ข่าว

'กล้านรงค์'เร่งสอบปม'ปู'ปล่อยกู้30ล้าน

'กล้านรงค์'เร่งสอบปม'ปู'ปล่อยกู้30ล้าน

18 มี.ค. 2556

ปปช.ตั้งโต๊ะแถลงผลงานรอบ 6 เดือน'กล้านรงค์'แจงปม'ยิ่งลักษณ์'ปล่อยกู้ 30 ล้าน อยู่ระหว่างตรวจสอบข้อเท็จจริง ยังไม่ถึงมือ กรรมการ ปปช. พร้อมเดินหน้าสอบจำนำข้าว

               18 มี.ค.56 นายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ ประธาน ปปช. แถลงผลการดำเนินงานในรอบ 6 เดือน โดยนายปานเทพ ระบุว่า ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.55 - 18 มี.ค.56 ว่า คณะกรรมการ ปปช. ยังคงตามต่อเรื่องการไต่สวนข้อเท็จจริง พร้อมชี้มูลความผิดในคดีด้านการทุจริต ซึ่งได้ดำเนินการไต่สวนข้อเท็จจริงคำร้องขอให้ถอดถอนนักการเมือง และไต่สวนข้อเท็จจริงเรื่องกล่าวหาเจ้าหน้าที่ของรัฐ ทุจริตต่อหน้าที่ กระทำความผิดค่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ กระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่การยุติธรรม กระทำความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2542 และร่ำรวยผิดปกติ ประจำปีงบประมาณ 2556 จำนวนรวม 9,041 เรื่อง โดยมีจำนวนเรื่องคงเหลือ 8,373 เรื่อง ซึ่งแบ่งเป็น 1.เรื่องที่อยู่ระหว่างการแสวงหาข้อเท็จจริง จำนวน 6,862 เรื่อง 2.เรื่องที่อยู่ระหว่างการไต่สวนข้อเท็จจริง จำนวน 1,511 เรื่อง ประกอบด้วย มอบหมายพนักงานไต่สวน 801 เรื่อง แต่งตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวน 646 เรื่อง และคณะกรรมการ ปปช. ทั้งคณะเป็นองค์คณะไต่สวน 54 เรื่อง

               นายปานเทพ กล่าวต่อว่า นอกจากการดำเนินงานด้านปราบปรามแล้ว สำนักงาน ปปช.ยังให้ความสำคัญกับการป้องกันการทุจริตที่ดำเนินการผ่านการสร้างเครือข่าย การให้ความรู้ และสร้างความตระหนักในด้านการต่อต้านการทุจริต ซึ่งระหว่างวันที่ 1 ต.ค.55 - 18 มี.ค.56 มีการดำเนินการดังกล่าวผ่านกิจกรรมในหลากหลายรูปแบบ อาทิ ด้านมาตรการ มีการให้ข้อเสนอแนะในการป้องกันการทุจริตจากการใช้ระบบการจัดซื้อจัดจ้างด้วยวิธีทางอิเล็กทรอนิกส์ เนื่องจากปัญหาการทุจริตจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ เป็นปัญหาการทุจริตรูปแบบหนึ่งที่กฎหมายกำหนดให้ คณะกรรมการ ปปช. มีอำนาจหน้าที่ในการสอบสวนความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ คณะกรรมการ ปปช. จึงได้มีข้อเสนอให้ กรมบัญชีกลางต้องควบคุมหน่วยงานของรัฐไม่ให้มีการนำวิธีการจัดซื้อจัดจ้างด้วยวิธีอิเล็กทรอนิกส์ ไปใช้กับการประมูลงานก่อสร้างที่มีรายละเอียดของเนื้องานยุ่งยากซับซ้อน มีเทคนิคเฉพาะ

               นายปานเทพ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ยังมีข้อเสนอแนะเพี่อป้องกันการทุจริตกรณีการดำเนินตามนโยบายของรัฐบาลในการรับจำนำข้าวเปลือก นับตั้งแต่การดำเนินการตามนโยบายยกระดับราคาข้าว เพื่อให้กำหนดราคาอย่างเหมาะสม การดำเนินโครงการรับจำนำข้าวเปลือกโดยให้มีการขึ้นทะเบียนและรับรองเกษตรกร การระบายข้าวสารจากคลัง และการติดตาม ประเมิลผล ให้ทุกขั้นตอนปลอดทุจริต

               "ทั้งนี้ ปปช. ยังให้ความสำคัญ และวางมาตรการในการสร้างจิตสำนึกที่ถูกต้องในเชิงคุณธรรมจริยธรรม ความซื่อสัตย์สุจริตให้แก่เด็กและเยาวชนในสถานศึกษาทุกระดับทั้งในและนอกระบบโรงเรียน เนื่องจาก เห็นว่าการทุจริตที่แพร่กระจายไปทั้งภาครัฐและเอกชน มีสาเหตุสำคัญมาจากจิตสำนึกในเรื่องคุณธรรมจริยธรรมของสังคมไทย เสื่อมถอยลงไป ปปช. จึงมีข้อเสนอแนะให้กระทรวงศึกษาธิการพิจารณาดำเนินการในส่วนต่างๆ โดยเฉพาะการปลูกฝังด้านคุณธรรมจริยธรรม ผ่านกิจกรรม และหลักสูตรการสอนในโรงเรียน ให้เยาวชนได้รับการปลูกฝัง เกิดความรู้สึกละอาย และมีจิตสำนึกในการต่อต้านการทุจริต" นายปานเทพ กล่าว

