ข่าว

'รถขนเงินล็อกเสีย'ช่องโหว่ชิงเงิน9ล้าน

'รถขนเงินล็อกเสีย'ช่องโหว่ชิงเงิน9ล้าน

20 มี.ค. 2556

'รถขนเงิน..ล็อกเสีย'ช่องโหว่..ชิงเงิน 9 ล้าน : ตะลุยข่าว โดยโต๊ะข่าวรายงานพิเศษ

               จากคดีเงินสด 9 ล้านบาทหายไปจากรถขนเงินหมายเลข K 279 หมายเลขทะเบียน ถง 5736 กรุงเทพมหานคร ของบริษัทกรุงไทยธุรกิจบริการ จำกัด ซึ่งจอดอยู่ที่ธนาคารกรุงไทย จำกัด(มหาชน) สาขาแม่ริม จ.เชียงใหม่  เมื่อวันที่ 6 มีนาคมที่ผ่านมา
    
               ตำรวจจับผู้ต้องสงสัยได้ 2 ราย คือ นายสุดปรีชา ทองพันธ์ หัวหน้าชุดประจำรถขนเงิน และนายชัชพงศ์ อุทยาน คณะกรรมการประจำรถ อาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีนี้ เพราะเป็นผู้ถือกุญแจเปิดท้ายรถยนต์และเปิดเซฟ?!!
    
               แม้ว่าพนักงานประจำรถยนต์ 2 ราย จะให้ปากคำว่าไม่มีส่วนรู้เห็นหรือเกี่ยวข้องกับเหตุเงินสดที่สูญหายไป หลังจากนำเงินสด 27 ล้านบาท แบ่งใส่ถุงละๆ 3 ล้านบาท รวม 9 ถุงออกจากธนาคารกรุงไทย สาขาช่วงสิงห์ ต.ช้างเผือก อ.เมือง จ.เชียงใหม่ เมื่อตอน 7 โมงเช้า เพื่อนำเงินสดกระจายไปยังสาขาต่างๆ ในหลายพื้นที่ แล้วมุ่งหน้าไปยังธนาคารกรุงไทย สาขาแม่ริม เพื่อส่งมอบให้พนักงานธนาคาร แต่เมื่อมาถึงธนาคารยังไม่เปิดให้บริการ จึงจอดรถไว้ที่บริเวณชั้นล่างของธนาคารและออกไปรับประทานอาหาร จนกระทั่งทราบว่าถุงบรรจุเงินสดหายไป 3 ถุงรวมเป็นเงินสด 9 ล้านบาท
    
               การสอบสวนเบื้องต้น ชุดสืบสวนเชื่อว่าไม่น่าเกิดจากการนำเงินขึ้นบรรทุกบนรถยนต์ผิดคันหรือลืมนำเงินขึ้นรถยนต์ และการตรวจสอบผ่านระบบ GPS ที่ติดตั้งอยู่กับตัวรถยนต์ พบว่ามีการเปิดท้ายรถในส่วนที่เก็บเงินเพียงสองครั้ง คือที่สาขาข่วงสิงห์และสาขาแม่ริม โดยไม่ได้มีการเปิดท้ายรถที่จุดอื่นๆ แต่อย่างใด รวมถึงตั้งข้อสังเกตว่าบุคคลอื่นอาจมาเปิดท้ายรถยนต์ก็ไม่มีทางเป็นไปได้ เพราะข้อมูลจากบริษัทฯ ขนเงินระบุว่าต้องใช้กุญแจ 3 ดอก ซึ่งถือโดยหัวหน้าชุดและพนักงานอีกหนึ่งคนในการเปิดท้ายรถยนต์และเปิดเซฟเพื่อนำเงินออกมา  โดยหัวหน้าชุดและพนักงานที่จะเดินทางไปกับรถในแต่ละวันนั้น จะไม่ทราบล่วงหน้าว่าใครจะถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มเดียวกันบ้าง ขณะที่บุคคลอื่นก็ไม่น่าจะมีกุญแจที่จะสามารถเปิดท้ายรถได้ หรือหากจะมีความเป็นไปได้ก็คือในกรณีที่พนักงานลืมหรือไม่ได้ปิดท้ายรถ ซึ่งก็ไม่น่าเป็นไปได้เช่นกัน
    
               คำให้การของพนักงานประจำรถที่วกวนและมีพิรุธ ทำให้ชุดสืบสวนเชื่อว่า นายสุดปรีชา ทองพันธ์ หัวหน้าชุดประจำรถขนเงิน และนายชัชพงศ์ อุทยาน คณะกรรมการประจำรถ ซึ่งเป็นผู้ถือกุญแจเปิดท้ายรถยนต์และเปิดเซฟ น่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีนี้ จึงเสนอสำนวนการสืบสวนสอบสวนให้ผู้พิพากษาศาลจังหวัดเชียงใหม่พิจารณาอนุมัติหมายจับ
    
