
ระนองดันเส้นค้าใหม่ผ่าน'ทวาย-ย่างกุ้ง'
ระนองผลักดันเส้นทางการค้าใหม่ระนอง-เกาะสอง-มะริด-ทวาย-ย่างกุ้ง รับการขยายการค้า การลงทุนหลังเปิดอาเซียน ด้านนักธุรกิจระนองข้ามฟากลงทุนพม่าย่านทวาย-มะริด
19มี.ค.2556 นางนฤมล ขรภูมิ ประธานหอการค้าจังหวัดระนอง เปิดเผยว่า จากการอัตราการขยายตัวของสินค้าน้ำเข้าและส่งออกที่ผ่านด่านถาวรชายแดนไทย-พม่าด้าน จ.ระนอง-เกาะสองที่รวมมูลค่าการค้าชายแดนกว่า 15,000 ล้านบาท และคาดว่าจะเพิ่มสูงกว่า 20,000 ล้านบาทในปีนี้ ทำให้ทางเอกชนระนองเตรียมที่จะผลักดันเส้นทางการค้าใหม่กับพม่าจากเดิมที่การค้าจำกัดอยู่แค่ระนองกับเกาะสองแต่จากความต้องการของพม่าที่เพิ่มสูงขึ้นรวมถึงนโยบายการพัฒนาพื้นที่ทางตอนใต้ทำให้หลายเมืองของพม่ากลายเป็นเมืองที่ จ.ระนองเริ่มมีการค้าที่สำคัญดังนั้นหลายฝ่ายจึงเริ่มมองในเส้นทางการค้าใหม่ระนอง-เกาะสอง-มะริด-ทวาย-ย่างกุ้ง ที่คาดว่าจะเป็นเส้นทางการค้าที่สำคัญในอนาคต ทั้งนี้เป็นผลจากการความต้องการสินค้าของพม่า
สำหรับสินค้าส่งออกที่สำคัญของไทย ประกอบด้วยน้ำมันเชื้อเพลิง,เครื่องดื่มต่างๆ,ครีมเทียม,โอวัลติน,เครื่องดื่มให้กำลังงาน,เบียร์,ปูนซีเมนท์,อวน,ตาข่ายจับปลา,กลิ่นปรุงแต่งอาหาร,น้ำมันปาล์ม,ผงชูรส ส่วนสินค้านำเข้าสำคัญประกอบด้วยสัตว์น้ำ,ถ่านไม้,ของทำด้วยเหล็ก,ท่อเหล็ก,กระเพาะปลา,สิ่งปรุงแต่ใช้ในงานปิตรเลียม,ไม้แปรรูป
นางนฤมล กล่าวว่า นอกจากการขยายเส้นทางการค้ากับพม่าแล้ว ทางภาคเอกชนระนองกำลังเร่งผลักดันโครงการเพื่อรองรับการขยายตัวของการค้าชายแดนที่คาดว่าจะมีการขยายตัวเพิ่มขึ้นอีกหลายเท่าตัวหลังปี 2558 คือการจัดตั้งเขตค้าขายพิเศษ (ฟรีโซน) หรือตลาดนัดการค้า ในรูปแบบตลาดนัดโรงเกลือ ขึ้นบริเวณชายแดนด้านจ.ระนอง-เกาะสอง ซึ่งขณะนี้หลายฝ่ายเห็นชอบให้มีการพัฒนาพื้นที่บริเวณท่าเรือข้างประภาคาร ซึ่งเป็นพื้นที่รับผิดชอบของ ด่านศุลกากรระนอง ตั้งอยู่พื้นที่ ม. 5 ต.ปากน้ำ อ.เมืองระนอง ซึ่งทางจังหวัดมีแผนที่จะผลักดันให้บริเวณดังกล่าวเป็นท่าเรือเพื่อการท่องเที่ยว เพื่อส่งเสริมบรรยากาศการค้าขายตามแนวชายแดนด้านจ.ระนอง-เกาะสอง ในแต่ละปีมีมูลค่าการค้าทั้งนำเข้าส่งออกกว่า 10,000 ล้านบาท ทั้งยังเป็นการส่งเสริมด้านการท่องเที่ยว ซึ่งทางภาคเอกชนมีเป้าหมายที่จะผลักดันให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญในอนาคต อีกทั้งยังเป็นการเชื่อมโยงการค้า การลงทุนทั้งสองประเทศได้อีกด้วย
นายนิตย์ อุ่ยเต็กเค่ง ที่ปรึกษาคณะกรรมการหอการค้าจังหวัดระนอง กล่าวว่า ขณะนี้พบธุรกิจจากจังหวัดระนองได้เข้าไปลงทุนในเขตพื้นที่ทางตอนใต้โดยเฉพาะย่านจ.ทวายและมะริด เป็นจำนวนมาก ทั้งโครงการเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์,แปรรูปสัตว์น้ำ,ห้องเย็น,ค้าขาย เนื่องจากขณะนี้ทางการพม่ากำลังเปิดกว้างให้นักธุรกิจต่างชาติเข้าไปลงทุนในด้านต่างๆ เนื่องจากทางการพม่ามีแผนการพัฒนาพื้นที่ทางตอนใต้รองรับแผนการผลักดันให้พื้นที่ทางตอนใต้เป็นเขตนิคมอุตสาหกรรม ศูนย์กลางการขนส่งสินค้าฝั่งอันดามัน เนื่องจากทางการพม่ากำลังดำเนินการก่อสร้างท่าเรือทวาย รวมถึงการปรับปรุงเส้นทางคมนาคมเชื่อมเส้นทางการขนส่ง โลจิสติกส์ทั้งกับประเทศไทยและจีน