               นายปานเทพ กล่าวต่ออีกว่า สิ่งที่จะดำเนินการต่อไป อาทิ เพิ่มประสิทธิภาพของกฎหมายให้คุ้มครองพยาน รวมไปถึงแก้ไขอายุความคดีด้วย ทั้งนี้ยังจะให้ผู้ที่จัดทำค่าใช้จ่ายของโครงการต่างๆ แสดงบัญชีรายชื่อของตัวเองต่อ ปปช.ด้วย ซึ่งยังจะจัดทำกองทุนต้านทุจริตอีกด้วย โดยต้องเพิ่มงบประมาณด้านนี้ เพราะที่มีงบประมาณอยู่ ไม่เพียงพอในการแก้ปัญหาทุจริต อย่างไรก็ตามที่กล่าวมาก็เป็นภาพรวมของการดำเนินงานทั้งหมด และปปช.จะดำเนินงานตามอำนาจหน้าที่ต่อไป

               ส่วนนายกล้านรงค์ จันทิก กรรมการ ปปช. กล่าวถึงกรณีที่สำนักข่าวอิศรา เปิดเผยข้อมูลที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ปล่อยเงินให้บริษัท แอ็ค อินเด็กซ์ จำกัด ที่มีนายอนุสรณ์ อมรฉัตร สามีนอกสมรสของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ เป็นกรรมการผู้มีอำนาจ กู้ 30 ล้านว่า ตามที่น.ส.ยิ่งลักษณ์ ได้ยื่นบัญชีทรัพย์สินมาให้ ปปช.ในวันที่ 31 ส.ค.54 ซึ่งน.ส.ยิ่งลักษณ์ ได้เข้าดำรงตำแหน่ง สส.ในวันที่ 2 ส.ค.54 และดำรงตำแหน่งนายก ในวันที่ 10 ส.ค. 54 ได้ยื่นบัญชีทรัพย์สินมาในรายละเอีอดได้ให้บริษัท แอ็ค อินเด็กซ์ จำกัด กู้ยืมเงิน 30 ล้าน แบ่งเป็น 3 ครั้ง วันที่ 6 ต.ค.49 จำนวนให้กู้ 20 ล้านบาท วันที่ 9 มี.ค.50 ให้กู้ 5 ล้านบาท และวันที่ 13 มี.ค.56 ให้กู้ 5 ล้านบาท โดยเรื่องนี้ยังไม่ได้นำเสนอต่อคณะกรรมการ ปปช. ซึ่งอยู่ในขั้นตอนตรวจสอบของเจ้าหน้าที่

               นายกล้านรงค์ กล่าวต่อว่า โดยเจ้าหน้าที่ก็จะไปตรวจข้อมูล เอกสาร หรืออาจจะมีการส่งหนังสือไปยังธนาคารเพื่อขอข้อมูลรายละเอียด เพื่อยืนยันข้อมูล อย่างไรก็ตามก็จะมีการตรวจสอบ 2 ประเด็นคือ การกู้เงิน ต้องดูว่ารอบบัญชีของบริษัท แอ็ค อินเด็กซ์ จำกัด ได้กำหนดไว้เมื่อไหร่ และอยู่ในช่วงที่กู้ยืมเงินได้หรือไม่ ซึ่งรอบกำหนดระยะเวลาบัญชีจะไม่เท่ากัน และอีกประเด็นคือ เรื่องดอกเบี้ยของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ที่ในเอกสารตั๋วใช้เงินระบุว่า ได้ดอกเบี้ยเท่ากับอัตราเงินฝากประจำ1 ปี ของธนาคารกรุงไทย แต่ในงบดุลระบุว่า ได้ดอกเบี้ย 2.50-3.75 ต่อปี ทั้งนี้เจ้าหน้าที่กำลังไปตรวจสอบข้อเท็จจริง และนำเสนอต่อคณะกรรมการ ปปช.ขึ้นมา

               นายกล้านรงค์ กล่าวถึงโครงการรับจำนำข้าวอีกว่า ได้ตั้งประเด็นไต่สวนเอาไว้ตั้งแต่ว่าโครงการมีความเป็นมาเป็นไปอย่างไร ซึ่งทาง ปปช.ก็ได้ขอรายละเอียดไปแล้วทั้งหมด 11 รายการ ได้รับมาแล้ว 5 รายการ ซึ่งจะตรวจสอบถึงหลักเกณฑ์การระบายข้าว อย่างไรก็ตามเรื่องนี้ ปปช กำลังตรวจสอบ โดยจะมีการสอบพยานบุคคลทุกวันศุกร์ แต่ถ้าเป็นบุคคลสำคัญกรรมการ ปปช.ก็จะเป็นผู้ดำเนินการสอบพยานเอง แต่ถ้าเป็นบุคคลธรรมดาก็จะให้อนุกรรมการที่แต่งตั้งขึ้นมาชุดนี้เป็นผู้สอบพยาน