
เปิดอุบาย'ตบทรัพย์'เด็กมัธยม
'เดินไม่เป็นระเบียบ' อุบาย'ตบทรัพย์'เด็กมัธยม : ตะลุยข่าว โดยโต๊ะรายงานพิเศษ
ยุคนี้ปัญหาอาชญากรรมอยู่รายล้อมรอบตัว แม้แต่เด็กนักเรียนก็มีสิทธิ์ตกเป็นเหยื่อ "ตบทรัพย์" อย่างเรื่องราวที่เกิดขึ้นกับเด็กนักเรียนหลายคน ถูกบุคคลอ้างเป็นตำรวจ ออกอุบายลักทรัพย์สินแล้วหลบหนีไป เป็นอุทาหรณ์ให้ผู้ปกครองเตือนบุตรหลานให้เพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษ โดยเฉพาะช่วงปิดเทอมนี้
สืบเนื่องจากวันที่ 13 มีนาคม ที่ผ่านมา กลุ่มนักเรียนอายุระหว่าง 14-15 ปีของโรงเรียนชื่อดังแห่งหนึ่งย่านพระโขนง พร้อมผู้ปกครอง เข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สน.คลองตัน ว่า ถูกบุคคลแต่งกายเครื่องแบบตำรวจครึ่งท่อนและอ้างตัวเองว่าเป็น "จ่าสิบตำรวจ" ข่มขู่กลุ่มนักเรียนขณะเดินกลับบ้านหลังเลิกเรียน เด็กนักเรียนทั้งหมดจับกลุ่มเดินข้ามถนนบริเวณหน้าโรงเรียน ระหว่างนั้นบุคคลที่อ้างเป็นตำรวจบอกว่า เด็กนักเรียนกระทำความผิด เดินไม่เป็นระเบียบ จึงต้องทำโทษเด็กนักเรียนทั้งหมด โดยให้เด็กนักเรียนนำทรัพย์สินที่มีอยู่ เช่น โทรศัพท์มือถือและเงินสด นำวางรวมกันไว้ แล้วสั่งให้วิ่ง ด้วยความกลัวเด็กนักเรียนยอมทำตาม ก่อนที่จะถูกลักทรัพย์สินไป
หลังจาก พ.ต.อ.โชติวัฒน์ เหลืองวิลัย ผกก.สน.คลองตัน พ.ต.ท.กิตติพันธ์ เที่ยงน้อย รองผกก.สส.สน.คลองตัน พ.ต.ท.อภิชาติ ทองจันดี และ พ.ต.ท.วชิรากรณ์ วงศ์บุญ สว.สส.สน.คลองตัน สอบปากคำผู้เสียหาย และทราบถึงพฤติการณ์ก่อเหตุของบุคคลดังกล่าวแล้ว พ.ต.อ.โชติวัฒน์ สั่งการให้ชุดสืบสวนขอความร่วมมือร้านค้าในละแวกดังกล่าวเพื่อขอดูกล้องวงจรปิด
พบพฤติกรรมของบุคคลที่อ้างเป็นตำรวจตรงกับคำให้การของเด็กนักเรียนและผู้ปกครอง ซึ่งภาพจากกล้องวงจรปิดบันทึกภาพของบุคคลดังกล่าวไว้ค่อนข้างชัดเจน ทำให้ชุดสืบสวนตั้งข้อสังเกตว่า หน้าตาและรูปร่างคล้ายกับผู้ต้องสงสัยคนหนึ่ง ซึ่งเคยถูกทำประวัติเก็บไว้กับชุดสืบสวน
ชุดสืบสวนจึงตรวจแฟ้มประวัติของผู้ต้องสงสัย จนกระทั่งพบตำหนิรูปพรรณของนายอุดมศักดิ์ หรือโอ ศรีคชา อายุ 40 ปี ใกล้เคียงกับภาพจากกล้องวงจรปิด เมื่อให้กลุ่มเด็กนักเรียนดูพบว่าเป็นบุคคลคนเดียวกัน อีกทั้งการตรวจสอบประวัติอาชญากรพบว่ามีหมายจับของศาลจังหวัดนนทบุรี 2 หมาย