“ที่ผ่านมานักธุรกิจของจังหวัดระนองต่างมีความสัมพันธ์ที่ดีกับนักธุรกิจพม่า และได้มีการพบปะพูดคุยต่อกันมาอย่างต่อเนื่อง และผลจากที่ได้พบกับนักธุรกิจชาวพม่าโดยตรงทำให้ทราบว่าแท้จริงนักธุรกิจชาวพม่า โดยเฉพาะทางพื้นที่ตอนใต้ของประเทศในย่านมะริดและทวาย ซึ่งเป็นเขตพื้นที่เศรษฐกิจ,อุตสาหกรรมที่สำคัญของพม่าในขณะนี้ ต้องการค้าขาย หรือร่วมทำธุรกิจกับนักธุรกิจไทยมากกว่านักธุรกิจในประเทศอื่น โดยเฉพาะจีน ที่นักธุรกิจชาวพม่ามองว่าการค้าขายที่ไม่ได้สินค้าคุณภาพแล้ว การขนส่งสินค้ายังเป็นไปด้วยความยากลำบาก แต่การค้าขาย หรือทำธุรกิจร่วมกับนักธุรกิจไทยยังติดปัญหาหรือความหวาดระแวงต่อกัน ซึ่งสามารถขจัดได้ด้วยการพบปะพูดคุยกันบ่อยๆ หากทำได้ตนเชื่อว่าการค้าขาย การลงทุนในย่านทางตอนใต้ของประเทศจะสามารถขยายตัวได้อีกมาก ทั้งยังเป็นช่องทางที่สำคัญที่นักธุรกิจไทยจะขยายการค้า การลงทุนเข้าไปยังประเทศพม่า” นายนิตย์กล่าว
หอการค้าลำพูนถกกรอ.ดันรถไฟรางคู่
นายประเสริฐ ภู่พิสิฐ ประธานหอการค้า จ.ลำพูน เปิดเผยว่า ตามที่ จ.ลำพูนประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชน เพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ(กรอ.)กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 1 ครั้งที่ 1/2556 ประกอบด้วย เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน ลำปาง และ ลำพูน โดยมีหัวหน้าส่วนราช องค์กรเอกชน นักธุรกิจ ร่วมประชุมเพื่อรับทราบภาพรวมของ 4 จังหวัดภาคเหนือตอบน 1 เข้าร่วมพร้อมสาระสำคัญประกอบด้วยการสรุปภาวะเศรษฐกิจภาคเหนือ , ความคืบหน้าศูนย์ประชุมแสดงสินค้านานาชาติเชียงใหม่(MICE) , ประเด็นปัญหา อุปสรรค และข้อเสนอแนะในการพัฒนาเศรษฐกิจของกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 1 รวมทั้งประเด็นปัญหาผลกระทบจากการประกาศใช้ผังเมืองรวมต่อภาคอุตสาหกรรม 4 จังหวัด , โครงการ ECO lanna (Ecologcal and Culture Oriented lanna) , การแก้ปัญหา อุปสรรค การเสนอแนะในการพัฒนาเศรษฐกิจของกลุ่ม 4 จังหวัด ฯ , การเตรียมความพร้อม Application tourism fo i-phone,Android กลุ่มจังหวัดสำหรับนักท่องเที่ยว
สำหรับแผนความร่วมมือเพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจของ จ.ลำพูนนอกเหนือจากสาระสำคัญดังกล่าวที่ได้กล่าวข้างต้นนี้แล้ว ได้มีการนำเรื่องระบบรถไฟรางคู่ หรือรถไฟความเร็วสูงสายเหนือ เชียงใหม่-กรุงเทพฯ ให้ทันปี 2558 ที่ประเทศไทยเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือ AEC. เข้าสู่ในที่ประชุม กรอ.ด้วย ถือเป็นทิศทางการพัฒนาระบบโลจิสติกส์ เชื่อว่าจะได้ผลคุ้มค่าอย่างแน่นอน รถไฟรางคู่สายเหนือ เพิ่มศักยภาพของการให้บริการของการรถไฟแห่งประเทศไทย(รฟท.)ให้มีประสิทธิภาพ เพิ่มทางเลือกใหม่สำหรับการเดินทางที่สะดวก รวดเร็ว และปลอดภัย ไม่ต้องเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว



