
ไฟดับ!'โรงไฟฟ้านิวเคลียร์'ปลอดภัย4วัน
บ่อเก็บเชื้อเพลิงของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ 'ฟูกูชิม่า ไดอิชิ' ที่เคยระเบิดตอนเกิดสึนามิ กำลังขาดน้ำหล่อเย็น เพราะไฟดับมานานกว่า 15 ชม.แล้ว จนท.ยันปลอดภัย 4 วัน
19 มี.ค. 56 เจ้าหน้าที่ของโตเกียว อิเล็คทริค พาวเวอร์ หรือ เทปโก้ เปิดเผยว่า บ่อเก็บเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ที่เชื่อมต่ออยู่กับเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ของโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ ฟูกูชิม่า ไดอิชิ ไม่มีน้ำหล่อเย็นมานานกว่า 15 ชั่วโมงแล้ว เนื่องจากกระแสไฟฟ้าขัดข้อง แต่ทางเทปโก้กำลังพยายามซ่อมแผงสวิทช์ ที่อาจเป็นสาเหตุของปัญหา และยืนยันว่า โรงไฟฟ้านิวเคลียร์แห่งนี้ปลอดภัย
เทปโก้ ระบุว่า อุณหภูมิในบ่อเก็บเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ของโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ ฟูกูชิม่า ไดอิชิ ยังคงอยู่ในระดับที่ปลอดภัย และจะยังปลอดภัยต่อไปอีกอย่างน้อย 4 วัน โดยปราศจากน้ำหล่อเย็น แต่ทางเทปโก้ก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ และรับมือกับสถานการณ์ด้วยการเตรียมปั๊มน้ำเข้าไปในบ่อในกรณีที่จำเป็น แต่สิ่งสำคัญอันดับแรกคือต้องซ่อมระบบไฟฟ้าให้กลับมาใช้งานได้ก่อน
ศูนย์ควบคุมโรงไฟฟ้าแห่งนี้ ต้องเผชิญกับไฟฟ้าดับ ก่อนเวลา 19.00 น. ตามเวลาในท้องถิ่นของเมื่อวันจันทร์ และแม้ว่าจะสามารถกอบกู้กระแสไฟที่ศูนย์ควบคุมได้ แต่ก็ไม่เพียงพอที่จะปั๊มน้ำเข้าไปในบ่อเก็บเชื้อเพลิงได้
เทปโก้กำลังอยู่ระหว่างการตรวจสอบหาสาเหตุของไฟดับ และเชื่อว่า น่าจะมีสาเหตุมาจากแผงสวิทช์ และเจ้าหน้าที่กำลังพยายามซ่อมแซม ขณะเดียวกัน ทางบริษัทกำลังเตรียมจะเชื่อมต่อไปแผงสวิทช์อื่น ถ้าซ่อมไม่สำเร็จ / อุณหภูมิในบ่อเก็บเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ทั้ง 4 ได้ค่อย ๆ สูงขึ้น แต่ก็ยังอยู่ในระดับที่ควบคุมได้ คือต่ำกว่า 65 องศาเซลเซียส / บ่อเก็บเชื้่อเพลิงนิวเคลียร์ที่เชื่อมต่อกับเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์เครื่องที่ 4 ที่มีทั้งแท่งเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ใหม่ และใช้แล้ว มีอุณหภูมิอยู่ที่ 30.5 องศาเซลเซียส ในวันนี้ ตามเวลาท้องถิ่น หลังจากอยู่ที่ 25 องศาเซลเซียสเมื่อวันจันทร์ ซึ่งเป็นช่วงก่อนที่ไฟจะดับ
เทปโก้ยืนยันว่า เตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ไม่ได้รับผลกระทบ และพบความผิดปกติใด ๆ ซึ่งเมื่อวันที่ 11 มีนาคม ปี 2554 ได้เกิดแผ่นดินไหวและสึนามิ ที่สร้างความเสียหายให้กับระบบไฟฟ้าและระบบหล่อเย็น ทำให้แกนกลางของเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ 3 เตา หลอมละลาย และเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ที่อยู่ในบ่อเก็บร้อนจัด แต่ปัจจุบัน โรงไฟฟ้าแห่งนี้ใช้ระบบสำรองควบคุม
-----------------------
(หมายเหตุ : ที่มาภาพ : EPA)



