ข่าว

'กิตติรัตน์'การันตีไม่พบฟองสบู่!

'กิตติรัตน์'การันตีไม่พบฟองสบู่!

19 มี.ค. 2556

'เอกชน-เอดีบี' กังวลเงินไหลเข้าไทยดันบาทแข็ง - ปั่นภาวะฟองสบู่ จี้ธปท.วางมาตรการสกัด มองลดดอกเบี้ยไม่ช่วย ด้าน 'กิตติรัตน์' ยันยังไม่พบฟองสบู่ในตลาดอสังหาฯ

 

                            นายพงษ์ศักดิ์ อัสสกุล ประธานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า เงินบาทที่แข็งค่าขึ้นต่อเนื่อง ทำให้ภาคเอกชนรู้สึกกังวลต่อความสามารถในการแข่งขันและการส่งออกของไทย รวมทั้งภาวะฟองสบู่ที่อาจเกิดขึ้นจากเงินทุนที่ไหลเข้ามาเก็งกำไร ดังนั้น ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จึงต้องติดตามและหาทางป้องกันไม่ให้เงินบาทแข็งค่ามากเกินไป ซึ่งหากจำเป็นก็อาจต้องใช้มาตรการสกัดการเก็งกำไร เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาฟองสบู่แตก

                            ด้านนายธรรม ฮี อึ้ง นักเศรษฐศาสตร์อาวุโส ด้านเศรฐกิจภูมิภาค ธนาคารพัฒนาเอเชีย หรือ เอดีบี กล่าวว่า รัฐบาลของประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ในเอเชียตะวันออก ซึ่งรวมถึงประเทศไทย ต้องระมัดระวังเกี่ยวกับเงินทุนไหลเข้าปริมาณมาก ว่าจะไม่ทำให้ราคาสินทรัพย์พุ่งสูงขึ้นมากเกินไป และควรมีการเตรียมการสำหรับกรณีเงินทุนไหลออก เมื่อเศรษฐกิจในสหรัฐและยุโรปฟื้นตัวกลับขึ้นมาอีกครั้ง

                            ขณะที่นายสมภพ มานะรังสรรค์ อธิการบดี สถาบันการจัดการปัญหาภิวัฒน์ กล่าวในงานซี.พี.เสวนา "บาทแข็ง ผลกระทบ-ทางออก" ว่า มีโอกาสเป็นไปได้ที่ค่าเงินบาทจะแข็งค่ากลับไปอยู่ที่ 25-26 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐในอนาคต เนื่องจากมีเงินทุนไหลเข้ามาในภูมิภาคอาเซียนอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ธปท. ไม่ควรฝืนกลไกตลาด เพราะการเข้าแทรกแซงจะยิ่งขาดทุน และกระสุนของ ธปท.ก็มีจำกัด ส่วนการลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงก็มองว่าไม่ได้ช่วยชะลอการไหลเข้าของเงินทุน แต่ในทางกลับกันอาจเกิดผลเสียทำให้ฟองสบู่แตกเร็วขึ้น โดยเฉพาะภาคอสังหาริมทรัพย์และตลาดหุ้น

                            "ดอกเบี้ยที่ต่ำมาก จะทำให้ผู้บริโภคนำเงินออมมาลงทุนเก็งกำไรในสินทรัพย์เสี่ยง หรือก่อหนี้มากขึ้น เห็นได้ชัดจากปัญหาหนี้ครัวเรือนที่สูงขึ้น เป็นสัญญาณที่ต้องเร่งแก้ไข รวมทั้งรัฐบาลต้องดูแลบริหารจัดการประชานิยมอย่างระมัดระวัง อย่าติดกับประชานิยมมากกว่านี้" นายสมภพกล่าว

                            ด้านนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวยืนยันว่า ประเทศไทยยังไม่มีสัญญาปัญหาฟองสบู่จากเงินทุนไหลเข้า โดยเฉพาะการเข้ามาเก็งกำไรในตลาดอสังหาริมทรัพย์โดยตรงจากนักลงทุนต่างชาติ ซึ่งส่วนใหญ่เงินที่เข้ามาเป็นการลงทุนผ่านตราสารต่างๆ ที่ซื้อขายกันในตลาดรอง แต่รัฐบาลก็ยังระมัดระวังว่าผู้ที่มีกำไรจากการลงทุนดังกล่าว อาจนำเงินกำไรเข้าไปยังตลาดอสังหาริมทรัพย์

                            "การเข้ามาซื้ออสังหาฯ โดยตรงจากต่างประเทศในลักษณะเก็งกำไร คิดว่าไม่ค่อยมี อาจมีบ้างก็แค่เล็กน้อย เพราะเงินร้อนที่เข้ามาจะมองเรื่องสภาพคล่อง ดังนั้นเงินเหล่านี้ส่วนใหญ่จะไหลไปที่การลงทุนในตลาดรองประเภทต่างๆ ซึ่งตรงนี้ก็มีความเป็นไปได้ว่า ผู้ที่เคยถือตราสารเหล่านั้นอยู่ แล้วเมื่อมีกำไรและขายออกมา ก็อาจนำสภาพคล่องส่วนเกินตรงนั้นขยับเข้าไปในตลาดอสังหาฯ ด้วย จึงต้องติดตามดูทั้งทางตรงและทางอ้อม แต่นาทีนี้คิดว่าเรายังไม่ได้รับผลกระทบที่รุนแรงเหมือนในหลายประเทศ" นายกิตติรัตน์กล่าว