ข่าว

โจรโหด!ฟันคอนักข่าวไทยโพสต์สาหัส

โจรโหด!ฟันคอนักข่าวไทยโพสต์สาหัส

18 มี.ค. 2556

โจรโหดฟันคอนักข่าวไทยโพสต์ คาซ.เสือใหญ่ ฉกทรัพย์ อาการสาหัสเข้าไอซียู

               เมื่อเวลา 05.30 น. วันที่ 18 มีนาคม นายสมชาย ปัญจวงศ์ อายุ 58 ปี อาจารย์สอนหนังสือที่โรงเรียนวัดลาดปลาเค้าวิทยาคม บิดาของ นายสุวัฒน์ ปัญจวงศ์ อายุ 29 ปี ผู้สื่อข่าวหนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ สายอาชญากรรม ประจำศาลอาญา ได้เดินทางเข้าแจ้งความกับ ร.ต.ท.ชานนท์ ทองเกษม พนักงานสอบสวน สน.พหลโยธิน ได้ถูกคนร้ายชิงทรัพย์โดยใช้อาวุธมีดสปาต้าฟันที่บริเวณคอด้านซ้ายเป็นบาดแผลฉกรรจ์ ได้รับบาดเจ็บสาหัส โดยคนร้ายได้โทรศัพท์มือถือยี่ห้อ โนเกีย รุ่น 6300 ราคาประมาณ 8-9 พันบาท หลบหนีไป เหตุเกิดใกล้ร้านเหล้า ชื่อสเตลเลอร์ (Sterler ) เลขที่ 19/9 ด้านหลัง ม.ราชภัฎจันทร์เกษม ซ.รัชดาภิเษก 36 แยก9-11 แขวงจันทรเกษม เขตจตุจักร กทม. เมื่อเวลาประมาณ 02.00 ของวันที่ 18 มีนาคม โดยขณะนี้พักรักษาตัวอยู่ที่ โรงพยาบาลลาดพร้าว อาการสาหัส แพทย์ช่วยเหลือผ่าตัดอยู่ในห้องไอซียูอย่างเร่งด่วน

               นายสมชาย กล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุลุกชายได้ไปนั่งดื่มเหล้ากับเพื่อนรุ่นน้องอีก 2 คน ที่ร้านสเตลเลอร์ จากนั้นหลังร้านปิด ลูกชายได้เดินออกจากซอยมากับเพื่อนรุ่นน้องเพื่อเรียกรถแท็กซี่กลับบ้าน เนื่องจากบริเวณหน้าร้านเหล้าไม่ค่อยมีแท็กซี่วิ่งผ่าน ซึ่งภายในซอยเป็นจุดเปลี่ยวและมืดมาก โดยรุ่นน้องทั้งสองคนได้เรียกแท็กซี่นั่งกลับไปพร้อมกัน ระหว่างที่ลูกชายกำลังรอรถแท็กซี่อยู่คนเดียว ได้มีคนร้ายเป็นชายใช้อาวุธมีดสปาต้า เข้ามาข่มขู่เอาโทรศัพท์มือถือไป ซึ่งลูกชายก็ให้ไปเพราะกลัวถูกทำร้าย แต่คนร้ายยังข่มขู่จะเอากระเป๋าสะพายอีก ซึ่งข้างในมีแท็บเลตและกระเป๋าเงินอยู่ด้วย โดยลูกชายตนไม่ยอมให้จึงได้มีการยื้อยุดฉุดกระชากกัน จากนั้นคนร้ายจึงใช้มีดฟันที่ลำคอลูกชายและวิ่งหลบหนีไป โดยได้ทรัพย์สินโทรศัพท์มือถือไปเพียงเครื่องเดียวเท่านั้น หลังเกิดเหตุลูกชายตั้งสติได้เรียกแท็กซี่ให้ไปส่งที่โรงพยาบาลลาดพร้าว และระหว่างทางได้โทรศัพท์บอกตนให้ทราบเรื่องร้ายที่เกิดขึ้น

