ข่าว

'มะกัน'เปิดทาง!ส่งอาวุธให้'กบฏซีเรีย'

'มะกัน'เปิดทาง!ส่งอาวุธให้'กบฏซีเรีย'

19 มี.ค. 2556

รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ ลั่นไม่ขัดขวาง หากประเทศอื่น จะส่งอาวุธไปช่วยเหลือฝ่ายกบฏในซีเรีย

 

                            19 มี.ค. 56  นายจอห์น แคร์รี่ย์ รัฐมนตรีต่างประเทศของสหรัฐ กล่าวภายหลังการพบปะกับนายบ๊อบ คาร์ รัฐมนตรีต่างประเทศของออสเตรเลียว่า สหรัฐจะไม่ขัดขวางประเทศใดก็ตาม ที่ต้องการจะติดอาวุธให้กับกลุ่มกบฏในซีเรีย 

                            นายแคร์รี่ย์ กล่าวว่า ตราบใดที่ประธานาธิบดีบาชาร์ อัล อัสซ้าด ของซีเรีย ยังคงโจมตีประชาชนของตนเองด้วยขีปนาวุธสกั๊ด , เครื่องบิน และรถถัง ก็รังแต่จะทำให้เกิดสถานการณ์ที่ไม่สมดุลย์จากการที่มีผู้อพยพหลั่งไหลไปยังจอร์แดน , เลบานอน และตุรกี เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ และตราบเท่าที่สงครามกลางเมืองที่ยืดเยื้อมาถึง 2 ปี ยังคงดำเนินต่อไป ก็จะเป็นอันตรายอย่างร้ายแรงพอที่จะทำให้สถาบันต่าง ๆ ต้องล่มสลายไป และพวกหัวรุนแรงอาจได้อาวุธเคมีจำนวนมหาศาลในซีเรียไปไว้ในครอบครอง

                            ปัจจุบัน มีชาวซีเรียราว 4 แสน 5 หมื่นคน ที่อาศัยอยู่ในหลายประเทศเพื่อนบ้านของซีเรีย ในฐานะผู้อพยพ และสงครามที่เกิดขึ้นเป็นหายนะของโลก / นายแคร์รีย์ บอกว่า โลกจำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงการคำนวณสถานการณ์ของฝ่ายประธานาธิบดีอัสซ้าดเสียใหม่ แต่สหรัฐเองก็ยังเปิดประตูรับการแก้ปัญหาทางการเมืองอยู่เสมอ

                            ในส่วนของความวิตกเกี่ยวกับฝ่ายกบฏในซีเรียนั้น สรหัฐจะไม่ขัดขวางการตัดสินใจของประเทศใดก็ตาม ที่จะสนับสนุนด้านอาวุธให้ ไม่ว่าจะเป็นฝรั่งเศส อังกฤษหรือชาติอื่น ซึ่งความเห็นของเขา มีขึ้นหลังจากประธานาธิบดีฟรังซัวส์ ออลลองด์ ของฝรั่งเศส กล่าวเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า ฝรั่งเศสและอังกฤษ กำลังผลักดันให้สหภาพยุโรป หรือ อียู ยกเลิกมาตรการคว่้ำบาตรการค้าอาวุธแก่ซีเรีย โดยเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อให้ประเทศเหล่านี้ สามารถส่งอาวุธไปสนับสนุนฝ่ายกบฏได้

                            อังกฤษและฝรั่งเศส กำลังพยายามหาทางให้ความช่วยเหลือทางทหารแก่ฝ่ายกบฏให้ทันเดือนพฤษภาคม หรืออาจจะเร็วกว่านั้น แต่เยอรมนีและอีกหลายชาติสมาชิกอียู ต่างยังความเคลือบแคลงในประเด็นนี้ โดยชี้ว่า อาจเสี่ยงที่จะทำให้ภูมิภาคลุกเป็นไฟมากยิ่งขึ้น / สหรัฐก็แสดงความวิตกในประเด็นนี้มานานแล้ว เมื่อประธานาธิบดีบารัก โอบามา และเจ้าหน้าที่ทางการสหรัฐคนอื่นๆ ต่างระบุว่า ยิ่งส่งอาวุธเข้าไปมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งสร้างสันติภาพได้ยากขึ้นเท่านั้น 

                            เหตุการณ์ความรุนแรงในซีเรีย เสื่อมทรามลงเรื่อย ๆ เมื่อปีที่แล้ว เมื่อสหรัฐสงวนท่าทีมากขึ้น และตอนนี้ ได้ทำเพียงแค่ให้สัญญาว่าจะให้ความช่วยเหลือแก่ฝ่ายกบฎในซีเรีย ในเรื่องที่ไม่เกี่ยวกับอาวุธ เช่น อาหารหรือเวชภัณฑ์ และไม่ยอมมีบทบาทที่มากไปกว่านี้ / แต่รัฐมนตรีต่างประเทศออสเตรเลีย ระบุว่า ถึงอย่างไร เขาก็ยังมองว่า สหรัฐยังเป็นผู้นำในกระบวนการสร้างสันติภาพในตะวันออกกลาง เนื่องจากได้ชื่อว่ามีบทบาทสำคัญในการยุติปัญหาความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลและปาเลสไตน์ ซึ่งถือเป็นเครดิตอันยิ่งใหญ่ โดยเฉพาะการหยิบยกให้เป็นประเด็นสำคัญในสมัยที่สองของประธานาธิบดีโอบาม่า

                            นายแคร์รีย์ บอวก่า หนึ่งในความท้ายทายที่ใหญ่หลวงที่สุด ก็คือการทำให้ผู้นำอิสราเอลและปาเลสไตน์ มานั่งโต๊ะเจรจาร่วมกัน อย่างเร่งด่วนและด้วยศรัทธาที่ดีต่อกัน เพื่อยุติปัญหาความขัดแย้งระหว่างกัน

 

 

--------------------

(หมายเหตุ : ที่มาภาพ : AFP)