
สภาไซปรัสคว่ำมาตรการเก็บภาษีเงินฝาก
สภาฯ ไซปรัส ลงมติค้านแผนหักภาษีเงินฝากตามคาดท่ามกลางเสียงเตือนเรื่องแบงก์ใหญ่ล้ม กระทบยูโรโซน
20 มี.ค.56 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เสียงส่วนใหญ่ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของไซปรัส ปฏิเสธมาตรการเก็บเงินภาษีเงินฝากตามเงื่อนไขในการขอรับเงินกู้จากสหภาพยุโรป หรือ อียู และกองทุนการเงินระหว่างประเทศ หรือ ไอเอ็มเอฟ จำนวน 1 หมื่นล้านยูโร
ทั้งนี้ ไม่มี สส. คนใด ที่ยกมือสนับสนุนมาตรการดังกล่าว ที่นำมาซึ่งความขัดแย้งและความโกรธแค้นของชาวไซปรัส โดยมี 36 คน ลงมติคัดค้าน และอีก 19 คน งดออกเสียง อีกทั้ง กระทรวงการคลังได้มีการปรับแก้มาตรการ ด้วยการเสนอยกเว้นการจัดเก็บภาษีบรรดาผู้ฝากเงินรายย่อย แต่การต่อต้านก็ยังคงรุนแรง โดยประชาชนหลายพันคน ต่างไปรวมตัวกันอยู่ตามถนนสายต่าง ๆ ที่ด้านนอกอาคารรัฐสภา และต่างก็ณแสดงความยินดีเมื่อทราบผลการลงมติในสภาฯ
รายงานยังระบุว่า ก่อนหน้านี้ บรรดารัฐมนตรีคลังของอียู ได้เตือนว่า ธนาคารที่ใหญ่ที่สุดของไซปรัส 2 แห่ง อาจจะล้ม ถ้าไม่สามารถทำตามข้อตกลงตามเงื่อนไขในการขอเงินกู้ แต่หลังจากทราบผลการโหวตในสภาของไซปรัส ธนาคารกลางแห่งยุโรป หรือ อีซีบี ได้รีบประกาศในทันทีว่า จะยังคงให้ความช่วยเหลือบรรดาธนาคารกลางของไซปรัสต่อไป ตามความจำเป็นตามกฎเกณฑ์ที่มีอยู่ โดยนายวูล์ฟกัง ชูเบิล รัฐมนตรีคลังเยอรมัน กล่าวว่า เขาเสียใจต่อผลโหวตที่ออกมา และไซปรัสจะต้องเข้าใจว่า ความช่วยเหลือจากอีซีบี จะต้องพ่วงมากับแผนการปฏิรูป มันเสี่ยงที่ไซปรัสจะไม่สามารถเปิดบริการธนาคารได้อีก ธนาคารขนาดใหญ่ 2 แห่ง กำลังจะล้มละลาย ถ้าไม่ได้รับเงินช่วยเหลือฉุกเฉินจากอีซีบี
ด้านไอเอ็มเอฟ ได้เตือนว่า อาจจะทำให้เกิดการไร้เสถียรภาพและผลกระทบอย่างหนักทางการเงิน ทั้งในระยะสั้น ระยะกลางและระยะยาว และยังจะลามไปกระทบวิกฤตการเงินในกลุ่มยูโรโซนด้วย