               ขณะเดียวกัน ชุดสืบสวนได้ออกติดตามหาเงินสดที่สูญหาย โดยไล่เรียงกล้องวงจรปิดใกล้จุดที่เกิดเหตุ ทั้งก่อนและหลังเกิดเหตุพบรถยนต์ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นซิตี้สีดำ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนเป็นรถยนต์ต้องสงสัย จึงให้ผู้เชี่ยวชาญดูรถยนต์ต้องสงสัย กระทั่งทราบว่ารถยนต์ต้องสงสัยคันนี้เป็นรุ่นลองท็อป จึงตรวจสอบข้อมูลจากกรมการขนส่งทางบก จ.เชียงใหม่ พบว่ารถยนต์คันนี้มีผู้ถือกรรมสิทธิ์และผู้ครอบครองที่มีภูมิลำเนาอยู่ใน จ.เชียงใหม่ กว่า 400 คัน
    
               ชุดสืบสวนแยกย้ายกันไปติดตามขอความร่วมมือสอบปากคำผู้ถือกรรมสิทธิ์และผู้ครอบครองรถยนต์ทุกคัน จนกระทั่งพบว่ารถยนต์หมายเลขทะเบียน ขฉ 5708 เชียงใหม่ ผู้ครอบครองให้ความร่วมมือว่าในวันเกิดเหตุ นายสุเมธ เลิศภาณุพัฒน์ ทำงานอยู่ที่บริษัทกรุงไทยธุรกิจบริการ จำกัด ยืมรถยนต์ออกไปโดยอ้างว่ามีบุคคลจะมาซื้อรถยนต์ต่อจึงมอบรถยนต์ให้ไปโดยไม่ทราบว่านำไปก่อเหตุด้วยหรือไม่
    
               นายสุเมธ ถูกชุดสืบสวนตรวจสอบอย่างละเอียด พบว่า เคยทำงานที่บริษัทฯ ดังกล่าวมาหลายปี และวันเกิดเหตุ ได้ขอลาหยุดโดยอ้างว่าป่วย จึงเชิญตัวมาสอบปากคำ แล้วให้การรับสารภาพว่าก่อเหตุเพียงคนเดียว พร้อมนำชุดสืบสวนไปตรวจค้นบ้านพักยึดเงินสดกว่า 8 ล้านบาทที่ซุกซ่อนไว้
    
               "ผมทำคนเดียว เพราะไม่ชอบหน้านายสุดปรีชา หัวหน้าชุดขนเงินของรถคันที่เกิดเหตุเพราะมีนิสัยเสเพล กินเหล้า และไม่รอบคอบ แต่ได้เป็นหัวหน้าชุด อีกทั้งต้องการสั่งสอนบริษัทฯ หลังก่อเหตุก็นำเงินไปซื้ออาวุธปืน 2 กระบอกแล้วใช้จ่ายส่วนตัว" นายสุเมธให้การกล่าวอ้าง
    
               พล.ต.ต.ประจวบ วงศ์สุข ผบก.สส.ภ.5 กล่าวว่า หลังจับกุมนายสุเมธ ชุดสืบสวนยังไม่ปักใจเชื่อ ส่วนข้อกล่าวอ้างว่าทำคนเดียวเป็นสิทธิของผู้ถูกกล่าวหาจะให้การอย่างไรก็ได้ ตอนนี้กำลังเร่งขยายผลว่ามีใครเกี่ยวข้องอีกหรือไม่
    
               ด้านแหล่งข่าวในชุดสืบสวน กล่าวว่า นายสุเมธ มีปัญหาเรื่องเงิน และเคยขับรถที่เกิดเหตุมาก่อน จึงรู้ว่ารถขนเงินคันดังกล่าวมีปัญหาเรื่องระบบกุญแจเสีย คือล็อกกุญแจไม่ได้ บวกกับไม่พอใจนายสุดปรีชา และบริษัทฯ ซึ่งนายสุเมธอ้างว่าเคยแจ้งเรื่องดังกล่าวกับบริษัทไปแล้วแต่ไมได้รับการแก้ไข และกำลังต้องการเงินด้วย อย่างไรก็ตาม หากสืบสวนขยายผลการจับกุมแล้ว ผู้ถูกกล่าวหาที่ถูกจับทั้ง 2 รายก่อนหน้านั้นไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีนี้  พนักงานสอบสวนจะไม่ส่งฟ้องและเสนอศาลฯ พิจารณาปล่อยตัว    
  

....................................................

(หมายเหตุ : 'รถขนเงิน..ล็อกเสีย'ช่องโหว่..ชิงเงิน 9 ล้าน : ตะลุยข่าว โดย โต๊ะข่าวรายงานพิเศษ )