ข่าว

'บิ๊กจิ๋ว'ไม่คิดนั่งเก้าอี้'รมต.'

'บิ๊กจิ๋ว'ไม่คิดนั่งเก้าอี้'รมต.'

20 มี.ค. 2556

'บิ๊กจิ๋ว'ยันไม่เคยได้รับการติดต่อนั่งเก้าอี้รมต.ในรัฐบาล ชี้ไม่เคยคิดรับตำแหน่งทางการเมือง ระบุทำงานให้บ้านเมืองไม่จำเป็นต้องมีตำแหน่งก็ได้

              20 มี.ค.56 พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกรัฐมนตรี ได้เปิดแถลงข่าวกรณีที่มีกระแสข่าวออกมาว่ารัฐบาลของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯ จะเชิญเข้าร่วมเป็นรัฐมนตรีในรัฐบาล ว่า ตนขอยืนยันว่าไม่เคยได้รับการทาบทามจากรัฐบาลให้เป็นรัฐมนตรีจากรัฐบาลของน.ส.ยิ่งลักษณ์แต่อย่างใด และที่สำคัญตนไม่อยากจะเข้าไปเป็นรัฐมนตรี เนื่องจากเห็นว่าการทำงานเพื่อชาติบ้านเมืองนั้นสามารถทำได้โดยไม่จำเป็นต้องมีตำแหน่งทางการเมือง นอกจากนี้สาเหตุที่ตนต้องชี้แจง เพราะว่ามีบางคนอาจจะไม่เข้าใจ

               " ผมไม่ต้องการตำแหน่งใดๆ หากในอนาคตมีคนทาบทามมาก็จะต้องมาพูดคุยกันอีกที ในเวลานี้คนในรัฐบาลมีให้พิจารณาอยู่เยอะ ขณะที่นายกฯมีอำนาจตั้งแต่คณะทำงานจัดการปัญหาเฉพาะเรื่องได้ โดยไม่จำเป็นต้องมาแต่งตั้งผมให้มาเป็นรัฐมนตรีก็แก้ไขปัญหาได้ ที่ผ่านมาก็ไม่มีใครมาทาบทามผม มีแต่เข้ามาขอคำแนะนำในการแก้ไขปัญหาในบางเรื่อง" พล.อ.ชวลิต กล่าว

                พล.อ.ชวลิต กล่าวต่อว่า สำหรับการแก้ไขปัญหาความรุนแรงในพื้นที่ภาคใต้นั้น ตนยังยืนยันยุทธศาสตร์ที่เคยเสนอไปในหลังเหตุการณ์ปล้นปืนปีพ.ศ. 2547 ที่เสนอ 3 ขั้นตอน คือ 1. ดอกไม้หลากสี เพื่อให้ทุกฝ่ายระลึกว่าประเทศไทยมีความลหลากหลายในเชื้อชาติ ศาสนา และวัฒนธรรม แต่สามารถอยู่รวมกันอย่างสงบสุขได้ 2. ถอยคนละสามก้าว และ 3. ให้ประชาชนดูแลตัวเองภายใต้กรอบของกฎหมาย และรัฐธรรมนูญของราชอาณาจักรไทยนั้น คือ มหานครปัตตานี แต่ไม่ใช่นครรัฐปัตตานีอย่างที่มีการวิพากษ์วิจารณ์กัน ทั้งนี้เพื่อให้คนภาคใต้ ระลึกถึงความยิ่งใหญ่ของจังหวัดปัตตานีในอดีต ซึ่งการแก้ไขปัญหาสุดท้ายก็จะต้องกระจายอำนาจให้กับคนท้องถิ่นได้ดูแลตัวเอง แต่จะเป็นองค์กรท้องถิ่นแบบพิเศษและมีลักษณะอย่างไรนั้นก็ต้องให้คนในพื้นที่ได้กำหนดและตัดสินใจ โดยคนในส่วนกลางไม่ควรไปคิดแทน

                อดีตนายกรัฐมนตรี ยังกล่าวถึงกระบวนการพูดคุยสันติภาพระหว่างรัฐบาลกับกลุ่มบีอาร์เอ็น ว่า การแก้ไขปัญหาความขัดแย้งมีสองแนวทาง คือ 1. การใช้ความรุนแรง 2. ใช้สันติวิธี ซึ่งหากเรายังยึดแนวทางสันติวิธีอยู่ ตนเห็นว่าเรามาถูกทางแล้ว แต่ทุกฝ่ายก็ต้องช่วยกันดูแลและให้เวลาในการแก้ไขปัญหา หากกลุ่มเคลื่อนไหวมีหลายกลุ่มก็ต้องค่อยๆพูดกันไป และหากพูดคุยและสามารถยุติเหตุความรุนแรงได้แล้วก็ค่อยไปแก้ไขปัญหาอื่นๆ เช่น ปัญหายาเสพติด การค้าของเถื่อน และผลประโยชน์อื่นๆ ที่มีความเกี่ยวเนื่องกัน โดยค่อยๆทำไปทีละประเด็น