ข่าว

อ่างทองน้ำคลองชลประทานแห้งขอด

อ่างทองน้ำคลองชลประทานแห้งขอด

19 มี.ค. 2556

อ่างทองเริ่มแล้ง น้ำคลองชลประทานแห้งขอด ชาวบ้านไร้น้ำทำนา ขณะที่พิจิตรยังแล้งต่อเนื่อง ภาครัฐเร่งออกแจกน้ำอุปโภคบริโภคให้แก่ปชช.

 

                         19 มี.ค.56 ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยังบริเวณทุ่งนา หมู่ที่ 4 ต.เทวราช อ.ไชโย จ.อ่างทอง หลังทราบว่าชาวนาที่ทำนาในทุ่งเทวราชกว่า 800 ไร่ กำลังประสบปัญหาเดือดร้อนหนัก น้ำในคลองชลประทานแห้งขอด น้ำไม่มีทำนา เมื่อเดินทางไปถึงทุ่งนาดังกล่าว พบบริเวณคลองชลประทานในหมู่ที่ 4 ต.เทวราช อ.ไชโย จ.อ่างทอง น้ำในคลองชลประทานแห้งขอด บางจุดแห้งสนิท พบว่าได้มีชาวนามาตั้งเครื่องสูบน้ำ เพื่อสูบน้ำจากคลองประทานเข้านา

                         จากการสอบถามนายสมบูรณ์  สีสด อายุ 38 ปี อยู่บ้านเขที่ 11/2 หมู่ที่ 4 ต.เทวราช อ.ไชโย จ.อ่างทอง กล่าวว่า ตนทำนาไว้ 90 กว่าไร่ ซึ่งตอนนี้เดือดร้อนหนัก เพราะทางชลประทานหยุดปล่อยมาได้ 1 สัปดาห์แล้ว ตนจึงได้มาทำการตั้งเครื่องสูบน้ำเพื่อจะสูบน้ำจากคลองชลประทานเข้าไปยังทุ่งนา ซึ่งน้ำในคลองก็มีน้อย แต่ตนก็ไม่รู้จะทำอย่างไร จำต้องสูบน้ำเข้าไปเพื่อจะได้นำไปใช้ประทังไว้ก่อน

                         นายสมบูรณ์ กล่าวต่อว่า ในช่วงนี้ได้ติดต่อซื้อน้ำจากนายทุนที่ขุดหน้าดินขายเป็นบ่อน้ำขนาดใหญ่ จึงต้องใช้ต้นทุนที่สูงมากแต่ก็อยากให้ชลประทานช่วยปล่อยน้ำมาให้ทำนาบ้างก่อนที่จะหยุดปล่อยน้ำ เนื่องจากตนต้องเสียค่าเช่านา ถ้าไม่ทำก็จะไมมีเงินจ่ายค่าเช่านา ขนาดทางอบต.เทวราช เขาได้ประกาศไปแล้วว่าช่วงนี้ให้ชาวนาหยุดทำนาก่อน เนื่องจากช่วงนี้อากาศร้อนกลัวจะแล้ง จะทำให้ไม่มีน้ำทำนาก็ตาม

                         ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการตรวจสอบในพื้นที่พบว่า นาที่ชาวบ้านกำลังทำ เป็นการทำนาครั้งที่ 2 ซึ่งทางชลประทานก็ได้มีประกาศเตือนออกมาแล้วว่า ให้งดทำนาครั้งที่ 2 เนื่องจากอาจจะประสบปัญหาภัยแล้งได้

 

พิจิตร-เร่งแจกน้ำอุปโภคบริโภคให้แก่ปชช.

 

                         สถานการณ์ภัยแล้งในพื้นที่จังหวัดพิจิตรยังคงส่งผลกระทบกับประชาชนอย่างต่อเนื่อง นายปราโมทย์ แก้ววิเชียร นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลโพธิ์ประทับช้าง เปิดเผยว่า สถานการภัยแล้งที่รุนแรง โดยเฉพาะที่ตำบลไผ่ท่าโพ อำเภอโพธิ์ประทับช้าง ต้องให้ เจ้าหน้าที่จากเทศบาลตำบลโพธิ์ประทับช้าง นำรถบรรทุกน้ำออกตระเวนแจกจ่ายน้ำให้กับประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการขาดน้ำเนื่องจากสภาพอากาศที่แล้งจัดยาวนาน ทำให้การผลิตน้ำประปาไม่เพียงพอต่อความต้องการของประชาชน เจ้าหน้าที่เทศบาลจึงต้องนำน้ำออกแจกจ่ายน้ำเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนเฉพาะหน้าให้กับประชาชน