               นายสมชาย กล่าวต่อว่า ระหว่างนั่งรถแท็กซี่ไปโรงพยาบาล โชเฟอร์แท็กซี่สังเกตเห็นลูกชายมีเลือดออกมาก จึงได้แวะเข้าไปยังโรงพยาบาลเปาโลฯโชคชัย 4 ก่อน เพื่อให้แพทย์ทำการรักษาเบื้องต้น ซึ่งแพทย์ระบุว่า ถ้ามาช้ากว่านี้เพียงแค่ 2 นาทีก็อาจเสียชีวิตได้ เพราะบาดแผลฉกรรจ์สาหัสมาก จากนั้นเจ้าหน้าที่จึงรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลลาดพร้าว เพื่อทำการผ่าตัดอย่างเร่งด่วนจนพ้นขีดอันตรายแล้ว โดยเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้ตนเกือบที่จะสูญเสียลูกชายไป

               ผู้สื่อข่าวเดินทางไปตรวจสอบที่โรงพยาบาลพบว่า สำหรับอาการล่าสุดของนายสุวัฒน์ ได้รักษาตัวอยู่ที่ห้องไอซียูของโรงพยาบาลลาดพร้าว มีบาดแผลสาหัสที่ลำคอด้านซ้าย โดยแพทย์ได้ทำการเข้าเฝือกที่ให้เพื่อรักษาบาดแผล ขณะนี้รู้สึกตัวแล้ว แต่ยังตอบสนองได้ช้า โดยแพทย์ให้รอดูอาการ 5-7 วัน เพราะเกรงว่าอาจจะติดเชื้อได้

               พ.ต.ท.ศันย์ชัย พานิชกุล รอง ผกก.สส. สน.พหลโยธิน กล่าวว่า เหตุร้ายที่เกิดขึ้นอยู่ระหว่างการสืบสวนสอบสวน ซึ่งตนได้ส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจสายสืบลงไปตรวจสอบจุดที่เกิดเหตุ หาพยานที่เห็นเหตุการณ์ และกล้องวงจรปิดใกล้เคียง ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีอะไรคืบหน้ามากนัก เพราะจุดเกิดเหตุเป็นซอยมืดและเปลี่ยว ส่วนผู้บาดเจ็บนั้นยังไม่สามารถสอบปากคำได้ เพราะว่าอาการยังสาหัส จึงต้องรอให้ผู้บาดเจ็บอาการดีขึ้นเสียก่อน

               ด้าน พล.อ.ต.ธนกฤต ลิ้มรัตน์ ผอ.โรงพยาบาลลาดพร้าว กล่าวถึงอาการขอนายสุวัฒน์ ว่า ในขณะนี้ผู้บาดเจ็บอาการปลอดภัยแล้ว รู้สึกตัวและมีสติดี โดยดูจากบาดแผลคนร้ายได้ใช้ของแข็งที่มีคม ลักษณะกระแทกเข้าที่ไหปลาร้าด้านซ้าย ถูกเส้นเลือดดำใหญ่ฉีกขาด และบาดแผลมีความลึก 7 เซนติเมตร ความยาว 3 - 4 เซนติเมตร โดยแพทย์ได้ทำการรักษาด้วยการเย็บเส้นเลือดดำและผิวหนังปิดอีก 1 ชั้น และจากบาดแผลดังกล่าวได้ส่งผลให้แขนข้างซ้ายของคนไข้มีอาการอ่อนแรง ซึ่งส่งผลมาจากบาดแผลดังกล่าวกระทบเส้นประสาท คาดว่าหลังจากนี้จะต้องทำกายภาพบำบัดด้วย และจะต้องติดตามอาการอย่างใกล้ชิด โดยหลังจากนี้จะต้องรอดูอาการว่าจะมีสภาวะแทรกซ้อนของการติดเชื้อหรือไม่ เนื่องจากไม่ทราบว่าอาวุธที่คนร้ายใช้สกปรกหรือมีเชื้อโรคหรือไม่ ซึ่งต้องเฝ้าดูอาการติดเชื้อภายใน 48 ชั่วโมง และใช้เวลาพักฟื้นที่โรงพยาบาลกว่า 2 สัปดาห์ ถึงจะสามารถกลับบ้านได้