ชุดสืบสวนจึงประสานพนักงานสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานแล้วเสนอสำนวนการสอบสวนในเบื้องต้นต่อศาลอาญากรุงเทพใต้พิจารณาโดยได้รับพิจารณาอนุมัติหมายจับที่ 161/2556 ลงวันที่ 14 มีนาคม 2556 และติดตามจับกุมนายอุดมศักดิ์ได้บริเวณหน้าบ้านพักเลขที่ 260/214 ซ.พึ่งมี 50 แขวงบางจาก เขตพระโขนง กรุงเทพฯ พร้อมด้วยของกลางโทรศัพท์มือถือ 3 เครื่อง เสื้อยืดสีขาว 1 ตัว กางเกงขายาวสีกากี 1 ตัว ผ้าปิดปากสีขาว 1 ผืน รองเท้าสีดำ 1 คู่ เสื้อคลุมสีดำ 1 ตัว และรองเท้าหน้ง 1 คู่ พร้อมด้วยรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นพีซีเอ็กซ์ สีขาว ทะเบียน สรข 444 กรุงเทพมหานคร
นายอุดมศักดิ์ ให้การรับสารภาพอ้างว่า ประกอบอาชีพขับขี่รถจักรยานยนต์รับจ้างแล้วตกงาน จึงก่อเหตุเพื่อนำเงินไปเที่ยวเตร่ และคิดอุบายขึ้นมา ทำกับเด็กนักเรียน หรือสุภาพสตรีที่คิดว่าไม่มีทางสู้
รายงานจากชุดสืบสวนระบุว่า การตรวจสอบประวัติของนายอุดมศักดิ์พบว่า ก่อนหน้านี้เคยถูกจับ เนื่องจากก่อเหตุในลักษณะดังกล่าว โดยอ้างตนเป็นสารวัตรนักเรียน ก่อเหตุมาแล้วหลายพื้นที่ ย้ายที่อยู่บ่อย มีพฤติการณ์งัดแงะตามแหล่งที่ไปอาศัย ล่าสุดเคยทำงานเป็นคนขับรถยนต์ให้แก่ นายสุชน ชาลีเครือ อดีตประธานวุฒิสภา
ด้าน พ.ต.อ.โชติวัฒน์ กล่าวเตือนว่า อยากให้คดีนี้เป็นอุทาหรณ์สำหรับผู้ปกครองและเด็กนักเรียน ถึงแม้ว่าจับคนร้ายที่ก่อเหตุได้ แต่ก็อาจมีคนร้ายที่มีพฤติกรรมและพฤติการณ์ดังกล่าวแฝงตัวเพื่อก่อเหตุลักษณะทำนองนี้อีก
"ช่วงนี้เด็กนักเรียนปิดเทอม หรือแม้กระทั่งเปิดเทอม ผู้ปกครองควรอบรมแนะนำยกตัวอย่างคดีที่เกิดขึ้นให้รับรู้ไว้เพื่อจะได้ระมัดระวังตัว หากเด็กนักเรียนหรือสุภาพสตรี ถูกกระทำลักษณะนี้ หากไม่ได้ทำผิดหรือทำผิดเล็กน้อย หากเจอบุคคลลักษณะนี้ควรสอบถามหาบัตรประจำตัวเจ้าพนักงาน หรือพยายามหลีกเลี่ยง โดยโทรศัพท์มือถือติดต่อผู้ปกครองให้รับรู้เรื่องที่เกิดขึ้น อย่าเพิ่งให้ทรัพย์สินมีค่า หรือถ้าอยู่ใกล้ผู้ใหญ่ก็ควรเดินไปขอความช่วยเหลือแล้วแจ้งเรื่องราวที่เกิดขึ้นว่ามีบุคคลอ้างเป็นตำรวจก็สามารถยับยั้งการกระทำของคนร้ายได้" พ.ต.อ.โชติวัฒน์ แนะนำ
.........................
(หมายเหตุ : 'เดินไม่เป็นระเบียบ' อุบาย'ตบทรัพย์'เด็กมัธยม : ตะลุยข่าว โดยโต๊ะรายงานพิเศษ)