                         สำหรับการออกแจกจ่ายน้ำของเจ้าหน้าที่เทศบาลตำบลโพธิ์ประทับช้างที่ต้องออกแจกจ่ายน้ำให้กับประชาชนเนื่องจากสภาพอากาศที่แล้งจัด เป็นเวลายาวนาน ทำให้ความต้องการกาใช้น้ำของประชาชนเพิ่มมากขึ้น น้ำประปาที่ผลิตใช้ในระบบปกติไม่เพียงพอต่อความต้องการ เจ้าหน้าที่เทศบาลจึงต้องนำรถบรรทุกน้ำเพื่อแจกจ่ายน้ำให้กับประชาชนที่อยู่ปลายทางของเส้นทางน้ำที่น้ำไปไม่ถึง พร้อมกับเร่งซ่อมบำรุงเพื่อเพิ่มกำลังผลิตประปาให้เพียงพอต่อความต้องการต่อไป

 

อุทัยธานี-เร่งสร้ายฝายยางบรรเทาแล้ง

 

                         นายชาดา ไทยเศรษฐ์ ประธานกรรมาธิการการเกษตรสภาผู้แทนราษฎร เดินทางไปตรวจติดตามการก่อสร้างฝายยางกั้นแม่น้ำตากแดด จำนวน 2 แห่ง ที่บ้านตานาด ต.เนินแจง อ.เมือง จ.อุทัยธานี และที่บ้าน วังสาทิต ต.หนองไผ่แบน อ.เมือง จ.อุทัยธานี ซึ่งชลประทานจังหวัดใช้งบประมาณในการก่อสร้างถึงแห่งละ 134 ล้านบาท เพื่อกักเก็บน้ำที่หลากมาตามแม่น้ำตากแดด ท้ายเขื่อนวังร่มเกล้า ในพื้นที่ ต.ทุ่งใหญ่ อ.เมือง จ.อุทัยธานี ให้เกษตรกรในพื้นที่ทั้ง 2 ตำบล มีน้ำใช้เพื่อการเกษตร และเพื่อการอุปโภคบริโภคได้ตลอดทั้งปี โดยการก่อสร้างฝายยางเริ่มต้นตั้งแต่ต้นเดือนมีนาคม 2556 และจะไปเสร็จสั้นเดือนมิถุนายน 2557 เมื่อก่อสร้างแล้วเสร็จจะสามารถกักเก็บน้ำให้บริการน้ำเพื่อการเกษตร โดยเฉพาะพื้นที่ทำนา ได้อย่าง 4,000 ไร่ การก่อสร้างฝายยางครั้งนี้ ได้สร้างความตื่นเต้น ความพอใจ แก่ประชาชนในพื้นที่ หวังจะมีน้ำใช้ตลอดทั้งปี เนื่องจากแต่เดิมจะมีเฉพาะฤดูฝนจึงจะมีน้ำหลาก พอถึงฤดูแล้ง น้ำในแม่น้ำตากแดด จะแห้งขอด ไม่มีน้ำในการทำการเกษตร

 

อุตรดิตถ์แล้งหนัก! กระทบแพท่องเที่ยวพังเสียหาย

 

                         ผู้สื่อข่าวรายงานว่าผลกระทบจากสถานการณ์ภัยแล้ง ฝนที่ทิ้งช่วง ทำให้น้ำที่ไหลเข้าเขื่อนสิริกิติ์ จังหวัดอุตรดิตถ์ มีปริมาณวันละ 3 ล้าน ลบ.เมตร และมีปริมาณน้ำที่สามารถใช้งานได้ร้อยละ 20 หรือ 1,316 ล้าน ลบ.เมตร ซึ่งเป็นปริมาณที่ต่ำสุดในรอบ 36 ปีของการก่อสร้างเขื่อนสิริกิติ์ ด้วยปริมาณน้ำที่ลดต่ำกระทบต่อวิถีชีวิตและความเป็นอยู่ของประชาชนชาวอำเภอท่าปลา จังหวัดอุตรดิตถ์ ที่ยึดอาชีพแพท่องเที่ยวและสร้างแพเป็นที่อยู่อาศัยที่เขื่อนดินช่องเขาขาด บ้านท่าเรือ หมู่ 9 ตำบลบท่าปลา อำเภอท่าปลา