 

"นักข่าวไทยโพสต์" เล่านาทีชีวิต ถูกชิงมือถือก่อนถูกแทงคอ

               นายสุวัฒน์ ปัญจวงศ์ หรือ ต้น อายุ 29 ปี ผู้สื่อข่าวสายกระบวนการยุติธรรม หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ ซึ่งถูกคนร้ายใช้อาวุธแทงจนได้รับบาดเจ็บที่ซอยเสือใหญ่อุทิศ เล่าเหตุการณ์ให้ฟังภายหลังที่ฟื้นจากอาการบาดเจ็บว่า วันเกิดเหตุได้ไปสังสรรค์กับเพื่อนรุ่นน้อง ที่ร้านสตีฟเลอร์ ภายใน ซ.รัชดาภิเษก 36 แยก 9 กระทั่งร้านปิดเวลา 02.00 น. เมื่อเดินออกจากร้านมากับ นายสิทธิกานต์ เสมาทอง อายุ 23 ปี เพื่อนรุ่นน้อง โดยนายสิทธิกานต์ เพื่อนรุ่นน้องได้นั่งรถแท็กซี่กลับไปก่อน จากนั้นตนหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเพื่อจะโทรแจ้งครอบครัวและแฟนสาวว่า กำลังจะกลับบ้าน แต่ระหว่างรอรถแท็กซี่ซึ่งยังไม่ทันได้โทรศัพท์ ก็ปรากฏมีคนร้ายเป็นชาย 2 คน อายุประมาณ 20 ปี สวมเสื้อยืดสีดำและกางเกงขายาวทั้งคู่ ขี่รถจักรยานยนต์แบบผู้หญิงมาชิงโทรศัพท์โนเกีย รุ่น 6300 ไป

               นายสุวัฒน์ เล่าต่อว่า คนขี่รถจักรยานยนต์ได้เดินตรงเข้ามากระชากมือถือดังกล่าวไป แล้วพยายามจะกระชากกระเป๋าสะพายไปอีกซึ่งภายในมีเครื่องแท็บเล็ต ยี่ห้อซัมซุง และกระเป๋าสตางค์อยู่ไป แต่ตนไม่ยอมจึงได้ยื้อยุดฉุดกระชากกันไปมา ซึ่งตนพยายามง้างกำปั้นจะชกเพื่อป้องกันตัว แต่คนร้ายที่นั่งซ้อนท้ายรถจักยานยนต์กลับใช้มีดที่พกมา แทงเข้าที่ลำคอด้านซ้าย จนเลือดพุ่ง ก่อนคนร้ายทั้งสองจะขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีไป โดยได้โทรศัพท์มือถือโนเกีย รุ่น 6300 ไปเพียง 1 เครื่อง ขณะที่ระหว่างนั้นมีรถแท็กซี่ผ่านมา ทราบชื่อคนขับภายหลังว่า นายเมธี อาภาขจร อายุ 27 ปี ตนจึงโบกรถ แล้วบอกคนขับว่า ตนถูกคนร้ายแทงแล้วชิงทรัพย์ขอให้ไปส่ง รพ.ลาดพร้าว ขณะนั้นคนขับ เมื่อเห็นตนก็ตะลึงและตกใจเพราะมีเลือดไหลจนเลอะเบาะรถ โดยคนขับก็ได้รีบพาตนไปยัง รพ.เปาโล ที่ ซอยโชคชัย 4 ก่อน เนื่องจากเป็นโรงพยาบาลที่อยู่ใกล้ที่สุด ซึ่งแพทย์ รพ.เปาโล ได้ให้การรักษาเบื้องต้นก่อน ย้ายมารักษาที่ รพ.ลาดพร้าว ตามสิทธิจากบัตรประกันสังคม