
'ปชป.'ตั้งป้อมรับมือดัน'นิรโทษ'เข้าสภา
'จุรินทร์' ระบุเพิ่มวาระ'พรบ.นิรโทษ'เหมือนเพิ่มระเบิดเข้าสภา เตรียมตั้งกระทู้ถาม จำนำข้าว-เจ้าภาพเวิลด์เอ็กซ์โป เห็นด้วยแก้ รธน. รายมาตรา แต่ยังค้าน 2 ประเด็น
19 มี.ค.56 นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน(วิปฝ่ายค้าน) ยังกล่าวถึงกรณีที นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาฯ บรรจุร่าง พรบ.นิรโทษกรรม ของ สส.พรรคเพื่อไทย 42 คนเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุมสภาฯ ในวันที่ 20 มี.ค.นั้น การที่จะเลื่อนระเบียบเรื่องนี้ขึ้นมาพิจารณาก่อนนั้น สส.พรรคเพื่อไทยก็ยังไม่มีความชัดเจน อาจพิจารณาได้ 3 ประเด็นคือ 1.หากยังไม่มีการขอเลื่อนวาระ ก็ต้องยอมรับว่าการบรรจุเป็นวาระเข้าสู่สภาก็เป็นการเพิ่มระเบิดเข้าสู่สภา และเป็นความเสี่ยงสร้างเงื่อนไข และหากเลื่อนขึ้นมาเมื่อไหร่ก็จะระเบิดเมื่อนั้น 2.หากขอเลื่อนแล้วแต่ สส.ส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วย ก็จะเป็นการเล่นละครสวมบทหลอกพวกเดียวกันว่ามีความพยายามแล้ว แต่เสียงส่วนใหญ่ในสภา ไม่เห็นด้วย และ 3.หากขอเลื่อนแล้ว ที่ประชุมสภาฯ เห็นชอบ ประเทศก็จะเดินเข้าสู่ความวุ่นวายอีกครั้ง แม้ว่าวิปรัฐบาลจะระบุว่าการเลื่อนต้องใช้เสียงเกินกึ่งหนึ่งของสมาชิก แต่การเลื่อนระเบียบวาระทำได้ง่าย แค่ใช้เสียงข้างมากในที่ประชุมก็ทำได้แล้ว อย่างไรก็ตามฝ่ายค้านจะเตรียมมาตรการรับมือทั้ง 3 เหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นด้วย
ฝ่ายค้านเตรียมตั้งกระทู้ถาม จำนำข้าว - เจ้าภาพเวิลด์เอ็กซ์โป
นายจุรินทร์ แถลงภายหลังการประชุมวิปฝ่ายค้านว่า ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรวันที่ 21 มี.ค. ฝ่ายค้านจะตั้งกระทู้ถามสดเรื่องการทุจริตในโครงการรับจำนำข้าว ของนายยุพราช บัวอินทร์ สส.เพชรบูรณ์ พรรคประชาธิปัตย์ ที่เลื่อนมาจากการประชุมสภาฯ สัปดาห์ที่ผ่านมา และตั้งกระทู้ถามสดเรื่องความไม่สนใจของรัฐบาลในการแข่งขันเป็นเจ้าภาพการจัดงานเวิลด์เอ็กซ์โป 2020 ซึ่งมีความสงสัยว่าจะเป็นการหลีกทางให้สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์(ดูไบ) ได้จัดงานนี้หรือไม่ อีกทั้ง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ไม่ได้แสดงความพร้อมหรือขอเสียงสนับสนุนจากประธานจัดงานดังกล่าว ขณะที่ นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ ก็ขอให้พิจารณาว่าเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าหรือไม่
เห็นด้วยแก้ รธน. รายมาตรา แต่ยังค้าน 2 ประเด็น
นายจุรินทร์ กล่าวถึงกรณีที่ สส.ฝ่ายรัฐบาลจะร่วมลงชื่อกับ สว.เพื่อยื่นญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตรา ต่อประธานรัฐสภาในวันที่ 20 มี.ค.นั้น ฝ่ายค้านเห็นว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นรายมาตราสามารถทำได้ ซึ่งไม่จำเป็นต้องทำประชามติ แต่ต้องพิจารณารายละเอียดว่าจะแก้ไขประเด็นใดอย่างไรบ้าง ทั้งนี้ในมาตรา 68 ที่บัญญัติว่า เมื่อบุคคลหรือพรรคการเมืองใดที่พบเห็นการกระทำที่เป็นการล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยสามารถยื่นเรื่องให้อัยการสูงสุดและศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้เลิกการกระทำดังกล่าวได้ กรณีนี้ฝ่ายค้านเห็นว่า หากมีการแก้ไขให้เหลือเพียงประชาชนยื่นเรื่องให้อัยการสูงสุดเป็นผู้พิจารณาหน่วยงานเดียวก็จะเป็นการปิดช่องทางและจำกัดสิทธิของประชาชนให้เหลือช่องทางเดียวก็จะไม่เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน ส่วนการแก้ไขมาตรา 117 เรื่องที่มาและวาระการดำรงตำแหน่งของ สว. ก็ยังไม่ชัดเจนว่าจะแก้ไขเรื่องใดบ้าง แต่หากเปิดโอกาสให้ สว.เลือกตั้ง ดำรงตำแหน่งติดต่อกันเกิน 1วาระได้ ก็อาจมองว่าเป็นการแลกเปลี่ยนผลประโยชน์ต่างตอบแทน ระหว่าง สส.กับ สว.