อีกทั้ง ภายใต้ข้อตกลงขอรับความช่วยเหลือทางการเงิน ที่ประกาศภายหลังการเจรจานาน 10 ชั่วโมง เมื่อวันเสาร์ ได้ส่งผลให้เกิดความไม่พอใจอย่างรุนแรงในไซปรัส เนื่องจากเป็นไปได้ว่า บรรดาผู้ที่มีเงินฝากในธนาคาร จะต้องถูกหักภาษีสูงถึง 6.75 เปอร์เซ็นต์ แต่กระทรวงการคลังของไซปรัส ได้ประกาศปรับแก้แผนการเมื่อเช้าวันอังคาร ด้วยการยกเว้นผู้มีเงินฝากรายย่อยที่มีวงเงินไม่ถึง 2 หมื่นยูโร ส่วนคนที่มีเงินฝากเกิน 1 แสนยูโร ขึ้นไป ยังคงจะต้องถูกหักภาษีในอัตราที่ตั้งไว้คือ 9.9 เปอร์เซ็นต์ แต่ก็ยังไม่สามารถบรรเทาความโกรธแค้นของประชาชนได้
รายงานยังระบุต่อว่า แผนการเก็บภาษีเงินฝากยังสร้างความไม่พอใจให้กับรัสเซีย เนื่องจากมีชาวรัสเซียจำนวนมาก ที่เป็นเจ้าของบัญชีเงินฝากที่มีวงเงินจำนวนมากอยู่ที่ธนาคารในไซปรัส ด้านกระทรวงกลาโหมของอังกฤษ ระบุว่า มีเครื่องบินที่บรรทุกเงิน 1 ล้านยูโร เดินทางถึงไซปรัสแล้ว ภายใต้มาตรการช่วยเหลือฉุกเฉิน แก่บุุคลากรทางทหารของอังกฤษและครอบครัว ในกรณีที่ตู้เอทีเอ็ม หรือ บัตรเดบิต ไม่สามารถใช้การได้
มีรายงานว่า ส.ส. หลายคน ได้ประนามมาตรการเก็บภาษีเงินฝาก ในระหว่างการอภิปรายในสภาฯ ในเย็นวันอังคาร โดยเรียกว่า เป็นการแบล็คเมล์ และไม่มี สส. คนไหนเลยที่สนับสนุน ผลการโหวตของ สส. ทำให้เกิดความระส่ำระสายที่ส่งผลกระทบต่อการขอรับเงินช่วยเหลือ แต่เป็นสัญญาณที่ชัดเจนไปยังอียูว่า จำเป็นต้องมีการปรับเปลี่ยนยุทธศาสตร์อย่างขนานใหญ่
ขณะที่ ประธานาธิบดีนิคอส อัสตาเซียเดส ได้เรียกร้องให้ทุกฝ่ายสนับสนุนแผนการขอรับเงินกู้โดยบอกว่า ไซปรัสอาจถึงขั้นล้มละลาย ถ้าไม่สามารถทำตามข้อตกลงได้ แต่เขาก็ตระหนักดีว่า ยังไงก็ต้องถูกปฏิเสธ และจำเป็นต้องมีการปรับแก้ ชาวไซปรัสต่างคิดว่า เป็นการไม่ยุติธรรมสำหรับชาวไซปรัส แต่ตัวเขาเองยอมรับว่า มีบางสิ่งสามารถเกิดขึ้นได้อย่างไม่คาดฝัน ภายใต้มาตรการที่ออกมาจากผู้ตรวจสอบวินัยการคลังยุโรป 3 ฝ่าย ได้แก่ ไอเอ็มเอฟ , คณะกรรมาธิการยุโรป หรือ อีซี และธนาคากลางยุโรป หรือ อีซีบี
ประธานาธิบดีอนัสตาเซียเดส ได้เรียกประชุมฉุกเฉินกับบรรดาผู้นำพรรคการเมืองอีกครั้งในวันนี้ เพื่อหารือถึงทางออกต่อไป
ด้านสื่อมวลชนท้องถิ่น รายงานว่า รัฐบาลจะขอเจรจา เพื่อเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขข้อตกลงในการกู้เงินจากทรอยกา พร้อมกับหาหนทางอื่น ๆ ที่จะเพิ่มรายได้แก่รัฐ ให้ถึง 5,800 ล้านยูโร ที่รวมถึง การออกพันธบัตร , ปฏิรูประบบธนาคารของประเทศ และดึงดูดการลงทุนจากรัสเซีย