                         นายเกียรติพันธ์ รังสีสาคร นายก อบต.ท่าปลา กล่าวว่า สภาพของเขื่อนดินช่องเขาขาด ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของจังหวัดอุตรดิตถ์ มีแพท่องเที่ยวให้บริการนักท่องเที่ยวเพื่อชมความสวยงามของเขื่อนสิริกิติ์ ได้รับผลกระทบจากภัยแล้งปริมาณน้ำเขื่อนที่มีน้อยมาก จนสามารถอมองเห็นเนินดินและชาวบ้านบางส่วนนำโค กระบือ ลงเป็นเลี้ยง ประชาชนนำรถยนต์ ขับลงไปยังบริเวณอ่างเก็บน้ำดังกล่าวได้

                         ทั้งนี้น้ำลดลงต่ำส่งผลเจ้าของแพไม่สามารถลางจูงแพท่องเที่ยวกว่า 100 ลำไปตามระดับน้ำที่ลดลงได้ทัน เนื่องจากต้นทุนในการลางจูงที่สูง บางรายจำใจปล่อยแพพุพังอยู่บนเนินดิน ปีนี้ระดับน้ำต่ำอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนจากที่เคยลากแพออกจากพังไปตามความลึกของน้ำประมาณ 10 กิโลเมตร แต่ปีนี้เกือบ 20 กิโลเมตร ผู้ประกอบการยังต้องลงทุนเดินสายไฟจากฝังไปยังแพ จัดทำป้ายบอกทาง เมื่อสู้ต้นทุนลากจูงไม่ต่ำกว่า 5,000 ต่อลำไม่ไหวจึงต้องทิ้งแพ แพที่พังเสียหายหากต้องสร้างใหม่ต้องทุนสูงถึง 200,000 บาทต่อแพหนึ่งลำ

                         "ช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่จะถึง หากยังไม่มีฝนตก และปริมาณน้ำยังลดต่ำลงอย่างต่อเนื่อง จากที่แพท่องเที่ยวมีรายได้จากนักท่องเที่ยวและประชาชนที่หลั่งไหลมาเที่ยวสงกรานต์ รับประทานอาหารบนแพ ปีนี้รายได้คงหดหาย" นายกฯอบต.ท่าปลา กล่าว

 

บุรีรัมย์เร่งช่วยเหลือราษฎรถูกพายุฤดูร้อนพัดถล่ม

 

                         เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอ พร้อมกำนัน ผู้ใหญ่บ้านและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในพื้นที่ 4 อำเภอ ที่จังหวัดบุรีรัมย์ ประกอบด้วย อ.เมือง กระสัง ละหานทราย และ อ.พลับพลาชัย ได้ลงพื้นที่สำรวจสภาพบ้านเรือนที่ถูกพายุพัดถล่ม เมื่อวันที่ 12 - 14 มีนาคมที่ผ่านมา เพื่อเสนอรายงานสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยและทางจังหวัดบุรีรัมย์ เร่งดำเนินการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบวาตภัยดังกล่าวอย่างเร่งด่วน

                         จากการสำรวจพบว่า ในเขตพื้น 4 อำเภอ มีบ้านเรือนราษฎรถูกพายุพัดพังเสียหายร่วม 100  หลังคาเรือน ส่วนมูลค่าความเสียหายกำลังอยู่ระหว่างการสำรวจ ยังไม่มีรายงานผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากเหตุวาตภัยแต่อย่างใด

                         นายณัฐวัฒน์ อ่อนสาคร หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจ.บุรีรัมย์ กล่าวว่า ทางอำเภอและท้องถิ่น กำลังเร่งดำเนินการสำรวจบ้านเรือนที่ถูกพายุพัดพังเสียหายเพื่อรายงานมายังทางสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดและรวบรวมเสนอผู้ว่าราชการจังหวัดฯ พิจารณาประกาศเป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติ เพื่อช่วยเหลือเยียวยาผู้ประสบภัยต่อไป

                         โดยหลักเกณฑ์การช่วยเหลือ หากได้รับความเสียหายทั้งหลังจะได้รับเงินชดเชยช่วยเหลือรายละไม่เกิน 30,000 บาท หากเสียหายบางส่วนได้รับเงินชดเชยตามความเสียหายจริงแต่ไม่เกินรายละ 20,000 บาท พร้อมกันนี้ยังได้แจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยให้ติดตามการพยากรณ์อากาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด เพื่อเฝ้าระวังอันตรายจากวาตภัยที่อาจเกิดขึ้นในช่วงนี้ที่มีสภาพแปรปรวนทั้งร้อนและเกิดพายุฝนด้วย