การสู้รบ บอกว่า มีทหารเสียชีวิตในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น 16 นาย
การใช้อาวุธเคมีที่โด่งดังที่สุดในประวัติศาสตร์สมัยใหม่ของตะวันออกกลาง เกิดขึ้นที่เมืองฮาลับจาซึ่งเป็นถิ่นฐานของชาวเคิร์ดในอิรัก ทำให้มีผู้เสียชีวิตราว 5 พันคน จากการโจมตีด้วยแก๊สพิษตามคำบัญชาของอดีตประธานาธิบดีซัดดัม ฮุสเซน เมื่อ 25 ปีก่อน
ไม่มีรัฐบาลตะวันตกหรือองค์กรระหว่างประเทศใด ๆ ที่ยืนยันว่า มีการใช้อาวุธเคมีโจมตีในซีเรียแต่รัสเซีย ซึ่งเป็นพันธมิตรกับรัฐบาลซีเรีย ได้กล่าวหาฝ่ายกบฏว่า เป็นฝ่ายที่ใช้อาวุธชนิดนี้ ด้านนายไฟซาล เม็คแดด รัฐมนตรีช่วยต่างประเทศของซีเรีย กล่าวว่า รัฐบาลจะส่งจดหมายไปถึงคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ เรียกร้องให้จัดการตามความรับผิดชอบของคณะมนตรีฯ และกำหนดข้อจำกัดที่ชัดเจนต่ออาชญากรรมที่เป็นการก่อการร้ายเหล่านี้ รวมถึงพวกที่สนับสนุนการกระทำดังกล่าวในซีเรียด้วย
นายเม็คแดด ยังเตือนด้วยว่า ความรุนแรงที่ท่วมท้นอยู่ในซีเรียขณะนี้ กำลังเป็นภัยคุกคามภูมิภาค / ด้านสหรัฐ ระบุว่า ไม่มีหลักฐานมาสนับสนุนข้อกล่าวหาที่ว่า ฝ่ายกบฎมีอาวุธเคมี
ด้านสหประชาชาติ ระบุว่า ยังไม่สามารถยืนยันรายงานเรื่องนี้ได้ และถ้ามีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งใช้อาวุธเคมีจริง ก็จะเป็นการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศอย่างร้ายแรง / ส่วนอังกฤษกำลังอยู่ระหว่างการคำนวณความเปลี่ยนแปลงในกรณีที่มีการใช้อาวุธเคมีจริง ซึ่งจะต้องมีการเรียกร้องให้มีการตอบโต้อย่างจริงจังจากประชาคมนานาชาติ และทำให้ต้องมีการทบทวนแผนเกี่ยวกับซีเรียใหม่
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผู้เคราะห์ร้ายที่รักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยอาเล็ปโป้ และโรงพยาบาลอัล-ราจา มีปัญหาด้านการหายใจและพวกเขาบอกว่า ได้กลิ่นคลอรีนหลังถูกโจมตี เหยื่อส่วนใหญ่เป็นผู้หญิงและเด็ก ซึ่งอยู่ในสภาพใกล้ตายนอนเกลื่อนอยู่ตามถนนและในบ้านของพวกเขา
เชื่อกันมานานแล้วว่า ประธานาธิบดีอัสซ้าด มีอาวุธเคมีในครอบครอง ขณะที่ทางการซีเรียก็ไม่เคยยอมรับหรือปฏิเสธ เพียงแต่ระบุว่า ถ้ามีจริงก็จะใช้ในป้องกันตนเองจากการรุกรานของต่างชาติ ไม่ได้ใช้กับชาวซีเรีย และไม่เคยมีรายงานมาก่อนเช่นกันว่า ฝ่ายกบฎมีอาวุธเคมีในครอบครอง
นายออมราน อัล-โซบี รัฐมนตรีข่าวสาร อ้างว่า ฝ่ายกบฎได้ยิงจรวดบรรจุแก๊สพิษ จากที่มั่นในเมืองไนรับ โจมตีเมืองข่านอัล อัสซัล ทางตะวันตกเฉียงใต้ของเมืองอาเล็ปโป้ ซึ่้งผลจากการถูกโจมตีด้วยอาวุธเคมี จะทำให้เหยื่อหมดสติ ชัก และเสียชีวิต ขณะที่ฝ่ายกบฏตอบโต้ว่า ฝ่ายรัฐบาลใช้อาวุธเคมีโจมตีด้วยการติดไว้กับขีปนาวุธสกั๊ด
สหรัฐได้แสดงความวิตกมานานแล้วว่า ไม่อยากให้อาวุธเคมีไปตกอยู่ในมือกลุ่มติดอาวุธหัวรุนแรงที่แฝงตัวเข้าไปช่วยฝ่ายกบฎโค่นอำนาจประธานาธิบดีอัสซ้าด / อิสราเอลขู่ว่าจะใช้ปฏิบัติการทางทหาร ถ้าอาวุธอันตรายเหล่านี้ ถูกส่งไปยังซีเรีย หรือกลุ่มฮิซโบลเลาะห์ในเลบานอน ที่อิหร่านหนุนหลัง
--------------------
(หมายเหตุ : ที่มาภาพ : AP)



